ประชาชนหลั่งไหลเข้าชมพระเมรุมาศต่อเนื่อง จนท.ขอความร่วมมือไม่จับสิ่งของจัดแสดง

ประชาชนจำนวนมากเข้าแถวรอเข้าชมพระเมรุมาศเป็นวันที่สองตั้งแต่เช้าตรู่ โดยให้ชมรอบละ 45 นาที พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชนไม่สัมผัสพระเมรุมาศ สิ่งของจัดแสดง ขณะที่พรุ่งนี้จะมีการแสดงโขนหน้าพระที่นั่งทรงธรรม ตอนพระนารายณ์ปราบนนทก

เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเข้าชมนิทรรศการพระเมรุมาศงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นวันที่ 2 โดยตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่มีประชาชนจำนวนมากมารอเข้าแถวบริเวณจุดคัดกรองทั้ง 5 จุด เพื่อเข้าชมนิทรรศการ โดยมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสนใจเข้าชมด้วย

สำหรับจุดคัดกรองมีทั้งหมด 5 จุด ประกอบด้วย บริเวณหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ บริเวณท่าช้าง บริเวณหน่วยบัญชาการรักษาดินแดง (รด.) บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และบริเวณด้านหลังกระทรวงกลาโหม โดยเจ้าหน้าที่ได้เปิดให้ประชาชนเข้าจุดคัดกรองตั้งแต่เวลา 06.00 น. และให้เข้าไปรอในเต็นท์ที่จัดเตรียมไว้จำนวน 10 หลัง สามารถรองรับประชาชนได้กว่าหมื่นคน โดยเจ้าหน้าที่จัดเป็น 4 แถวตามแนวปฏิบัติเดิมในการเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เปิดให้ประชาชนรอบแรก โดยเข้าชมนิทรรศการในเวลา 07.00 น.

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะให้ประชาชนติดบัตรผู้เข้าร่วมงานในแต่ละรอบเป็นบัตรคนละสีของรอบถัดไป เพื่อป้องกันความสับสนในการจัดระเบียบเรื่องเวลา โดยแต่ละรอบใช้เวลาประมาณ 45 นาที และก่อนหมดเวลา 5 นาที เจ้าหน้าที่จะมีสัญญาณเตือนให้รอบนั้นๆ ออกจากนิทรรศการ เพื่อให้ประชาชนรอบถัดไปเข้าชมอย่างต่อเนื่อง

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ขณะที่ประชาชนเข้าชมนิทรรศการนั้น เจ้าหน้าที่จะประกาศขอความร่วมมือผู้เข้าชม ไม่แตะต้อง หรือสัมผัสพระเมรุมาศตลอดจนสิ่งที่นำมาจัดแสดง ไม่ดึง เด็ด เหยียบ หรือสร้างความเสียหายแก่ไม้ดอก ตลอดจนพันธุ์พืชภายในงาน ให้ถ่ายรูปในพื้นที่ที่กำหนดไว้และอยู่ในอาการสำรวม และขอความร่วมมือให้ทิ้งขยะในบริเวณที่จัดให้เท่านั้น

สำหรับงานนิทรรศการประกอบด้วย 1.พระเมรุมาศ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความงดงามในหลักปรัชญาการสร้างตามโบราณราชประเพณี และสมพระเกียรติ 2.บริเวณพระที่นั่งทรงธรรม เนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร แบ่งเป็น 5 ตอน ได้แก่ 1.เมื่อเสด็จอวตาร 2.รัชกาลที่ร่มเย็น 3.เพ็ญพระราชธรรม 4.นำพระราชไมตรี และ 5.พระจักรีนิวัตฟ้า และสามารถชมจิตรกรรมฝาผนังโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

3.บริเวณศาลาลูกขุน 6 หลัง จัดเป็นนิทรรศการพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างประกอบ และงานบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ ประกอบด้วย 1.สมมติเทวพิมาน เป็นสถาปัตยกรรมพระเมรุมาศ 2.ณ วิธานสถาปกศาลา เป็นแบบขยายสู่การก่อสร้าง 3.ประติมาสร้างสรรค์ เป็นงานประติมากรรมประดับพระเมรุมาศ 4.สวรรค์บรรจงวาด เป็นฉากบังเพลิงและจิตรกรรมฝาผนังโครงการพระราชดำริ 5.ยาตรากฤษฎาธาร การบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ 6.ตระการวิจิตรศิลปกรรม ซึ่งเป็นงานประณีตศิลป์ในพระราชพิธี

4.นิทรรศการทับเกษตร เป็นนิทรรศการสัมผัสสำหรับผู้พิการทางสายตา ซึ่งจะจำลองพระเมรุมาศและประติมากรรมประดับพระเมรุมาศ อาทิ เทวดา สัตว์หิมพานต์ เพื่อให้ผู้พิการทางสายตาได้มีโอกาสสัมผัสของจริงแทนการมองด้วยตา พร้อมเสียงบรรยาย ส่วนผู้พิการทางการได้ยิน จะมีจิตอาสานำชมด้วยภาษามือ และ 5.ภูมิทัศน์บริเวณด้านหน้าพระเมรุมาศ สะท้อนให้เห็นถึงพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 อันเนื่องมาจาก โครงการพระราชดำริ เช่น พันธุ์ข้าวพระราชทาน หญ้าแฝก ต้นยางนา มะม่วงมหาชนก กังหันชัยพัฒนา ฝายน้ำล้น ส่วนนาข้าวจะมีขอบคันนาออกแบบเชิงเป็นเลขเก้าไทย โดยแต่ละจุดของนิทรรศการจะมีเจ้าหน้าที่อธิบายรายละเอียดของงาน และมีจิตอาสาคอยเอื้ออำนวยความสะดวกแก่ประชานเป็นอย่างดี

สำหรับประชาชนที่เข้าชมนิทรรศการที่เป็นผู้ชราหรือผู้พิการ ที่ไม่สามารถเดินชมนิทรรศการเองได้ จะมีเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ช่วยบริการเข็นรถให้ประชาชนเข้าชมนิทรรศการได้ทั่วบริเวณ ซึ่งแต่ละจุดของนิทรรศการจะมีทางลาดสำหรับรถเข็นเพื่อให้เข้าถึงอย่างสะดวก

ทั้งนี้ประชาชนที่เข้าชมนิทรรศการ ยังสามารถเข้าชมการแสดงมหรสพ และการแสดงชุดต่างๆ เช่น การแสดงพื้นบ้าน การแสดงละครในเรื่องอิเหนา เรื่องมหาชนก เรื่องพระสุธนมโนราห์ และการแสดงชุดต่างๆไม่ซ้ำกันในแต่ละวันในเวลา 18.00-22.00 น.

ขณะที่บริเวณศาลาลูกขุนตั้งแต่ 08.00-17.00 น. ซึ่งจัดแสดงโดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และหน่วยงาน และศิลปินจากภาคต่างๆ ร่วมประโคมดนตรี นอกจากนี้ในทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ จะมีการแสดงโขนหน้าพระที่นั่งทรงธรรม 8 ครั้งในตอนต่างๆ และจะเริ่มแสดงครั้งแรกในวันพรุ่งนี้ (4พ.ย.) ในตอนพระนารายณ์ปราบนนทก ส่วนเวทีด้านนอกฝั่งทิศเหนือ จัดให้มีมรสพแสดงตลอดทั้งเดือนใน 2 ช่วง ช่วงแรกเวลา 18.00-19.30 น.และช่วงที่ 2 เวลา 20.00-22.00 น.

สำหรับประชาชนที่เข้าชมนิทรรศการจะได้รับแจกแผ่นพับนำชมนิทรรศการ ซึ่งจัดพิมพ์ทั้งหมด 3 ล้านฉบับ ประกอบด้วยภาษาไทย อังกฤษ และจีน และโปสการ์ดที่ระลึกภาพพระเมรุมาศ 9 แบบในบริเวณทางออก

ส่วนการอำนวยความสะดวกด้านอื่นๆ กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันจัดจุดบริการน้ำดื่ม รถสุขาเคลื่อนที่ ทีมแพทย์พยาบาลเพื่อให้บริการและดูแลประชาชนรอบสนามหลวง

ขณะที่การเดินทางองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) จัดรถโดยสารฟรีจากจุดต่างๆ มายังท้องสนามหลวงตั้งแต่เวลา 05.00-23.00 น. จำนวน 60 คันต่อวัน ใน 6 เส้นทาง ได้แก่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 2.หัวลำโพง 3.วงกลมรอบเกาะรัตนโกสินทร์ 4.เอกมัย 5.สายใต้ใหม่ 6.หมอชิต ด้านกองทัพเรือให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น.ที่ ท่านิเวศน์วรดิฐ และท่าราชนาวิกสภา และได้ประสานกรมเจ้าท่าขอความร่วมมือผู้ให้บริการเรือด่วน เรือเมล์ขยายเวลาให้สอดคล้องกับเวลาจัดนิทรรศการตั้งแต่ 05.00-23.00 น.

ขณะที่น.ส.พิมพ์ผกา แย้มเกษร อายุ 31 ปี พนักงานบริษัทเอกชน เดินทางมาพร้อมครอบครัวจากจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นประชาชนกลุ่มแรกที่ได้เข้าชมงานนิทรรศการในวันนี้ เปิดเผยว่า ในทุกๆครั้งที่มีโอกาสรับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 ตนและครอบครัวก็จะไม่พลาดโอกาสนั้น เป็นทุกครั้งที่รู้สึกตื้นตันใจ แม้จะได้เห็นจากไกลๆ ก็ตาม เช่นเดียวกับครั้งนี้ที่ตั้งใจมาเข้าชมนิทรรศการ ซึ่งตนและครอบครัวเดินทางมาจากจังหวัดชลบุรีตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 พ.ย. และมานอนพักที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ เพื่อมารอเข้าแถวตั้งแต่เวลา 05.30 น. ซึ่งเวลานั้นก็มีประชาชนกว่าพันคนมาเข้าแถวแล้ว

น.ส.พิมพ์ผกา กล่าวต่อว่า เมื่อได้เข้ามาก็รู้สึกประทับใจในทุกๆมุมของนิทรรศการแห่งนี้ โดยเฉพาะพระเมรุมาศที่ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ และในส่วนของพระที่นั่งทรงธรรม ทุกอย่างล้วนสะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทำให้พวกเรารู้ว่าตลอดเวลาการครองราชย์ 70 ปี พระองค์ท่านไม่เคยได้พักเลย แม้เราจะทราบถึงพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านผ่านทางทีวี แต่ครั้งนี้ความรู้สึกไม่เหมือนเดิม เพราะทราบดีว่าพระองค์ท่านได้จากพวกเราไปแล้ว แต่พระราชกรณียของพระองค์ท่านที่ทรงทำเพื่อคนไทยและแผ่นดินไทย จะจารึกอยู่ในหัวใจเสมอ