ชุมชนทรายขาว อะเมซิ่งปัตตานี

ชุมชนทรายขาว อะเมซิ่งปัตตานี

ชุมชนทรายขาว อะเมซิ่งปัตตานี – พื้นที่ ต.ทรายขาว อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง ชุมชนท่องเที่ยวต้นแบบที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี มีของดีมากมาย ครบเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน ทรายขาว รสชาติและคุณภาพระดับ 5 ดาว ติดท็อปไฟว์ระดับประเทศ หรือผลิตภัณฑ์แปรรูปกล้วยหิน ส้มแขก ผ้าทอลายจวนตานี และ รถจี๊ปนำเที่ยวโบราณสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่โดดเด่น

ชุมชนทรายขาว อะเมซิ่งปัตตานี

ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาได้การตอบรับเป็นอย่างดี สิ่งเหล่านี้ เป็นจุดเด่นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงชุมชน 2 วิถี ไทยพุทธ และไทยมุสลิม ที่อาศัยอยู่ในชุมชนมาอย่างยาวนาน พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันมานานกว่าร้อยปี

ชุมชนทรายขาว อะเมซิ่งปัตตานี
องค์พระใหญ่บนยอดเขา

ชุมชนทรายขาวแห่งนี้ถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพมาก อยู่ติดกับอุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ มีผู้มาเยือนมากที่สุดอันดับ 1 ของประเทศ มีจุดชมวิวองค์พระใหญ่บนยอดเขา มีจุดน่าสนใจอยู่หลายแห่ง เช่น ผาพญางูยักษ์ ถ้ำวิปัสสนาหลวงปู่ทวด

ชุมชนทรายขาว อะเมซิ่งปัตตานี
ผาพญางูยักษ์

ชุมชนได้ถูกผลักดันโดยหน่วยงานต่างๆ มาปรับปรุง และพัฒนาให้เกิดอาชีพ ทั้งทางด้านภาษา การเป็นล่าม เป็นมัคคุเทศก์ หรือไกด์ ท่องเที่ยว สร้างที่พัก ผลิตภัณฑ์โอท็อป และแปรรูปสินค้าที่หลากหลาย

รวมถึงการบริการและจัดการบริหารจัดการท่องเที่ยว การนำนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมพื้นที่ โดยองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท.

ชุมชนทรายขาว อะเมซิ่งปัตตานี
นั่งรถจี๊ปชมสวน

นายชนินทร์ เศียรอินทร์ ประธานชุมชนท่องเที่ยวบ้านทรายขาว และสมาชิกชุมชนท่องเที่ยวบ้านทรายขาว เปิดเผยว่า ชุมชนของเราได้ร่วมพัฒนาสู่ความเป็นหนึ่งสำหรับชุมชนต้นแบบการท่องเที่ยว จากชุมชนสู่ชุมชน เราจัดการชุมชนให้มีการท่องเที่ยวที่หลากหลาย

เช่น กิจกรรมชมสถาปัตยกรรม 2 ศาสนา คือ มัสยิดควนลางา มัสยิดโบราณมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 300 ปี ของศาสนาอิสลาม และวัดทรายขาว สร้างขึ้นในปีพ.ศ.2300 ภายในวัดมีอุโบสถ อาคารแปดเหลี่ยมหลังคาทรงกลม แหลมยอด ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม

ชุมชนทรายขาว อะเมซิ่งปัตตานี
มัสยิดโบราณ

มีสถานที่พักแบบโฮมสเตย์ ชมสวนผลไม้ ด้วยการนำนักท่องเที่ยวนั่งรถจี๊ปเข้าป่าลุยเยี่ยมชาวบ้านชาวสวน และอิ่มหนำสำราญกับผลไม้ตามฤดูกาล มีรสชาติคุณภาพดีเลิศ ทั้งทุเรียน เงาะ ลองกอง และมังคุด

นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีฐานการเรียนรู้ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ การทอผ้าลายจวนตานี ผ้าทอดั้งเดิมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมาตั้งแต่สมัยต้นรัตนโกสินทร์ ส้มแขกแช่อิ่ม และกล้วยเส้นทรงเครื่อง มีอาหารท้องถิ่นไว้คอยบริการต้อนรับนักท่องเที่ยวให้ได้ประทับใจ

ชุมชนทรายขาว อะเมซิ่งปัตตานี
ผ้าลายจวนตานี

อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ของจังหวัดปัตตานี เช่น วัดช้างให้ สุสานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว วังยะหริ่ง และมัสยิดกรือเซะ เป็นต้น

ขณะที่ นายสุเทพ เกื้อสังข์ รอง ผอ.องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ร่วมระบุว่าจากการพัฒนาการ ท่องเที่ยวชุมชนที่ทำงานมาต่อเนื่องตลอดระยะเวลาหลายปีนี้ เห็นว่าที่ชุมชนทรายขาวมีความชัดเจนมากขึ้น ไม่เฉพาะที่ปัตตานีเท่านั้น

ชุมชนทรายขาว อะเมซิ่งปัตตานี
ทุเรียนทรายขาว

สามารถผลักดันให้ทั้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้โดดเด่นเรื่องการท่องเที่ยวได้ไม่ยาก พื้นที่สวยงามไม่แพ้ที่ไหน มีทรัพยากรทั้งทางทะเล ภูเขา วัฒนธรรม สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนได้ จากปี 2561 เริ่มขยายเป็น 6 ชุมชน และปี 2562 ต่อยอดไปอีก 6 ชุมชน และต่อไปจะเชื่อมโยงกับแผนของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดน ภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่กำหนดชุมชนตัวอย่างทั้ง 3 จังหวัด อีก 32 ชุมชน

ยุทธศาสตร์ที่ทำคือการเติมเต็มเพิ่มสิ่งที่ขาด สู่การต่อยอดเพิ่มสิ่งที่ดีขึ้น ไปสู่ความยั่งยืนโดยแท้จริง จากที่ผลักดันตามแผนพัฒนาชุมชน โดยใช้เครื่องมือที่ครบมิติ 5 ด้าน คือ กลไกการจัดการแบบมีส่วนร่วม, การส่งเสริมเศรษฐกิจ สังคม คุณภาพชีวิต, การฟื้นฟูมรดกทางวัฒนธรรม ประเพณี วัฒนธรรมท้องถิ่น, การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม และการบริการและความปลอดภัย

ชุมชนทรายขาว อะเมซิ่งปัตตานี

รอง ผอ.อพท.กล่าวว่า เมื่อชุมชนได้เข้าใจ และปฏิบัติจนสำเร็จแล้ว พวกเขาจะสามารถจัดการตนเองได้อย่างเข้มแข็งต่อไป และใน ปีถัดไปชุมชนต้นแบบจะคอยเป็นพี่เลี้ยงให้กับอีก 32 ชุมชน เพราะภูมิสังคมที่คล้ายๆ กันจะดูแลกันได้ เป็นสิ่งที่คาดหวังไว้ว่าการจัดการท้องถิ่นจะพัฒนาสู่เศรษฐกิจฐานรากสู่ความยั่งยืน และแบ่งปันความรู้กันต่อๆ ไป

สุกรี มะดาเกะกุล

บทความก่อนหน้านี้โบราณคดี : เทคนิคใหม่ช่วยเผยว่าโครงกระดูก “คู่รักแห่งโมเดนา”เป็นผู้ชายทั้งคู่
บทความถัดไปสนุกกับศูนย์การเรียนรู้กฟผ. ตั้งแต่แสงแรกสู่แสงนิรันดร์