โลกและระบบสุริยะตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลาง “ฟองอวกาศ” ซากของซูเปอร์โนวากว้าง 1,000 ปีแสง

14 ม.ค. 2565 - 22:25 น.

ทีมนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดของสหรัฐฯ สามารถสร้างแผนที่สามมิติใหม่ล่าสุด ซึ่งบอกถึงที่ตั้งของระบบสุริยะในเอกภพได้แม่นยำขึ้น โดยพบว่าเราอยู่กลางห้วงอวกาศใหญ่ที่แทบไม่มีสสารใด ๆ อยู่เลย และอยู่ห่างจากพื้นที่ก่อกำเนิดดวงดาวที่ใกล้ที่สุดในทุกทิศทาง 500 ปีแสง

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ข้อมูลดังกล่าวเป็นการยืนยันว่า โลกและระบบสุริยะอยู่ใน “ฟองอวกาศ” ขนาดยักษ์ ซึ่งมีความกว้างนับได้ถึง 1,000 ปีแสง โดยในฟองของที่ว่างนี้แทบไม่มีสิ่งใดอยู่เลยนอกจากดวงอาทิตย์และระบบดาวเคราะห์ของเรา

ฟองอวกาศนี้เป็นรูปทรงกระบอกที่บิดเบี้ยว โดยบริเวณขอบนอกมีผนังประกอบด้วยฝุ่นและก๊าซเย็นรวมตัวกัน เสมือนกับเป็นเส้นบอกอาณาเขต ซึ่งตรงผิวนอกของฟองอวกาศนี้เองที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบพื้นที่ก่อกำเนิดดวงดาวขนาดใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับระบบสุริยะมากที่สุด 7 แห่ง

ทีมผู้วิจัยระบุในบทความที่ตีพิมพ์ลงวารสาร Nature ว่า คลื่นกระแทกของการระเบิดรุนแรงเมื่อดาวฤกษ์สิ้นอายุขัยหรือซูเปอร์โนวา (supernova) ได้พัดพาเอาสสารต่าง ๆ ให้กระเด็นออกไปไกลในทุกทิศทาง จนทำให้เกิดฟองอวกาศซึ่งมีที่ว่างภายในขนาดใหญ่ และยังเกิดขอบนอกซึ่งมีกลุ่มฝุ่นและก๊าซหนาแน่น กลายเป็นพื้นที่ก่อกำเนิดดวงดาวใหม่นับหมื่นนับแสนดวง

ดร. แคเทอรีน ซักเคอร์ ผู้นำทีมวิจัยของฮาร์วาร์ดบอกว่า แม้วงการดาราศาสตร์จะทราบกันดีถึงเรื่องที่ว่างขนาดใหญ่และฟองอวกาศที่ล้อมรอบระบบสุริยะ หรือที่เรียกว่า Local Bubble มาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970 แล้ว แต่แผนที่สามมิติซึ่งพวกเขาสร้างจากข้อมูลล่าสุดของกล้องโทรทรรศน์อวกาศกายอา (Gaia) ถือเป็นผลงานรูปธรรมชิ้นแรก ที่เป็นหลักฐานยืนยันความถูกต้องของทฤษฎีซูเปอร์โนวาให้กำเนิดดวงดาวดังข้างต้น

“เรายังทำการคำนวณจากแบบจำลองของฟองอวกาศดังกล่าว ทำให้ทราบว่ามันเกิดจากเหตุระเบิดซูเปอร์โนวาถึง 15 ครั้ง ของกลุ่มดาวโบราณ 2 กลุ่ม ซึ่งเกิดขึ้นติดต่อกันในช่วงระยะเวลาหลายล้านปี” ดร. ซักเคอร์กล่าว


“ดวงอาทิตย์ไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์ซูเปอร์โนวาในครั้งนี้ แต่ฟองอวกาศที่เป็นผลของการระเบิดได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วถึง 6.4 กิโลเมตรต่อวินาที จนเข้ามาครอบคลุมบริเวณที่ระบบสุริยะของเราตั้งอยู่ก่อน เมื่อประมาณ 5 ล้านปีที่ผ่านมา”

“เราสันนิษฐานว่ากาแล็กซีทางช้างเผือกเต็มไปด้วยฟองอวกาศแบบนี้ที่ต่างก็มีปฏิสัมพันธ์กัน โดยตรงขอบนอกที่บรรจบและรวมตัวกับผิวของฟองอวกาศอื่น คือบริเวณที่จะให้กำเนิดกลุ่มดาวใหม่ขึ้นมาได้”

“ส่วนระบบสุริยะของเราที่อยู่ตรงกลาง ก็จะยังคงเคลื่อนที่ผ่านฟองอวกาศยักษ์นี้ไป โดยอาจออกพ้นขอบเขตของมันภายใน 8 ล้านปีข้างหน้า ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นฟองอวกาศที่เราอยู่อาจสลายตัวไปแล้วก็เป็นได้”

…………………….

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ โลกและระบบสุริยะตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลาง “ฟองอวกาศ” ซากของซูเปอร์โนวากว้าง 1,000 ปีแสง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง