‘วิโรจน์’ บอก ดีแล้ว หลังรัฐบาล ทบทวนเกณฑ์ลดหย่อนภาษีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ชี้คิดแค่ตัวเลขไม่ได้ สวนทางค่านิยมครอบครัว หวั่นกลายเป็นบัตรสวัสดิการเนรคุณ

เมื่อเวลา 09.35 น. วันที่ 9 มิ.ย. 2569 ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวกรณีนายกฯ สั่งให้ทบทวนการยกเลิกเกณฑ์การลดหย่อนภาษีเลี้ยงดูบิดามารดา ในการรับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่า เห็นนายกฯ สั่งให้ทบทวนแล้ว เพราะเป็นคนละประเด็นกัน

แต่หากพูดตามความจริง สิทธิ์ในการลดหย่อนภาษี หากนำมาคำนวณเป็นมูลค่าก็ไม่ได้มากอะไรเลย อีกทั้งการเอาค่าเลี้ยงดูหรือการดูแลบิดามารดามาใช้เป็นสิทธิ์ในการลดหย่อน ซึ่งมีวัตถุประสงค์ คือ การพยายามจะสร้างสถาบันครอบครัวให้เข้มแข็ง สร้างให้ลูกดูแลบุพการี โดยที่รัฐให้มาตรการทางภาษีเพื่อจูงใจ แต่ปรากฏว่าคนที่กตัญญูกับบิดามารดากลับถูกลงโทษ หลายคนถึงขั้นแซวว่าบัตรสวัสดิการเนรคุณ

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า ส่วนตัวเข้าใจกระทรวงการคลัง แต่บางเรื่องจะคิดแต่เรื่องตัวเลขคงไม่ได้ ท่านอาจจะคิดว่าคนเหล่านี้ดูแลบิดามารดา ดังนั้น รัฐไม่ต้องดูแลแล้ว ซึ่งท่านอาจจะคิดแต่เรื่องตัวเลข แต่หากท่านคำนึงถึงเรื่องวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของนโยบายนี้หรือหลักเกณฑ์ในการลดหย่อนภาษี ท่านจะเข้าใจ

รวมถึงหากคำนวณคณิตศาสตร์เพิ่มเติมอีก ก็คงไม่ได้มากมายอะไร ซึ่งมีการประเมินด้วยซ้ำไปว่า เงินเดือนที่ได้ประโยชน์และได้ลดหย่อนภาษี ต้องเกิน 4 แสนกว่าบาท โดยคนมากมายไม่ได้มีรายได้มากมายขนาดนั้น

“ดีแล้วที่ทบทวน ไม่เช่นนั้น จากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอาจจะกลายเป็นบัตรสวัสดิการเนรคุณไปแล้ว” นายวิโรจน์ กล่าว

เมื่อถามว่า การทบทวนยกเลิกอาจส่งผลแค่ปีนี้เท่านั้น แต่ปีหน้าเกณฑ์ดังกล่าวอาจถูกนำกลับมาใช้อีก นายวิโรจน์ กล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจ ส่วนตัวมองว่ามี 2 เหตุผลที่ถูกแรงต้าน คือ 1.รัฐบาลไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ในการลดหย่อนภาษีว่า รัฐบาลพยายามจูงใจให้ลูกดูแลบิดามารดา เพื่อสร้างเสริมคุณภาพความเป็นครอบครัวที่ดี ซึ่งมองว่าเป็นหัวใจสำคัญ คงไม่ได้คิดแค่เรื่องตัวเงินอย่างเดียว จึงโดนประชาชนคัดค้าน และ 2.หากจะเริ่มอะไร มองว่าควรเริ่มในปีถัดไป ไม่ใช่อยู่ดีๆ ที่มีการลดหย่อนภาษีไปแล้วจะนำมาคิด

หากรัฐบาลจะสื่อสารเรื่องนี้จริงๆ ก็มองว่าสามารถทำได้ แต่ต้องสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา มีการคำนวณให้ประชาชนดูว่าอะไรมันคุ้มกว่า อีกทั้งต้องพิจารณาให้ประชาชนทราบแบบชัดแจ้งก่อนจะมีการยื่นภาษี เช่น หากจะยื่นลดหย่อนภาษี พ่อแม่จะไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

แต่สุดท้ายมันก็ต้องใช้กระบวนการในการทำความเข้าใจ ไม่ใช่ทำไม่ได้หรือเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่คิดว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และรัฐบาลต้องสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และจริงใจที่สุดเท่านั้นเอง หากคิดในเชิงคณิตศาสตร์อย่างเดียวมันเป็นไปได้

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า ตนขอตั้งคำถามรัฐบาลมีช่องทางในการหาเงินอะไรได้มากกว่านี้หรือไม่ ก่อนที่จะนำเงินตรงนี้ เข้าใจว่าหากตัดสิทธิ์การลดหย่อนภาษีก็คงจะได้เงินการจัดเก็บรายได้เข้ามา

ซึ่งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง ทราบอยู่แล้วว่าฐานภาษีส่วนใหญ่ของประเทศ คือ ฐานภาษีจากการบริโภคหรือภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งชนชั้นกลางที่จ่ายรายได้ภาษีบุคคลธรรมดาก็มีไม่มากนัก หากไปยกเลิกการลดหย่อนภาษีตรงนี้ คิดว่าคงได้เงินรายได้กลับมาไม่เท่าไหร่ จึงบอกว่าไปหารายได้จากทางอื่นดีกว่า

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า ฝากถึงประชาชนด้วย จากหนึ่งในหลักเกณฑ์ที่มีรายได้ 1 แสนบาทต่อปี จะไม่ได้รับสิทธิ์ และหลายคนสถานะทางบ้านไม่ค่อยดีก็สงสัยว่าทำไมตัวเองไม่ได้บัตรสวัสดิการแห่ง ทั้งนี้ ตรวจสอบหลายกรณีพบว่า บางคนถูกนายหน้าหลอกไปเปิดบัญชีม้า แล้วถูกผ่านเงินสกปรก บางรายเป็นหลักแสนหลักล้านบาท ซึ่งอาจสมเหตุสมผลที่ทางรัฐมองว่าคุณไม่ได้จน เนื่องจากมีเงินผ่านจำนวน ซึ่งอาจเป็นเงินที่มาจากการก่ออาชญากรรม

“จึงอยากฝากเตือนประชาชนด้วยว่า ต้นทุนที่เราต้องจ่ายกับการเปิดบัญชีม้า มันมีมูลค่าสูงมาก หากใครไม่แน่ใจว่าถูกหลอกหรือเคยพลั้งเผลอไปเปิดบัญชีม้าโดยที่ไม่ได้ใช้บัญชีนั้น ให้ลองไปพูดคุยกับธนาคารเพื่อปิดบัญชีดังกล่าวที่ตัวเองไม่ได้เกี่ยวข้อง ซึ่งการทำแบบนี้อาจไม่ใช่แค่ไม่ได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการ แต่อาจถูกดำเนินคดีด้วย” นายวิโรจน์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน