สัมผัสกลิ่นอายอารยธรรม ชิราคาวาโก-ทาคายาม่า : หลากหลาย

สัมผัสกลิ่นอายอารยธรรม ชิราคาวาโก-ทาคายาม่า

สัมผัสกลิ่นอายอารยธรรม ชิราคาวาโก-ทาคายาม่า : หลากหลาย

เมื่อเร็วๆ นี้มีโอกาสเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นกับทางโตโยต้า ที่พาน้องๆ เยาวชนและตัวแทนจากชุมชนที่ชนะการประกวดโครงการ ลดเมืองร้อน ด้วยมือเรา ปีที่ 14 มาศึกษาดูงาน ตามสถานที่และเมืองต่างๆ ที่แสดงให้เห็นถึงการจัดการที่ดีเยี่ยม มนุษย์ ป่าไม้ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว โดยที่พื้นที่สีเขียวยังคงความอุดมสมบูรณ์

การเดินทางมาครั้งนี้เรายังได้สัมผัสกับช่วงเวลาที่สำคัญของชาวญี่ปุ่น คือการเปลี่ยนยุคสมัย จาก “เฮเซ” สู่ “เรวะ” หลังจากที่สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะของญี่ปุ่นทรงสละราชสมบัติ เมื่อวันที่ 30 เม.ย.2562 และวันรุ่งขึ้นคือ 1 พ.ค. เจ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมาร ทรงสืบทอดบัลลังก์ต่อจากพระราชบิดา

หลากหลาย
หมู่บ้านโอกิมาชิ ถ่ายจากจุดชมวิวชิโรยามะ

ตามสถานที่ท่องเที่ยว ห้างร้านต่างๆ ของญี่ปุ่น มีตัวอักษร คำว่า “เรวะ” ติดอยู่ ซึ่งบ่งบอกถึงการเข้าสู่ศักราชใหม่ ญี่ปุ่นยังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของประเทศตนเองไว้ได้อย่างดี ท่ามกลาง ความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่

จากการเดินทางไปพร้อมกับคณะครู เยาวชน และชุมชน มาที่สถาบันสิ่งแวดล้อมโตโยต้า ชิราคาวาโก เราได้สัมผัสกับประเทศญี่ปุ่นในอีกมุมที่เต็มไปด้วยผืนป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ไม่ใช่เมืองที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่เดินกันอย่างเป็นระเบียบตามท้องถนนในเมืองหลวง

ที่ชิราคาวาโกแห่งนี้มีหมู่บ้านชาวนาเก่าแก่ชื่อหมู่บ้านโอกิมาชิ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโชกาว่า ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกที่มีชีวิตเมื่อปีค.ศ.1995 โดยมีบ้านแบบกัสโชสึคุริ ซึ่งเป็นบ้านชาวนาโบราณที่มีอายุมากกว่า 250 ปี

หลากหลาย
ข้าวของเครื่องใช้ของชาวบ้านที่หมู่บ้านโอกิมาชิ

คำว่า “กัสโช” มีความหมายว่า พนมมือ เป็นการบ่งบอกถึงลักษณะรูปแบบของบ้านที่มีหลังคามุงด้วยฟางข้าวชันถึง 60 องศา คล้ายสองมือที่พนมเข้าหากัน ตัวบ้านมีความยาวประมาณ 18 เมตร และมีความกว้าง 10 เมตร สร้างขึ้นโดยไม่ใช้ตะปู ได้รับการออกแบบให้ทนทานต่อความหนาวเย็นตามสภาพอากาศในพื้นที่ ที่มีหิมะปกคลุมหนาถึง 2-3 เมตรในช่วงฤดูหนาว โดยบ้านสามารถใช้เป็นทั้งที่ทำงานและที่พักอาศัย มีความงาม ที่เป็นเอกลักษณ์

ปัจจุบันบ้านชาวนาหลายหลังได้แปรเปลี่ยนให้ เข้ากับยุคสมัย กลายเป็นร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ ร้านขายของที่ระลึก หรือ มินชูกุ คือการเปิดบ้านให้นักท่องเที่ยวเข้ามาพักค้างแรมเพื่อซึมซับกับประสบการณ์ การใช้ชีวิตแบบคนในท้องถิ่น

หลากหลาย
ข้าวของที่จัดแสดงในบ้านแบบกัสโชสึคุริ

จากการเดินไปรอบๆ หมู่บ้าน เรายังได้พบเห็นชาวบ้านบางส่วนทำการเพาะปลูก หว่านไถแปลงดินเพื่อการทำนาดั้งเดิม บ้านบางหลังยังมีอุปกรณ์ เครื่องมือ การทำนา มีหุ่นฟางไล่กา ลักษณะคล้ายกับที่บ้านเรามีกลิ่นรมควันฟืนจากการตั้งกาต้มน้ำร้อนในห้องรับแขกภายในบ้านพักจากเตาโบราณ

หากใครอยากชมวิว หรือเก็บภาพสวยๆ ของหมู่บ้านโอกิมาชิ ท่ามกลางความงดงามของผืนป่าชิราคาวาโก เราสามารถเดินไปทางทิศเหนือ จากศูนย์กลางของหมู่บ้านไปที่ “จุดชมวิวชิโรยามะ” ซึ่งเดินเท้าขึ้นไปได้โดยใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที หรือใช้บริการรถชัตเตอร์บัส ใกล้กับศูนย์ให้บริการข่าวสารการท่องเที่ยวที่จะพาเราขึ้นไปยังจุดชมวิว

นอกจากหมู่บ้านโบราณแล้ว ยังมีอีกเมืองของญี่ปุ่นที่มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน บ้านเรือนยังคงไว้ซึ่งความดั้งเดิมของสถาปัตยกรรมยุคก่อน ตั้งอยู่ไม่ไกลจากชิราคาวาโกเท่าไรนัก

หลากหลาย
หุ่นไล่กาหลังบ้านชาวนา

นั่นคือ “ทาคายาม่า” เมืองที่ถูกโอบล้อมไปด้วยป่าเขาของจังหวัดกิฟุ หากใครชอบเดินดูสินค้า กินอาหารอร่อย และสัมผัสกับอากาศดี และมีกลิ่นอายของวัฒนธรรมชาวญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม แนะนำว่าที่เมืองแห่งนี้ไม่ทำให้ผิดหวัง

ย่านเมืองเก่า ทาคายาม่า บนถนนคนเดินซานโนมาชิ เราได้เห็นถึงบรรยากาศสุดคลาสสิค เป็นร้านค้ายุคเก่าของญี่ปุ่นที่มีความร่วมสมัย ตามตรอก ซอก ซอย เราได้เห็นร้านซูชิ สาเก ขนมพื้นเมือง ของฝากที่ระลึก ฝีมือชาวบ้าน

หากใครไปถึงเช้าหน่อยก็จะเห็นตลาดเช้ามิยากาวะที่ขนาบไป กับแม่น้ำมิยากาวะที่ใสสะอาด จนเห็นปลาคาร์พพยายามว่ายทวนกระแสน้ำอย่างที่เราเคยเห็นจากในการ์ตูนหรือสารคดีของญี่ปุ่น

หลากหลาย
ประตูทางเข้าทาคายาม่าจินยะ

ในย่านเมืองเก่าแห่งนี้ยังมีจุดถ่ายรูปยอดฮิตของนักท่องเที่ยวอย่างสะพานนากะบาชิ เป็นสะพานสีแดงสดทอดยาว 30 เมตร ข้ามแม่น้ำมิยากาวะที่ล้อมรอบไปด้วยต้นซากุระ หากเดินทางมาในช่วงเดือนเม.ย.จะได้เห็นดอกซากุระบานสะพรั่งเป็นวิวฉากหลัง

อีกหนึ่งจุดไฮไลต์สำคัญของเมืองที่พลาดไม่ได้คือ อาคาร ที่ว่าการอำเภอเก่า เมืองทาคายาม่า หรือ “ทาคายาม่าจินยะ” เป็นอาคารสำนักงานว่าการเมืองโบราณเพียงแห่งเดียวที่ยังคงหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน ได้รับการจดทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ และเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ประชาชนเข้าชม

สถานที่ดังกล่าวเป็นทั้งที่ทำงานและที่อยู่อาศัยของผู้ว่าราชการจังหวัดมาเป็นระยะเวลากว่า 176 ปี ภายใต้การปกครองของโชกุนตระกูลกุกาวาในสมัยเอโดะ ในยุคก่อนถือว่าสถานที่ดังกล่าวมีความสำคัญในด้านการปกครองเป็นอย่างมาก

หลากหลาย
อาคารทาคายาม่าจินยะ

ปัจจุบันภายในอาคารมีการจัดแสดงพิพิธภัณฑ์ ข้าวของเครื่องใช้ และเอกสารทางการของขุนนางศักดินา เครื่องมือทรมานนักโทษในสมัยก่อน เมื่อเดินเข้ามาภายในอาคารจะเห็นเสื่อทาทามิ แบบโบราณที่ถูกปูไปตามทางเดินและตามห้องต่างๆ ซึ่งจะได้เห็นห้องที่ข้าราชการระดับสูงในยุคก่อนใช้ทำงานและอยู่อาศัย มีทั้งห้องรับแขก ห้องสอบสวน ห้องเก็บส่วย ห้องครัว และห้องน้ำ เป็นต้น

การมาเยือนญี่ปุ่นในครั้งนี้ถือได้ว่า เป็นการเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวในอีกมุมที่ทำให้รู้ว่า นอกจากญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีแล้ว แต่ยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอายของอารยธรรมของยุคก่อน

นอกจากนี้ ยังได้สัมผัสกับความสดชื่นของอากาศเย็นบางๆ ในช่วงเดือนพ.ค.หลังหมดฤดูหนาว ได้เห็นสีสันของป่าไม้ ทั้ง สีแสด สีเขียว สีเขียวอ่อน ที่ขึ้นสลับเรียงรายกัน

เมื่อแหงนมองขึ้นไปบนยอดเขาที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะกำลังละลายเพราะอากาศหนาวเริ่มจางไป อีกทั้งยังได้เห็นผู้คนในเมืองกลับมาทำงานกันอย่างขยันขันแข็งหลังจากที่พักผ่อนในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว 10 วัน โกลเด้นวีก และยังเป็นช่วงการเริ่มต้นของศักราชใหม่ในยุคสมัย “เรวะ” ของชาวญี่ปุ่นอีกด้วย

โดย อรรถพันธ์ นิธีธีรโชติ

บทความก่อนหน้านี้“เพื่อนเดอะสตาร์ 5-ฟิล์ม รัฐภูมิ” ร่วมฟังสวดพระอภิธรรม น้ำตาล พ่อเผยหวยออกอายุลูก
บทความถัดไป‘ลิล แนส เอ็กซ์’คิดไม่ถึง ‘Old Town Road’ฮิตเกินคาด : บันเทิงต่างประเทศ