ไทยประกันชีวิต ช่วยลูกค้าน้ำท่วม 40 จังหวัด ยืดเวลาผ่อนผันชำระเบี้ยสูงสุด 91 วัน

นายสวัสดิ์ นฤวรวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Life Operation Officer บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากปัญหาอุทกภัยที่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคกลาง ตั้งแต่ช่วงเดือนก.ค.ที่ผ่านมา บริษัทกำหนดมาตรการช่วยเหลือผู้เอาประกันที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ 40 จังหวัด เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน และบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้เอาประกัน ตามแผนรองรับความเสี่ยงในกรณีภัยพิบัติ

โดยมาตรการแรก บริษัทขยายระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันสำหรับกรมธรรม์รายงวดที่ครบกำหนดชำระเบี้ยประกันตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค. – 31 ส.ค. 2560 จากเดิม 30 วัน เป็น 91 วัน ทั้งนี้ ในช่วงระยะเวลาผ่อนผัน ผู้เอาประกันสามารถใช้สิทธิ์ในการเคลมสินไหมทดแทน หรือใช้บริการ Fax Claim ได้ตามสิทธิประโยชน์ของกรมธรรม์ ส่วนกรณีที่มีการนำมูลค่าเวนคืนชำระเบี้ยประกันภัยอัตโนมัติ บริษัทจะยกเว้นดอกเบี้ยให้แก่ผู้เอาประกันเป็นเวลา 6 เดือน

กรณีกรมธรรม์ประกันชีวิตสิ้นผลบังคับ หากผู้ขอเอาประกันขอต่ออายุกรมธรรม์ หรือขอคืนสู่สถานะเดิมภายใน 6 เดือน บริษัทจะงดเว้นการตรวจสุขภาพและยกเว้นดอกเบี้ยในช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เอาประกัน สำหรับกรณีที่กรมธรรมธรรม์หรือบัตรประจำตัวผู้เอาประกันชำรุดหรือสูญหาย บริษัทงดเก็บค่าธรรมเนียมการให้บริการออกกรมธรรม์และบัตรประจำตัวผู้เอาประกัน โดยผู้เอาประกันต้องติดต่อกับบริษัทเพื่อขอให้ออกกรมธรรม์หรือบัตรประจำตัวผู้เอาประกันใหม่ ภายในวันที่ 30 ธ.ค. 2560

นายสวัสดิ์กล่าวว่า สำหรับมาตราการดังกล่าว กำหนดความช่วยเหลือให้ครอบคลุมในพื้นที่ 40 จังหวัด ได้แก่ สกลนคร ร้อยเอ็ด นครพนม นครราชสีมา กาฬสินธุ์ ยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ชัยภูมิ เลย ขอนแก่น มหาสารคาม ศรีสะเกษ นครพนม อุดรธานี หนองคาย สุรินทร์ บุรีรัมย์ เพชรบูรณ์ น่าน อุทัยธานี กำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ พิจิตร อุตรดิตถ์ พะเยา พิษณุโลก แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง สุโขทัย นครสวรรค์ ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง นนทบุรี สระบุรี และลพบุรี

“บริษัทตระหนักถึงความเดือดร้อนของผู้เอาประกัน จึงออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อผ่อนคลายความกังวลใจและบรรทาความความเดือดร้อนในภาวะวิกฤต ขณะเดียวกัน ด้านการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย บริษัทประสานงานเร่งด่วนไปยังฝ่ายขายจิตอาสาในพื้นที่ประสบภัยและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อให้ดำเนินการจัดตั้งโรงครัวเฉพาะกิจ พร้อมจัดทำถุงยังชีพ บรรจุเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น กระจายส่งมอบไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างเร่งด่วน ตามแผนการบรรเทาทุกข์ในเบื้องต้น”นายสวัสดิ์กล่าว