นักวิชาการ ชี้ AI อายุ 70 ปีแล้ว โลกกำลังแข่งเดือด แต่ไทยยังถกเถียงกันอยู่ว่าคืออะไร จี้ รัฐตอบ 5 ข้อให้ชัด หากเดินหน้า TH-AI Passport ก่อนคนไทยตามไม่ทันโลก

วันที่ 9 มิ.ย.2569 นายนพดล กรรณิกา อาจารย์วิชานวัตกรรมกระบวนการสันติภาพ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ และที่ปรึกษาคณะดิจิทัล วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม และผู้แทนเครือข่ายวิชาการเพื่อขับเคลื่อน AI เชิงสร้างสรรค์ สถาบันวิจัยความสุขชุมชน ที่ตั้งสำนักงาน ณ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า

AI ไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ แต่มีพัฒนาการต่อเนื่องมายาวนานกว่า 70 ปีแล้ว สิ่งที่ใหม่คือความเร็วที่ AI กำลังเปลี่ยนโลก วันนี้ปี 2569 แล้ว AI กำลังเข้ามามีบทบาทในทุกมิติของชีวิต ตั้งแต่การศึกษา การแพทย์ การเกษตร อุตสาหกรรม การค้าขาย การบริการภาครัฐ ความมั่นคงทางไซเบอร์ ไปจนถึงความมั่นคงของประเทศ

ขณะที่คนไทยจำนวนมากยังถามอยู่ว่า AI คืออะไรนั้น ประเทศต่าง ๆ กำลังแข่งขันด้าน AI และไม่ได้กำลังถามว่า AI คืออะไร แต่กำลังถามกันว่า จะใช้ AI อย่างไรให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และทำให้ประเทศของพวกเขาแข่งขันได้มากขึ้น

นายนพดล กล่าวต่อว่า สิ่งที่ตนเห็นจากกระแสสังคมโซเชียลฯ คือ คนไทยจำนวนมากไม่ได้ปฏิเสธ AI แต่กำลังถามคำถามสำคัญที่รัฐบาลควรตอบให้ชัดเจน และเห็นว่าคำถามเหล่านี้เป็นประโยชน์ต่อการทำให้ TH-AI Passport ดีขึ้น โปร่งใสขึ้น และเกิดผลจริงกับประชาชน คือ งบประมาณคุ้มค่าหรือไม่

ซึ่งตนมองว่าความคุ้มค่าของโครงการนี้ไม่ควรวัดเพียงว่า ใช้งบเท่าไหร แต่ต้องวัดว่า ทำให้คนไทยใช้ AI เป็นมากขึ้นจริงหรือไม่, ใครได้ประโยชน์ ต้องไม่ใช่บริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่ต้องเป็นประชาชนทุกกลุ่มทั้งประเทศ และโปร่งใสหรือไม่

รัฐบาลควรเปิดเผยให้ชัดว่า ประชาชนได้ใช้ AI ระดับใด ใช้ได้มากน้อยแค่ไหน มีข้อจำกัดอะไร ใครเป็นผู้ดำเนินการ วัดผลอย่างไร และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างไร ยิ่งเปิดเผยมาก ความเชื่อมั่นยิ่งเพิ่มขึ้น เพราะโครงการที่ดีไม่ควรกลัวการตรวจสอบ

นายนพดล กล่าวว่า หลายคนตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใด TOR ของ TH-AI Passport จึงใช้เวลาจัดทำเพียงประมาณ 30 กว่าวัน แต่ในทางปฏิบัติ เราควรแยกให้ออกระหว่าง “ระยะเวลาการจัดทำ TOR” กับ “ระยะเวลาการพัฒนาแนวคิดและเตรียมโครงการ” แม้ TOR จะเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง แต่แนวคิด นโยบาย การศึกษาข้อมูล และการเตรียมความพร้อมของโครงการอาจเริ่มมาก่อนหน้านั้นแล้ว

ดังนั้นจำนวนวันที่ใช้จัดทำ TOR เพียงอย่างเดียว จึงยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าโครงการผิดปกติหรือไม่ สิ่งที่สังคมควรพิจารณาร่วมกันคือ มีการศึกษาและวิเคราะห์รองรับเพียงพอหรือไม่ กระบวนการโปร่งใสหรือไม่ และประชาชนจะได้รับประโยชน์จริงหรือไม่ ถ้าทำได้จริง นี่ไม่ใช่โครงการแจก AI แต่คือการลงทุนในอนาคตของคนไทยทั้งประเทศ

“รัฐควรตอบให้ประชาชนเห็นภาพว่า TH-AI Passport ไม่ใช่แค่ “ได้ใช้ฟรี 1 ปี” แต่ต้องตอบได้ว่า ใช้แล้วชีวิตดีขึ้นอย่างไร โดยยึด 5 คำถามคือ 1.คนไทยจะได้อะไร 2.ใช้ได้มากน้อยเพียงใด ทำไมต้อง 5 ล้านคน 3.วัดผลอย่างไร ไม่ควรวัดแค่ ลงทะเบียนครบ 5 ล้านคน แต่ต้องวัดว่า ใช้แล้วเกิดผลจริงหรือไม่ 4.ประเทศจะได้อะไร และ 5.ถ้าไม่ทำ ประเทศจะเสียอะไร”นายนพดล กล่าว

นายนพดล กล่าวว่า ที่น่าเป็นห่วงคือ ถ้าเรายังถกเถียงกันว่า AI คืออะไร หรือยังไม่รู้จัก AI เลย บางทีคำถามอาจไม่ได้อยู่ที่ AI แต่อยู่ที่ว่าเราตามการเปลี่ยนแปลงของโลกทันหรือไม่ เพราะวันนี้หลายประเทศไม่ได้กำลังถามว่า “จะใช้ AI ดีหรือไม่” แต่กำลังถามว่า”จะทำอย่างไรให้ประชาชนของพวกเขาใช้ AI เป็น”

จากผลการศึกษาของ Deloitte พบว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีการใช้ Generative AI สูงที่สุดในโลก นักเรียนในภูมิภาคนี้กว่าร้อยละ 90 เคยใช้ AI พนักงานกว่าร้อยละ 72 ใช้ AI ในการทำงาน ขณะที่ประเทศสิงคโปร์มีประชาชนจำนวนมากที่ใช้ AI ในชีวิตประจำวัน การศึกษา และการทำงานอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลที่เผยแพร่ในปี 2024 พบว่า ประชาชนสิงคโปร์ส่วนใหญ่ใช้ AI ในชีวิตประจำวันหรือการทำงาน และประมาณ 1 ใน 3 หรือร้อยละ 33.3 ใช้งานเป็นประจำทุกวัน ยิ่งกว่านั้นผลสำรวจล่าสุด ชาวสิงคโปร์ประมาณร้อยละ 80 และบางกลุ่มเช่นนักเรียนนักศึกษาชาวสิงคโปร์กว่าร้อยละ 90 กำลังใช้ AI ในรูปแบบต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

เมื่อกลับมาดูประเทศไทยวันนี้ ผลสำรวจของ Super Poll พบว่า คนไทยมากกว่าร้อยละ 90 เคยได้ยินเรื่อง AI และประมาณร้อยละ 70 เคยใช้ AI อย่างน้อย 1 ครั้ง และกว่าร้อยละ 60 สนับสนุน TH- AI Passport แบบมีเงื่อนไข

“ผมจึงมองว่า เมื่อ AI มีอายุ 70 ปีแล้ว แต่คนไทยยังถกเถียงกันอยู่ หากการถกเถียงทั้งหมดหยุดอยู่เพียงเรื่องงบประมาณ ขั้นตอน หรือรายละเอียดทางเทคนิค เราอาจกำลังพลาดคำถามที่สำคัญกว่านั้นคือ ประเทศไทยกำลังเตรียมคนไทยให้พร้อมสำหรับโลกยุค AI หรือไม่ เพราะในขณะที่หลายประเทศกำลังเร่งสร้างคนที่ใช้ AI เป็น เพื่อเพิ่มรายได้ เพิ่มผลิตภาพ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ประเทศไทยไม่อาจปล่อยให้โอกาสสำคัญนี้ผ่านไปเพียงเพราะความขัดแย้งทางความคิดหรือความหวาดระแวงที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์ โลกไม่ได้แข่งขันกันว่าใครอภิปรายเก่งกว่าใคร แต่แข่งขันกันว่าใครสามารถพัฒนาคนของตนเองให้พร้อมสำหรับอนาคตได้มากกว่ากัน

หาก TH-AI Passport สามารถทำให้คนไทยอีกหลายล้านคนก้าวจาก “เคยใช้ AI” ไปสู่ “ใช้ AI เป็น” ใช้อย่างปลอดภัย เพื่อเพิ่มรายได้ ลดต้นทุน และสร้างโอกาสใหม่ให้กับตนเองและครอบครัวได้จริง โครงการนี้จะไม่ใช่เพียงโครงการด้านเทคโนโลยีของรัฐบาล แต่จะกลายเป็นการลงทุนพัฒนาทุนมนุษย์ครั้งสำคัญของชาติ” นายนพดล กล่าว

นักวิชาการ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน