ท่องเที่ยวเมืองเฉิงตู รำลึกประวัติศาสตร์จีน

ท่องเที่ยวเมืองเฉิงตู รำลึกประวัติศาสตร์จีน

ท่องเที่ยวเมืองเฉิงตู –  มีโอกาสร่วมคณะกับ ผศ.ศิวะ วสุนธราภิวัฒก์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ และ ผศ.ดร.อาคีรา ราชเวียง รองอธิการบดี ในโครงการสื่อ มวลชนสัมพันธ์ RMUTR 2019 ศึกษาวัฒนธรรมและเรียนรู้ประวัติศาสตร์จีน ที่เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน

ท่องเที่ยวเมืองเฉิงตู รำลึกประวัติศาสตร์จีน
ล่องเรือชมพระพุทธรูปเล่อซาน

เมืองเฉิงตู เป็นเมืองเอกในมณฑลเสฉวน เป็นศูนย์กลางของเมืองทางฝั่งตะวันตกของจีน มีจำนวนประชากรกว่า 10 ล้านคนในพื้นที่กว่า 12,400 ตารางกิโลเมตร

ภายหลังจากที่เคยผ่านเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในมณฑลเสฉวนใน วันที่ 12 พ.ค.2551 วัดความรุนแรงสูงถึง 8.0 ริกเตอร์ มีผู้เสียชีวิตหรือสูญหายรวมเกือบ 90,000 คน มี ผู้บาดเจ็บกว่า 4.45 ล้านคน ประชาชนไร้ที่อยู่อาศัยกว่า 5 ล้านคน

ท่องเที่ยวเมืองเฉิงตู รำลึกประวัติศาสตร์จีน
เมืองเฉิงตูยามค่ำคืน

ตอนนั้นแทบเรียกได้ว่าเมืองทั้งเมืองตึกพังถล่มลงมาโดย ไม่เหลือซาก แต่ทางการจีนได้ฟื้นฟูบ้านเมืองให้กลับมามีชีวิตและรุ่งโรจน์ขึ้นอีกครั้ง

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวหลักที่จะแนะนำบริเวณรอบเมือง เฉิงตู คือ ศาลเจ้าสามก๊ก หรือ อโหวฉือ สร้างขึ้นสมัย ปลายราชวงศ์จิ๋นกว่า 1,800 ปีที่ผ่านมา เป้าหมายหลักของการสร้างศาลเจ้าแห่งนี้เพื่อรำลึกถึงบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์สามก๊ก นวนิยายอิงประวัติศาสตร์ที่มีเรื่องเกิดขึ้นจริงตั้งแต่ เมื่อปีค.ศ.223 หรือประมาณปีค.ศ.220-280

ปัจจุบันศาลเจ้าแห่งนี้ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นโบราณสถานแห่งชาติที่สำคัญของจีนก่อนที่จะสร้างสถานที่แห่งนี้ให้เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เมื่อปี ค.ศ.1984

ภายในศาลเจ้ามีรูปปั้นเล่าปี่ ผู้ก่อตั้งโดยผู้ปกครองคนแรกของจ๊กก๊กในยุคสามก๊ก ที่มีรูปปั้นขงเบ้ง สมุหนายกคนสำคัญถือเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งจ๊กก๊กตั้งอยู่

ท่องเที่ยวเมืองเฉิงตู รำลึกประวัติศาสตร์จีน
ทางเข้าศาลเจ้าสามก๊ก
ท่องเที่ยวเมืองเฉิงตู รำลึกประวัติศาสตร์จีน
รูปปั้นเล่าปี่ในยุคสามก๊ก

นอกจากนี้ ยังมีรูปปั้นแม่ทัพคู่ใจ 2 นายที่ร่วมคำสัตย์สาบานเป็นพี่น้องอย่างเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์คือกวนอูและนายทหารบุคลิกใจร้อน แต่มีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวคือเตียวหุย พร้อมทั้ง 14 ทหารเอก และ 14 เสนาบดีเอก

อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งสำคัญคือสุสานของเล่าปี่และมเหสี 2 พระองค์ ภายในศาลเจ้ามีการจัดสวนขนาดใหญ่เอาไว้ล้อมรอบศาลเจ้าดังกล่าว โดยประชาชนส่วนใหญ่จะนับถือขงเบ้งมากกว่า เนื่องจากเป็นผู้ช่วยเล่าปี่ทำให้บ้านเมืองสงบสุขโดยมีศาลขนาดเล็กตั้งอยู่บริเวณโดยรอบอีกกว่า 1,700 แห่ง

ท่องเที่ยวเมืองเฉิงตู รำลึกประวัติศาสตร์จีน
ภายในศาลเจ้าสามก๊ก

ถัดมาในพื้นที่ใกล้กันคือถนนคนเดินโบราณชื่อว่าถนนควานไจ่เซี่ยงจื่อ ที่มีความหมายว่า ซอยกว้างซอยแคบ แต่เดิมสร้างมาเพื่อใช้เป็นที่ตั้งค่ายพักทหารสมัยราชวงศ์ชิง ความกว้างเปรียบเทียบได้กับการใช้เป็นที่อยู่ของผู้มีฐานะทางการเงินใช้รถม้าเดินทาง ส่วนความแคบคือที่อยู่ของชนชั้นกลางที่ใช้การเดินสัญจรไปมา

ท่องเที่ยวเมืองเฉิงตู รำลึกประวัติศาสตร์จีน
ถนนคนเดินโบราณ

โครงสร้างของถนนคนเดินดังกล่าวเป็นลักษณะของบ้านพักแบบเดียวกันกับในภาพยนตร์จีนโบราณ แต่ตกแต่งร้านค้าให้มีความร่วมสมัย ขายของ อาหาร ของที่ระลึก ร้านอาหารมีที่นั่งรับประทานแก่นักท่องเที่ยว

ท่องเที่ยวเมืองเฉิงตู รำลึกประวัติศาสตร์จีน
ถนนคนเดินโบราณ

แต่ด้วยความที่เป็นเขตอนุรักษ์ โบราณสถาน จึงถูกจัดให้เป็นแหล่ง ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมไปโดยปริยาย

ส่วนการแสดงของเมืองเฉิงตู ที่ถือกันว่าเป็นการแสดงสำคัญของเมืองนี้เลยคือการแสดงงิ้วเปลี่ยนหน้ากากหรือเปี่ยนเหลี่ยน ที่ว่ากันว่าไม่ว่าคุณจะไปดูงิ้วเปลี่ยนหน้ากากที่เมืองไหนของจีนก็ตาม แต่ที่เมืองเฉิงตู ถือเป็นต้นตำรับของการแสดงเปลี่ยนหน้ากากของทุกที่ในประเทศจีน

การแสดงงิ้วดังกล่าวว่าด้วยเรื่องสามก๊ก โดยที่สามพี่น้องร่วมสาบานผู้นำจ๊กก๊ก เล่าปี่ กวนอู เตียวหุน สู้กับลิโป้ ประกอบกับมีการแสดงกายกรรมโชว์แสดงเปลี่ยนหน้ากากเพิ่มอุปกรณ์พ่นไฟ เรียกได้ว่าทำให้คนดูปรบมือให้ด้วยความสามารถของคณะนักแสดงอย่างแท้จริง

ท่องเที่ยวเมืองเฉิงตู รำลึกประวัติศาสตร์จีน
แสดงงิ้วเปลี่ยนหน้ากากเรื่องสามก๊ก

นอกจากคนที่มาเมืองเฉิงตูจะท่องเที่ยวอยู่บริเวณรอบเมืองแล้ว อีกจุดหนึ่งห่างออกไปประมาณ 140 กิโลเมตร ที่ถือเป็นจุดสำคัญที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องมาชมคือ พระพุทธรูปอิริยาบถท่านั่งแกะสลักหน้าผาที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีความสูง 71 เมตร ไหล่กว้างถึง 24 เมตร บริเวณฝ่าเท้ากว้าง 8.5 เมตร สามารถให้คนจำนวน 100 คนนั่งได้อย่างสบาย

นั่นคือ พระพุทธรูปเล่อซาน หรือที่คนจีนที่พูดไทยได้จะเรียกให้เราฟังว่า “หลวงพ่อโต” ตั้งอยู่บนภูเขาสูงชันบริเวณจุดที่แม่น้ำ 3 สายมาบรรจบกัน ได้แก่ แม่น้ำ หมิน แม่น้ำชิงอี แม่น้ำต้าตู้ ที่มีผู้คนต่างมาท่องเที่ยวกันมากมายไม่ว่าจะเป็นเดินเท้าเข้าไปหรือล่องเรือไหว้พระ

ท่องเที่ยวเมืองเฉิงตู รำลึกประวัติศาสตร์จีน
พระพุทธรูปเล่อซาน

หลวงพ่อโตเมืองเล่อซาน สร้างเมื่อ 1,200 ปีก่อน สมัยราชวงศ์ถังช่วงปี ค.ศ.713-803 กระแสน้ำไหลเชี่ยวกรากโดยเฉพาะในฤดูร้อน เรือที่แล่นผ่านไปมาส่วนใหญ่จะถูกคลื่นพลิกคว่ำชนบ่อยจนเรือจมในที่สุด ทำให้พระหลวงพ่อไห่ทง จากวัดหลิงหยูนเกิดความคิดแกะสลักหลวงพ่อโตบนภูเขาเพื่อทำให้เรือชะลอความเร็ว จึงออกเดินทางเรี่ยไรขอเงินบริจาคจากชาวบ้าน

หลังจากเริ่มต้นสร้างไป 10 กว่าปี หลวงพ่อเสียชีวิต ไม่มีคนสร้างต่อ แต่เมื่อในหลวงราชวงศ์ถังได้ยินก็ช่วยจัดสร้างต่อจากเงินรัฐบาล สุดท้ายสร้างเสร็จในเวลา 90 ปี จากช่างทำงานทั้งหมด 3 รุ่น

พระพุทธรูปเล่อซาน ยังได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกร่วมกับภูเขาเอ๋อเหมย์เมื่อปี พ.ศ.2539

ส่วนจุดสุดท้ายที่แนะนำสำหรับการเดินทางไปที่เมืองเฉิงตูในครั้งนี้คือ ศูนย์อนุรักษ์วิจัยเพาะเลี้ยงหมีแพนด้า ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.1987 มีพื้นที่กว่า 2,650 ไร่ เริ่มแรกมีแพนด้าเพียง 6 ตัวเท่านั้นจนกระทั่งมีทั้งหมด 83 ตัว โดยภาษาจีนเรียกหมีแพนด้าว่า ฉวงเมา หรือแปลว่า หมีแมว

ท่องเที่ยวเมืองเฉิงตู รำลึกประวัติศาสตร์จีน
หมีแพนด้าเอร็ดอร่อยกับการกินอาหาร

โดยปกติหมีแพนด้าตามป่าอยู่ได้ 15 ปี ถ้ามีคนดูแลอยู่ได้ถึง 25 ปี อากาศเปลี่ยนหมีแพนด้าอยู่ยากขึ้น เลี้ยงก็ค่อนข้างลำบาก อาหารหลักคือใบไผ่ ตัวใหญ่ 4-5 ขวบ กินใบไผ่วันละ 40 กิโลกรัม กินอิ่มแล้วหลับเลย คนมักจะมาดูความน่ารักของแพนด้า

นอกจากหมีแพนด้าที่เราเห็นแล้วยังมีอีกสายพันธุ์หนึ่งคือแพนด้าสีแดง ตัวเล็กสีแดงดำ

ท่องเที่ยวเมืองเฉิงตู รำลึกประวัติศาสตร์จีน
แพนด้าแดง

ปัจจุบันการผสมพันธุ์ถือเป็นเรื่องยาก จีนจึงถือว่าหมีแพนด้าเป็นสัตว์ที่มีค่าที่สุดในประเทศ กฎหมายจีนระบุไว้ว่า หากจับหมีแพนด้าจะมีความผิดติดคุก 10 ปีขึ้นไป ถ้าทำให้หมีแพนด้าตายเท่ากับฆ่าคนตายประหารชีวิต

สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองเฉิงตู ยังมีอุทยานธารสวรรค์ หรืออุทยานจิ่วจ้ายโกว ที่มีทะเลสาบ 5 สีเพิ่งเปิดให้ท่องเที่ยวในปีนี้ และยังมีเขาง้อไบ๊หรือเขาเอ๋อเหมยซาน ที่ได้รับการขนานนามว่า เมืองในหมอก จึงถือได้ว่าเมืองแห่งนี้เป็นพื้นที่ใกล้ชิดธรรมชาติและมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่สามารถมาท่องเที่ยวได้ทั้งปี

โดย สราวุฒิ ศรีเพ็ชรสัย

บทความก่อนหน้านี้พระราชทานอภัยโทษ 5 เรือนจำ ‘จำลอง-แกนนำพธม.’ พ้นคุก ยกเว้น ‘สนธิลิ้ม’
บทความถัดไปมองเจนYผ่านศิลปะ ‘พรุ่งนี้คือวันของเรา’