ครบทุกรส สดทุกเรื่อง



ผลึกความคิด "ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล"
Font Size  

วันที่ 04 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 เวลา 00:48 น.



 เมืองไทย 25 น.

 ทวี มีเงิน
 

 หากไม่ใช่คนในยุค 14 ตุลาฯ 16 จะมีใครรู้ว่าผู้ว่าฯ แบงก์ชาติที่ชื่อ ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล นอกจากเป็นเด็กเรียนเก่งจบม.ศ.5 แผนกวิทย์จากอัสสัมชัญได้ที่ 9 ของประเทศ เอ็นทรานซ์เข้าเรียนวิศวะ จุฬาฯ แล้ว

 

 ดร.ประสาร ยังเป็นนักกิจกรรมการเมืองตัวยง เคยเป็น "นายกองค์การสโมสรนิสิตจุฬาฯ" เป็นหนึ่งในแกนนำ "รณรงค์ใช้สินค้าไทยเพื่อลดการขาดดุลสินค้าต่างประเทศ"


 ขนาดทำทั้งกิจกรรมแต่ก็ไม่ทิ้งการเรียน จึงคว้าปริญญาตรีวิศกรรมไฟฟ้า เกียรตินิยมเหรียญทอง มาไว้ในมือ จากนั้นก็เรียนต่อปริญญาโทที่เอไอที และเอ็มบีเอ โทและเอกจากฮาร์วาร์ด ตักศิลาด้านบริหารอันดับ 1 ของโลก


 เส้นทางการทำงานราบรื่นและรุ่งโรจน์มาตลอด ส่วนหนึ่งได้อานิสงส์จาก 4 ปี ที่ทำกิจกรรมและการเรียนในคณะวิศวะ


 เขาเคยเล่าให้นักข่าวฟังว่า สิ่งที่ได้จาก 4 ปีในรั้วมหาวิทยาลัย คือ "การทำงานร่วมกับคนอื่น ทั้งกับรุ่นพี่ รุ่นน้องในคณะ อีกทางหนึ่งก็ต้องประสานและทำงานร่วมกับนักศึกษามหาวิทยาลัยอื่น มีการประชุมเพื่อหาข้อสรุปที่ดีที่สุด อาจเรียกว่าเป็นการฝึกทักษะ เรื่อง "คน" ได้เป็นอย่างดี


 "บางครั้งความเห็นไม่สอดคล้องกันบ้าง ทะเลาะกันแต่ในที่สุดแล้วก็ต้องหาข้อสรุป และผลักดันข้อสรุปให้เกิดผล มองย้อนกลับไปเป็นการผ่านด่านสำคัญของการทำงานโดยที่ไม่ต้องเสียเงินเลย เพราะการทำงานตอนนี้ก็หนีไม่พ้นเรื่องเหล่านี้เมื่อประชุมก็ต้องคิดให้ ชัดเจนแล้วอธิบายความคิดเพื่อนำสู่การปฏิบัติ ภายหลังการผลักดันไปแล้วเมื่อมีปัญหาก็ต้องแก้ไข"


 ส่วนหัวใจสำคัญในการเรียนวิศวะคือ ความรู้ และสอนวิธีคิดอย่างเป็นระบบ สอนคิดเป็นเหตุเป็นผล ซึ่งสามารถต่อยอดมาจนถึงการทำงาน ตั้งแต่ออกจากรั้วมหาวิทยาลัยจนกระทั่งเป็นผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ


 นอกจากนี้ "ดร.ประสาร" ยึดแนวคิด 5 เรื่องที่ผู้นำองค์กรควรทำคือ


 1.ต้องคิดให้ชัดเจน 2.คิดแล้วอธิบายให้คนเข้าใจความคิด 3.นำความคิดไปปฏิบัติให้เป็นผล 4.เมื่อปฏิบัติแล้วเกิดปัญหาจะแก้อย่างไร 5.เมื่อเกิดวิกฤตแล้วจะแก้อย่างไร


 พร้อมบอกว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารที่ดี นอกจากเก่งเรื่องงาน ยังต้องเก่งเรื่องคน เพราะคนคือฟันเฟืองในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่หลักชัย


 ทั้งนี้กว่าจะตกผลึกความคิดได้ ต้อง "บริหารเวลา" ให้สมดุล ระหว่างการเรียนกับกิจกรรม