ทุ่งนาบ้านฆ้องน้อย เสน่ห์นวัตวิถีชุมชน : หลากหลาย

ทุ่งนาบ้านฆ้องน้อย เสน่ห์นวัตวิถีชุมชน : หลากหลาย

ทุ่งนาบ้านฆ้องน้อย – เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้ามาเยี่ยมเยือนไม่ขาดสาย โดยเฉพาะช่วงวันหยุดจะกลายเป็นจุด เช็กอินของนักเดินทาง

นั่นคือสะพานทุ่งนาบ้านฆ้องน้อยชุมชนบ้านฆ้องน้อย หมู่ที่ 12 .ท่าผา .บ้านโป่ง .ราชบุรี จุดแลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่รอนักท่องเที่ยวมาปักหมุด ชิมอาหารพื้นถิ่น ชมการแสดงพื้นบ้าน เซลฟี่บรรยากาศแบบโอท็อป นวัตวิถีชุมชน บนแปลงนากว่า 500 ไร่ท่ามกลางธรรมชาติใกล้เมืองกรุง

ทุ่งนาเขียวขจี

สะพานทุ่งนาบ้านฆ้องน้อย เป็นสะพานไม้ไผ่ที่ทอดยาวเป็นรูปตัวแอล พาดผ่านบนท้องนาสีเขียวขจีของชุมชน บรรยากาศรายล้อมไปด้วยต้นมะพร้าวสูงใหญ่

โดยเฉพาะจุดปลายสะพานที่ทอดยาวไปบรรจบมุมที่เห็นหลังหลวงพ่ออู่ทองทัต พระองค์ใหญ่ พระพุทธรูป ที่ตั้งสง่ากลางชุมชนของวัดประชารังสรรค์ เมื่อแสงจากดวงอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าจะส่องกระทบเป็นสีเหลืองทองสดงดงาม

นายมังกร บุตรคำ หรือ มังกร อายุ 59 ปี ผู้ใหญ่บ้านตัวแทนกลุ่ม OTOP นวัตวิถีชุมชนบ้านฆ้องน้อย เล่าว่า ชุมชนบ้านฆ้องน้อยนี้มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ปัจจุบันยังคงความเก่าแก่ของชุมชน ด้วยความร่วมไม้ร่วมมือกันของชุมชน ทำให้เป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็ง

มุมนี้จะเห็นหลังหลวงพ่ออู่ทองทัต
การแสดงศิลปะพื้นบ้าน

โดยพื้นที่นาแห่งนี้มีกว่า 500 ไร่ เป็นพื้นนาสาธารณะของชุมชนที่ร่วมกันซื้อและบริจาคเพื่อเป็นจุดศูนย์รวมของชาวชุมชน มีประวัติศาสตร์เรื่องราวมากมาย และยังมีศาลเจ้าพ่อปิ่นแก้ว เจ้าพ่อต้นแดง และเจ้าพ่อเขาสะพายแร้ง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้านที่ชาวบ้านต่างให้ความเคารพนับถือมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6

ด้วยความเป็นชุมชนเก่าแก่และมีเอกลักษณ์ประจำชุมชน อาทิ ศิลปวัฒนธรรมลาวเวียง อาหารพื้นเมือง และเป็นชุมชนร่มรื่น จนได้รับการคัดเลือกให้เป็นชุมชน OTOP นวัตวิถี ชาวชุมชนจึงเกิดไอเดียว่าทำสะพานไม้ไผ่ให้ทอดลงไปกลางทุ่งนา ชมความสวยงามของต้นข้าวที่กำลังขึ้นเขียวขจี และที่นาแห่งนี้มีกว่า 500 ไร่ เวลาเดินลงทุ่งนาจะได้สะดวกสบายด้วย

ผืนนาแห่งนี้ถือเป็นจุดศูนย์รวมของชาวบ้าน มีมนต์เสน่ห์ความเก่าแก่ของชุมชน ชาวบ้านจึงทำเป็นจุดท่องเที่ยว และเรียนรู้ย้อนวิถีท้องถิ่นสู่ชนเมืองขึ้น

กระทั่งมีกลุ่มคนขี่จักรยานตามแหล่งชุมชนและนักท่องเที่ยวที่ทราบข่าวจากสื่อโซเชี่ยลว่าที่นี่มีผืนนาที่กว้าง บรรยากาศสวยงามเหมาะแก่การพักผ่อนและเซลฟี่ จึงนำไปแชร์ผ่านสื่อ โซเชี่ยลและบอกกันปากต่อปาก จนกลายเป็นจุดท่องเที่ยววิถีธรรมชาติแบบ OTOP นวัตวิถีแห่งใหม่ที่น่าเข้ามาสัมผัสและปักหมุดเที่ยว

นอกจากจะมีสะพานที่ทอดยาวลงไปกลางท้องนา ยังมีผลผลิตในชุมชน เช่น มะพร้าว ผักสวนครัว อาหารพื้นบ้าน ทั้งของคาวและขนมหวาน ที่ผลิตกันเองมาวางจำหน่าย และให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยว พร้อมนำการแสดงศิลปะพื้นบ้านมาให้ นักท่องเที่ยวได้ชมสลับหมุนเวียนกันไป อาทิ การเต้นบาสโลป และการระบำประกอบเพลงสาวลาวเวียง ที่จะมายืนแสดงกันบนสะพานที่ทอดกลางทุ่งนาเขียวขจี

ที่ขาดไม่ได้คือการจำหน่ายอาหารขึ้นชื่ออย่าง ส้มตำลาวเวียง ที่มีส่วนประกอบเฉพาะของชุมชน อาทิ มะละกอ กล้วยดิบ มะม่วง ส่าขนุน ลูกยอ มะเขือ น้ำตาลปี๊บ มะขาม และพริกแห้ง นำมาตำส้มตำรสชาติเด็ดตามสูตรลาวเวียง ที่หาทาน ได้ยาก

ล้อมวงตำส้มตำลาวเวียง

ขนมแบบไทยๆ ก็มีจำหน่ายให้ นักท่องเที่ยวได้ชิมกัน อาทิ ข้าวหลาม อบโอ่ง ขนมเทียนใส่ไส้ ขนมเปียกปูนสด ข้าวต้มมัด ที่จัดใส่ในกระบอกไม้ไผ่ให้รับประทานอย่างสวยงาม และใช้ใบตองทำกระทงใส่อาหารเพื่อลดขยะ ให้เข้ากับบรรยากาศธรรมชาติทุ่งนาด้วย

สำหรับเครื่องดื่มมีการจำหน่ายกาแฟชงโบราณ ที่ขายควบคู่กับเครื่องดื่มเมนู น้ำปั่น และน้ำชงทั่วๆ ไป ตามใจสั่งของลูกค้าและนักท่องเที่ยวแบบมาเที่ยวเดิน ชมชา จิบกาแฟชายทุ่ง ส่วนราคาก็ถูกแสนถูกเพราะจำหน่ายโดยชาวบ้านในชุมชนเอง

ราวเดือนม.. แปลงนาที่กำลังเขียวขจี จะกลายเป็นทุ่งนาข้าวสีรวงทอง หรือเป็นสีทองทั้งผืน ปีนี้จะเปิดการลงแขกเกี่ยวข้าว โดยให้คนในชุมชนและนักท่องเที่ยวมาร่วมกันสัมผัสวิถีชีวิตชาวนาลงมือเกี่ยวด้วยตัวเองด้วย นอกจากจะได้พักผ่อนแล้วยังได้รูปภาพสวยๆ กลับไปอีกด้วย

แนะนำว่าให้แวะมาในช่วงเย็น มาเก็บแสงพระอาทิตย์ในยามเย็นที่นี่ เป็นภาพที่อลังการ ทั้งแบ๊กกราวด์อย่างพระองค์ใหญ่และทุ่งนาเขียวขจี รวมถึงท้องฟ้าที่ถูกสาดสีไปด้วยแสงพระอาทิตย์สุดท้ายของวันผู้ใหญ่มังกรกล่าว

ด้าน ดร.ทรงยศ อรัญยกานนท์ นายกเทศมนตรีเมืองท่าผา เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลวันหยุดที่กำลังจะมาถึงนี้ ถือเป็นช่วงที่ดีที่สุดที่จะไปถ่ายรูปเก๋ๆ หรือพักผ่อนนั่งชิลชิล ชมธรรมชาติ อีกทั้งยังมีมุมถ่ายรูปอื่นๆ เป็นแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายสไตล์ ในพื้นที่ของเทศบาลเมืองท่าผา .บ้านโป่ง .ราชบุรี ที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวให้มาเยือน

โดยก่อนที่จะถึงสะพานทุ่งนาบ้านฆ้องน้อย จะต้องผ่านพิพิธภัณฑ์ชุมชนสระโกสินารายณ์ ที่จัดแสดงนิทรรศการ เกี่ยวกับเมืองโกสินารายณ์ หรือในอดีตสันนิษฐานว่าเป็น ศมฺพูกกฏฏนมฺ หรือ ศัมพูกปัฏฏนะ เป็นเมืองในอดีต สมัยพระเจ้า ชัยวรมันที่ 7 สมัยพุทธศตวรรษที่ 18 ภายในยังจัดแสดงเกี่ยวกับอารยธรรมเขมรในลุ่มน้ำแม่กลอง และเหตุการณ์ที่สระโกสินารายณ์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

พิพิธภัณฑ์ชุมชนสระโกสินารายณ์
นิทรรศการเมืองโกสินารายณ์

พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมฟรีวันพุธอาทิตย์ ระหว่างเวลา 10.00-16.00 . หยุดทำการวันจันทร์อังคาร

ทางเทศบาลเมืองท่าผาจึงอยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาสัมผัสเสน่ห์เมืองท่าผาได้ตลอดทั้งปี

สำหรับการเดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้ถนนเพชรเกษมขาออกเข้าสู่ .บ้านโป่ง แล้วมุ่งมายังสี่แยกแสงชูโต .บ้านโป่ง .ราชบุรี จากนั้นไปทางจ.กาญจนบุรี บนถนนแสงชูโต มาประมาณ 4 กิโลเมตร เลี้ยวขวาตรงจุดกลับรถมุ่งหน้าไปโรงงาน SCG

กระทั่งข้ามสะพานคลองชลประทานให้ชิดซ้ายและเข้าซอยทางซ้ายมือข้างโรงงาน SCG ขับเลียบกำแพงมา เลี้ยวขวาตามทางโค้งจะเห็นซุ้มประตูทางเข้าสระโกสินารายณ์ อ่านตามป้ายมุ่งตรงไปยังบ้านฆ้องน้อย เที่ยวชุมชน OTOP นวัตวิถี

หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข 08-1941-5541 เปิดวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา 09.00-21.00 .

โดย…ดุสิต จิรภัทรากร

บทความก่อนหน้านี้ถอยหลัง-จำแม่น : เจ๊าะแจ๊ะวิทยาศาสตร์
บทความถัดไปวายร้ายหัวใจฮีโร่ 2 Ralph Breaks the Internet : สดจากเยาวชน