เงินบาทกลับมาอ่อนค่า ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปรับขึ้นในสัปดาห์แรกของปี 2563

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด สรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ (30 ธ.ค. 2562-3 ม.ค. 2563) สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท เงินบาทกลับมาอ่อนค่าลง ขณะที่กรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทเป็นไปอย่างระมัดระวังมากขึ้น หลังธปท. ส่งสัญญาณดูแลสถานการณ์ค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด (หลังจากเงินบาทแข็งค่าหลุดแนว 30 บาทต่อดอลลาร์ ไปแตะระดับ 29.75 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งแข็งค่าสุดในรอบ 6 ปีครึ่ง ท่ามกลางปริมาณการซื้อขายที่เบาบางในช่วงสิ้นปี 2562) นอกจากนี้ ทิศทางของสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาคที่ขยับอ่อนค่าลงท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดมากขึ้นในตะวันออกกลาง ก็เป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันต่อเงินบาทในช่วงปลายสัปดาห์ด้วยเช่นกัน ในวันศุกร์ (3 ม.ค. 2563) เงินบาทอยู่ที่ 30.16 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับ 30.15 บาทต่อดอลลาร์ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (27 ธ.ค. 2562)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (6-10 ม.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 30.00-30.30 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยในประเทศที่ตลาดรอติดตาม คือ การพิจารณาร่างพ.ร.บ. งบประมาณปี 2563 ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การเจรจาการค้าสหรัฐ-จีนในเฟสต่อๆ ไป สถานการณ์ในตะวันออกกลาง การพิจารณาร่างข้อตกลง BREXIT ของรัฐสภาอังกฤษ และตัวเลขเศรษฐกิจเดือนธ.ค. ของจีน ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงาน การจ้างงานภาคเอกชน ดัชนี PMI และ ISM ภาคบริการเดือนธ.ค. และยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนพ.ย.

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,594.97 จุด เพิ่มขึ้น 1.06% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 48,445.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.69% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai เพิ่มขึ้น 1.14% จากสัปดาห์ก่อน มาปิดที่ 311.58 จุด

ดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบแคบช่วงสิ้นปี 2562 ก่อนจะดีดตัวขึ้นในช่วงหลังกลับมาเปิดปี 2563 ตามแรงซื้อจากกลุ่มนักลงทุนสถาบัน โดยมีแรงหนุนจากประเด็นการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน หลังปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าจะลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีนในวันที่ 15 ม.ค. นี้ และมีแผนจะเดินทางไปเยือนจีนเพื่อเริ่มการเจรจาการค้าในเฟสสอง อย่างไรก็ดี กรอบการปรับขึ้นของดัชนีฯ ถูกจำกัดในช่วงปลายสัปดาห์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (6-10 ม.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,580 และ 1,565 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,615 และ 1,640 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ การพิจารณาร่างพ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ประเด็นการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน รวมถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคบริการ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนธ.ค. ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ ดัชนี PMI Composite เดือนธ.ค. ของยูโรโซนและญี่ปุ่น ตลอดจนดัชนีราคาผู้ผลิตและดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนธ.ค.ของจีน

บทความก่อนหน้านี้สุดเวทนา! ไฟคลอก ลุงพิการขา ขาดใจตายข้างกองเพลิงในวัด ดิ้นทุรนเดินหนีไม่ได้
บทความถัดไปรอดปาฏิหาริย์! ป.4 โดนเพื่อนทำปืนลั่นใส่ แต่หมอตัดม้ามทิ้ง กระสุนผ่านปอด-เฉียดตับ