บิ๊กเต่า ลั่นทำคดีตรงไปตรงมา ยึดตามพยานหลักฐาน หลังอดีตอธิบดีอัยการอ้างชื่อ เคลียร์คดีสินบนปมทุจริต ยันไม่ช่วยเหลือใครทั้งสิ้น

จากกรณีนายอภิวัฒน์ ขันทอง ทนายความและอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้รับมอบอํานาจจากนายเนธิภัททิก์ เสฏฐิตานันท์ อธิบดีอัยการสํานักงานคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 5 เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองกํากับการ 4 (กก.4 บก.ปปป.) เพื่อแจ้งความดําเนินคดีกับอดีตอธิบดีอัยการรายหนึ่ง ในความผิดฐานเสนอสินบนและแอบอ้างชื่อ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(รอง ผบช.ก.) เพื่อแทรกแซงคดีทุจริตนั้น

ล่าสุดวันที่ 9 มิ.ย. 2569 ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เผยว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2567 เจ้าหน้าที่ บก.ปปป. ร่วมกับ ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. เข้าจับกุมผู้อํานวยการกองช่าง เทศบาลแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.สันผีเสื้อ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พร้อมพวกรวม 3 คน กรณีเรียกรับเงินค่าใบอนุญาตก่อสร้างและต่อเติมร้านอาหาร

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า การที่อดีตอธิบดีอัยการอ้างว่า สามารถเคลียร์กับตนและผู้ใหญ่ได้นั้น ต้องขอบอกว่า ทางบช.ก.และหน่วยงานอื่นๆ ที่มีหน้าที่จับกุมผู้กระทำความผิดในหลายๆ คดี ยอมรับว่ามีการแอบอ้างเกิดขึ้นหลายครั้งจริง มีทั้งเดินทางเข้ามาพบและขอให้ช่วยเหลือทางด้านคดีเยอะมาก แต่ด้วยการทำงานที่เป็นมืออาชีพขอยืนยันว่า ทุกคดีทำไปตามพยานหลักฐาน

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวอีกว่า ใครจะฝากเรื่องอย่างไรก็เป็นเรื่องของคนฝาก แต่เราทำอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการช่วยเหลือใดๆ กับบุคคลใดบุคคลหนึ่งทั้งสิ้น ซึ่งตอนนี้คดีที่ ต.สันผีเสื้อ ได้ส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช.แล้ว

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า ส่วนคนที่กระทำความผิดนำชื่อไปแอบอ้าง จะต้องรอขบวนการทางด้านกฎหมายได้พิสูจน์ก่อนว่า มีบุคคลใดได้นำชื่อของตนและท่านอธิบดีอัยการไปแอบอ้างจริงหรือไม่ โดยจะให้ความเป็นธรรมแกทุกฝ่ายอย่างแน่นอน จากที่ถามท่านอธิบดีอัยการเองก็ยืนยันว่า ไม่มีใครโทรหรือติดต่อมาให้ขอช่วยเหลือเรื่องดังกล่าว จึงสันนิษฐานได้ว่าเป็นการกล่าวอ้างอยู่ฝ่ายเดียว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน