ครบทุกรส สดทุกเรื่อง



คุก1เดือน ขายหวยเกิน80บ. ปรับด้วย1หมื่น ใช้มาตรา44อีก โละบอร์ดยกชุด ตั้งกองทุนใหม่ ให้อำนาจทหาร
Font Size  

วันที่ 02 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 เวลา 09:24 น.

คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา44 อีก ออกคำสั่งที่ 11/2558 แก้ปัญหาหวยแพง โละบอร์ดกองสลากทั้งหมด ไม่ให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแทนจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง รอหัวหน้าคสช.ตั้งประธานบอร์ดคณะกรรมการชุดใหม่แทน พร้อมตั้งกองทุนสลากกินแบ่งรัฐบาล แก้ปัญหาพนันหวย-ขายสลากเกินราคา ถ้าจับได้ว่าขายเกิน 80 บาทโทษคุก 1 เดือน ปรับ 10,000 บาท ตั้งทหารควบคุมดูแลการขายสลาก



เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 11/2558 เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 จึงมีคำสั่งดังนี้ ในคำสั่งนี้ "กองทุน" หมายความว่า กองทุนสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อพัฒนาสังคม ให้คณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับพ้นจากตำแหน่ง และมิให้แต่งตั้งคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล จนกว่าหัวหน้าคสช.จะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง หรือคสช.จะสิ้นสุดลงตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และให้คณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ประกอบด้วย ผู้ที่หัวหน้าคสช.แต่งตั้งเป็นประธาน มีผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกระทรวงยุติธรรม ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย เป็นกรรมการ และผู้ที่คสช.แต่งตั้งเป็นกรรมการไม่เกิน 3 คน ผอ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นกรรมการและเลขานุการ



ในกรณีที่เห็นสมควร หัวหน้าคสช.อาจมีคำสั่งให้เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของคณะกรรมการตามข้อ 3 ได้ตามความเหมาะสม ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นในสำนักงาน เรียกว่า "กองทุนสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อพัฒนาสังคม" เพื่อเป็นทุนใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ ดังนี้ ส่งเสริมการศึกษาและการวิจัยปัญหาเกี่ยวกับการพนัน สาเหตุและผลกระทบจากการพนัน รวมทั้งมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการพนัน สร้างความรู้และทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับการพนัน เยียวยาผู้ได้รับผล กระทบจากการพนัน และแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล



คำสั่งระบุอีกว่า กองทุนประกอบด้วยเงินที่ได้รับจัดสรรจากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ดอกผลจากเงินกองทุน เมื่อใดที่รัฐมนตรีเห็นว่าเงินกองทุนมีจำนวนสูงเกินความจำเป็น รัฐมนตรีโดยลำพัง หรือโดยคำแนะนำของคณะกรรมการ อาจสั่งให้ลดจำนวนเงินกองทุนลงให้คงเหลือไว้เท่าที่รัฐมนตรีเห็นสมควร ในกรณีนี้ให้สำนักงานนำส่งเงินที่สูงไปกว่าจำนวนที่รัฐมนตรีกำหนด เป็นรายได้แผ่นดิน



ให้คณะกรรมการมีหน้าที่ดูแลการบริหารจัดการกองทุนตามวัตถุประสงค์ และพิจารณาอนุมัติการใช้เงินกองทุน ให้ผอ.มีหน้าที่ดำเนินกิจการของกองทุนตามวัตถุประสงค์ของกองทุนและตามที่คณะกรรมการกำหนด และให้ยกเลิกความในมาตรา 22 แห่งพ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ.2517 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน "มาตรา 22 เงินที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้รับจากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ให้จัดสรรดังนี้ ร้อยละ 60 เป็นเงินรางวัล, ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 เป็นรายได้แผ่นดิน, ไม่เกินกว่าร้อยละ 17 เป็นค่าใช้จ่ายบริหารงาน รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลด้วย และร้อยละ 3 เป็นเงินกองทุนสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อพัฒนาสังคม"



คำสั่งระบุด้วยว่า ให้ยกเลิกความในมาตรา 39 ให้ใช้ความต่อไปนี้แทน "มาตรา 39 ผู้ใดเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ออกตามพ.ร.บ.นี้ และยังไม่ได้ออกรางวัลเกินราคาที่กำหนดในสลากกินแบ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"



ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารที่ผบ.ทบ.หรือแม่ทัพภาคมอบหมาย มีอำนาจป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดตามกฎหมายว่าด้วยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ทั้งนี้ ไม่กระทบต่อหน้าที่ของพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจที่มีอยู่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา



ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และเป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ระหว่างการปฏิบัติการ หากพบว่ามีการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข สัญญาตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือสัญญาดำเนินการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารรายงานให้ผอ.ทราบ เพื่อพิจารณาใช้มาตรการทางกฎหมายโดยเคร่งครัด รวมถึงการส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบตามประมวลรัษฎากร หรือตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน



เมื่อคสช.สิ้นสุดลงตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแล้ว ให้แต่งตั้งคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล และเมื่อได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ให้คำสั่งนี้เป็นอันยกเลิก