การท่องเที่ยวญี่ปุ่นชวนเที่ยว “อาคิตะ” สัมผัสเนื้อ-สาเกรสเลิศ ส่องธรรมชาติงามตา

การท่องเที่ยวญี่ปุ่นชวนเที่ยว “อาคิตะ”

 

ญี่ปุ่นชวนเที่ยว “อาคิตะ” สัมผัสเนื้อ-สาเกรสเลิศ ส่องธรรมชาติงามตา 

พร้อมแต่ตั้ง ‘จุตินันท์’ เป็นแอสบาสเดอร์ของเมือง

การท่องเที่ยวญี่ปุ่นชวนเที่ยว “อาคิตะ” – การท่องเที่ยวญี่ปุ่นชวนเปิดประสบการณ์ใหม่สัมผัสมนต์เสน่ห์ เที่ยว “อาคิตะ” ลิ้มรสเนื้อรสเลิศ จิบสาเกรสเยี่ยม ส่องธรรมชาติงามตา พร้อมแต่งตั้ง ‘จุตินันท์’ เป็นแอสบาสเดอร์ของเมือง

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2562 ที่ชั้น G อาคารสิงห์ คอมเพล็กซ์ ถนนอโศก การท่องเที่ยวจังหวัดอาคิตะ ประเทศญี่ปุ่น จัดกิจกรรมเทศกาลอาหารและวัฒนธรรมเมืองอาคิตะ ภายใต้ชื่องาน “Akita Festival 2019” (อาคิตะ เฟสติวัล 2019) ร่วมเปิดประสบการณ์และทำความรู้จัก “อาคิตะ” ในมุมมองใหม่ผ่านความสัมพันธ์ด้านกีฬา

พร้อมเชิญชวนชาวไทยร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมท้องถิ่นของจังหวัดอาคิตะ ที่อยู่ในภูมิภาคโทโฮคุ ทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น และร่วมกันเปิดประสบการณ์ ลิ้มรสความอร่อยเลิศของเนื้อวัวชั้นดีคุณภาพระดับพรีเมี่ยมจากจังหวัดอาคิตะ ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 30 สิงหาคม 2562 พร้อมกันนี้จังหวัดอาคิตะ ทั้งนี้ยังได้แต่งตัง คุณจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ให้เป็นแอมบาสเดอร์ประจำเมืองอีกด้วย

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายโนริฮิสะ สาตาเกะ ผู้ว่าราชการจังหวัดอาคิตะ นายชิโระ ซะโดะชิมะ เอกอัครราชฑูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยทัพนักกีฬาพาราลิมปิกไทยประเภทบอคเซียและวีลแชร์บาสเกตบอลร่วมงานด้วย

นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี เปิดเผยว่า ตนรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสต้อนรับผู้ว่าราชการจังหวัดอาคิตะ พร้อมคณะที่เดินทางมาร่วมงานครั้งนี้ สำหรับเหตุผลที่ทำให้ “อาคิตะ เฟสติวัล 2019” เกิดขึ้นก็เพื่อเป็นการขอบคุณในน้ำใจไมตรีและการต้อนรับที่อบอุ่นที่ตนพร้อมทีมผู้บริหารและนักกีฬาได้รับในทุกๆ ด้าน จากผู้ว่าราชการจังหวัดอาคิตะและผู้บริหารเมือง ทั้งก่อนและหลังจากลงนามความร่วมมือระหว่างประเทศด้านพาราลิมปิก

จังหวัดอาคิตะมีชื่อเสียงหลายด้าน โดยเฉพาะเนื้ออาคิตะที่ขึ้นชื่อ มีหมู่บ้านซามูไรที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน สาเกเลื่องชื่อ สุนัขอาคิตะอินุที่แสนน่ารัก ธรรมชาติที่สวยงาม ความเงียบสงบ และของดีอีกมากมาย ตนประทับใจสิ่งต่างๆ เหล่านั้น และอยากให้คนไทยได้รู้จักอีกจังหวัดหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น โดยนักกีฬาบอคเซียไทยได้เดินทางไปเก็บตัวที่นั่นมาแล้ว

ด้าน นายโนริฮิสะ สาตาเกะ ผู้ว่าราชการจังหวัดอาคิตะ ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า จากการลงนามความร่วมมือเพื่อใช้สถานที่สำหรับเก็บตัวฝึกซ้อมนักกีฬาก่อนการแข่งขันพาราลิมปิก ปี 2020 ทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันและนำไปสู่ความต้องการที่อยากให้คนไทยได้รู้จักจังหวัดอาคิตะมากขึ้น ซึ่งเมืองในจังหวัดอาคิตะคือ โอดาเตะ และ เซมโบคุ จะได้ร่วมต้อนรับนักกีฬาบอคเซียและวีลแชร์บาสเกตบอลของไทย

ทั้งนี้จากความสัมพันธ์ด้านกีฬา  ทางจังหวัดอาคิตะจึงขอแต่งตั้งนายจุตินันท์ ให้เป็น “แอมบาสเดอร์ของเมืองอาคิตะ” เพื่อที่จะกระชับความสัมพันธ์และขยายการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศไทยและจังหวัดอาคิตะต่อไป

สำหรับภายในงานทุกท่านจะได้สัมผัสบรรยากาศจำลองเมืองอาคิตะ ทั้งร่วมเชิญชิมลิ้มรส “เนื้ออาคิตะ” (Akita Beef) ที่ได้ชื่อว่าเป็นเนื้อที่หาทานยากที่สุด แต่อร่อยที่สุด และมีคุณภาพสูง ซึ่งสามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศจากการแข่งขันประกวดวากิวโอลิมปิกในปี 2012 ซึ่งวัวที่นี้ผ่านการเลี้ยงดูอย่างดี

ที่สำคัญมีเพียงปีละ 3,000 ตัวต่อปีเท่านั้น และเนื้ออาคิตะที่นำมาในงานนี้ จะถูกรังสรรค์เมนูโดย “เชฟกิ๊ก” กมล ชอบดีงาม เพื่อให้ได้อรรถรสที่ครบเครื่องจะเสิร์ฟสาเกท้องถิ่นอาคิตะ อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์พื้นเมืองที่ขึ้นชื่อของจังหวัด เรียกได้ว่า มาร่วมมางานนี้ทุกท่านจะสัมผัสไฮไลท์สำคัญๆ ของดีของจังหวัดอาคิตะแน่นอน

นอกจากนี้กิจกรรมภายในงานยังมีการจำลองบรรยากาศแหล่งท่องเที่ยว และโชว์วัฒนธรรมอันมีชื่อเสียงของ จังหวัดอาคิตะ รวมถึงการแสดงการแสดงหน้ากากปีศาจนามาฮาเงะ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่มีมาอย่างยาวนานของจังหวัดอาคิตะ

“ญี่ปุ่น” ประเทศที่มีความหลากหลาย ที่แสดงถึงความเป็นอัตลักษณ์ของตนเองได้อย่างชัดเจน ทั้งทางด้าน วัฒนธรรม ประเพณี หรือแม้แต่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และเอกลักษณ์ด้านอาหาร ทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้ความใจ รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทย ต่างมุ่งหน้าเดินทางไปชมความงามอันหลากหลายในประเทศญี่ปุ่น

ทั้งนี้แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจนั้น ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคของแดนอาทิตย์อุทัย ไม่ว่าจะเป็นเมืองหลวง โตเกียว หรือเมืองใหญ่อย่าง เกียวโต, โอซาก้า, นารา, นาฮา, ซัปโปโร, ฟุกุโอกะ, ทาคายามะ, นิกโก, ฮิโรชิม่า, โยโกฮาม่า และ จังหวัดอาคิตะ

สำหรับ “จังหวัดอาคิตะ” กำลังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว เพราะมีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ  แหล่งท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย ทั้งทะเลญี่ปุ่น ที่ระยะทางยาวหลายสิบกิโลเมตร มีชายหาดที่สวยงามมากมาย หรือจะเที่ยว หุบเขาโอยาสุ ซึ่งมีน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียง โด่งดังและโดดเด่น

ส่วนภูเขา  “Mt Chokai” ได้ชื่อว่าเป็น ภูเขาฟูจิแห่งตะวันออกเฉียงภาคเหนือ น้ำตก บ่อน้ำร้อน และการแช่ออนเซน อย่าง “นิวโตออนเซน” หรือ “น้ำพุร้อนสีน้ำนม” ก็น่าประทับใจ

ที่สำคัญ จังหวัดอาคิตะ สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี 4 ฤดู เริ่มจากฤดูใบไม้ผลิ ระหว่างเดือนมีนาคม-เดือนพฤษภาคม ฤดูร้อน ระหว่างเดือนมิถุนายน-เดือนสิงหาคม ฤดูใบไม้ร่วง ระหว่างเดือนกันยายน-เดือนพฤศจิกายน ฤดูหนาว ระหว่างเดือนธันวาคม-เดือนกุมภาพันธ์  ซึ่งแต่ละช่วงฤดูจะมีความงามของธรรมชาติที่แตกต่างกันออกไป

ด้านเมนูอาหาร จังหวัดอาคิตะ ก็เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ เพราะมีชื่อเสียง เพราะหากเดินทางไปเยือนถิ่นอาคิตะ ต้องไม่พลาดลิ้มลองรสชาติของดีประจำถิ่นคือ เนื้ออาคิตะ และ สาเกท้องถิ่นอาคิตะ เพราะ “เนื้อวัวอาคิตะ” เนื้อระดับพรีเมี่ยม เป็นเนื้อวัวสายพันธุ์ขนดำ เป็นวัวพันธุ์ดีของญี่ปุ่น เมื่อรังสรรค์เป็นเมนูอาหาร ยังได้รับการการันตรีรางวัลรองชนะเลิศจากการแข่งขันประกวดวากิวโอลิมปิกในปี 2012 อีกด้วย

เมื่อกินดูจะรู้ว่า “เนื้ออาคิตะ” ไม่ต่างจาก เนื้อโกเบ หรือ มัทซึซากะ ดังนั้นนักชิมเนื้อทั้งหลายต่างยืนยันว่า “เนื้ออาคิตะ” อร่อยที่สุด และมีคุณภาพสูง อีกทั้ง วัวอาคิตะยังเป็นสายพันธุ์เดียวกับโกเบ และมัทซึซากะแต่เมื่อนำวัวมาเลี้ยงที่อาคิตะ ผ่านการพัฒนาคุณภาพการเลี้ยง เอาใจใส่เรื่องอาหาร โดยเลี้ยงด้วยรำข้าวของข้าวอาคิตะ และน้ำแร่ธรรมชาติ จึงเพิ่มรสชาติของเนื้อ และที่สำคัญมีการจำกัดการเลี้ยงแค่ 3,000 ตัว ต่อปี ทำให้ได้วัวอากิตะที่มีคุณภาพ ส่งผลให้ได้เนื้อวัวอาคิตะที่มีรสชาติดีคุณภาพที่ดีตามไปด้วย

ส่วนสาเกท้องถิ่นอาคิตะ ก็มีชื่อเสียงไม่แพ้ที่ใดในญี่ปุ่น เนื่องด้วยอาคิตะปลูกข้าวชั้นดี จึงมีชื่อเรื่องการหมักสาเก และบ่มสาเก จนเกิดเทคนิก “การบ่มกลางฤดูหนาว” และเทคนิก “ซังไนโทจิ” อันเป็นที่รู้จักกันมาแต่โบราณว่า ทำให้ได้เสาเกที่มีรสชาติแสนอร่อย

ที่สำคัญสาเกของจังหวัดอาคิตะ เป็นสาเกที่หมักบ่มโดยใช้น้ำที่ดี จากแม่น้ำโอะโมโนะ แม่น้ำโคะโยชิ แม่น้ำโยเนะชิโระ ร่วมกับข้าวชั้นดี ผนวกกับกรรมวิธี จึงได้สาเกอาคิตะมีรสชาตินุ่มนวล ดื่มง่าย เปรียบเหมือนผิวอันละเอียดอ่อนของหญิงงามแห่งอาคิตะ จนทำให้ถูกขนานนามว่าจังหวัดอาคิตะเป็น “เมืองแห่งสาเก”

นอกจากนี้ ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงคนญี่ปุ่น และชาวเมืองอาคิตะนั้น รักความเป็นระเบียบ รักความสงบ ชันเจนเรื่องการตรงต่อเวลา และมีใจรักการให้บริการ ซึ่งเข้ากับคนไทยนิสัยยิ้มแย้มแจ่มใส ชอบท่องเที่ยว และชื่นชอบความสงบรอบด้าน  

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อาคิตะ รับนักกีฬาไทยชุบตัวลุยพาราลิมปิก – ตั้ง”บิ๊กจุตินันท์”เป็นแอมบาสเดอร์

บทความก่อนหน้านี้เรียกพลังกลับมา! คล็อปป์ แย้มเว้นว่างคุมทีมหลังหมดสัญญาหงส์แดง
บทความถัดไป‘ศักดิ์สยาม’ บี้ ดอนเมืองโทลล์เวย์ หามาตรการลดภาระประชาชน ก่อนขึ้นอีก 15 บาท 22 ธ.ค.นี้