ครบทุกรส สดทุกเรื่อง



เจอตัวแล้วสาว 18 ปี หายไปจากบ้าน ที่แท้มาหาหนุ่มรู้จักทางแคมฟร็อก-สารภาพกุเรื่องเอง
Font Size  

วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 เวลา 13:18 น.

จากกรณีนายฉลาด กองสำลี บ้านเลขที่ 143 หมู่ 9 บ้านหนองแสน ต.หนองแสน อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม ว่า น.ส.วิชญาดา กองสำลี อายุ 18 ปี หรือ น้องโบว์ บุตรสาว หายตัวออกไปจากบ้านเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมา ภายหลังรับโทรศัพท์แล้วหายตัวไป ต่อมาบุตรสาวโทรศัพท์เข้ามาขอความช่วยเหลือบอกว่าอยู่บนรถคันหนึ่งพร้อมหญิงสาวรวม 5 คนโดยมีผู้ชาย 3 คน ควบคุมไป ต่อมาได้แจ้งข้อมูลว่าถูกนำตัวมาพักอยู่สถานที่แห่งหนึ่งในกทม. นายฉลาดมั่นใจสาเหตุที่บุตรสาวถูกจับตัวไปครั้งนี้น่าจะมาจากการเล่นแคมฟร็อก ซึ่งวันหายตัวลูกสาวบอกว่าจะมีคนนำเงินมาให้ประมาณ 3,000 บาท เป็นค่าจัดรายการเป็นดีเจผ่านแคมฟร็อก ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น


 ความคืบหน้าล่าสุดเวลา 09.00 น. วันที่ 11 ก.ค. พล.ต.ต.พินิต มณีรัตน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า ภายหลังผู้ปกครองเข้าแจ้งเหตุที่ สภ.วาปีปทุม ก็ไประสานความช่วยเหลือไปทาง กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 (สปพ.191) ให้ออกติดตามตัวตามหา น.ส.วิชญาดาจนทราบว่าพักอยู่กับนายวัลลภ กลิ่นดวงมาลย์ หรือนายเต้ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 413 หมู่ 7 แขวงและเขตจอมทอง กทม. จึงเชิญตัวมาสอบสวน ก่อนติดต่อผู้ปกครองให้มารับที่กองกำกับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 จากนั้น จึงเดินทางกลับมาถึงกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม เวลา 08.00 น. เพื่อสอบปากคำ


 จากการสอบถามนางสาวโบว์ ทราบว่าเดินทางออกจากบ้านไปขึ้นรถตู้ช่วงเย็นวันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมา เพื่อเดินทางเข้ากทม. ไปหานายเต้ ซึ่งเป็นดีเจในแคมฟร็อก ที่รู้จักกันได้ประมาณ 2 เดือน และตกลงเป็นแฟนกันได้ 2 สัปดาห์ ก่อนจะกุเรื่องขึ้นมาว่าถูกลักพาตัวไป เนื่องจากเกรงว่าพ่อแม่จะดุด่า ซึ่งทางพ่อและแม่เข้าใจว่าลูกสาวถูกลักพาตัวไปจริงๆ จึงเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.วาปีปทุม จากนั้นได้ประสานกับตำรวจ 191 ที่กรุงเทพฯ ให้ติดตามจากสัญญาณโทรศัพท์มือถือของน.ส.วิชญาดา จนทราบว่าได้อาศัยอยุ่กับนายเต้ ก่อนจะติดตามตัวจนพบและสามารถนำตัวกลับมาที่จังหวัดมหาสารคามได้อย่างปลอดภัย


 พล.ต.ต.พินิต กล่าวต่อว่า นับว่ากรณีนี้ถือเป็นโชคดีของพ่อแม่ที่ได้ลูกสาวกลับคืนมา ซึ่งกรณีแบบนี้พบมากขึ้นในสังคมปัจจุบัน แต่บางรายอาจถูกล่อลวงไปชิงทรัพย์ ข่มขืน หรือทำมิดีมิร้ายได้ ซึ่งการพบเจอกันในโลกโซเชียล ถือเป็นสิ่งหลอกลวง ไม่ใช่เรื่องจริง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่แจ้งข้อหาใดๆ กับใครทั้งสิ้น ต้องรอดูผู้ปกครองของน.ส.วิชญาดาก่อน ว่าติดใจเอาความกับฝ่ายชายหรือไม่  แต่เท่าที่สอบถาม ทางครอบครัวไม่ติดใจเอาความ


 ด้าน นายฉลาด กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่พบตัวลูกสาว แต่ก็รู้สึกเสียใจที่ลูกสาวเป็นคนแบบนี้ เหมือนหลอกลวงคนทั้งประเทศ ทำให้พ่อกับแม่เสียใจ ก่อนหน้านี้เห็นลูกเล่นโทรศัพท์ ก็คิดว่าลูกเล่นเฟซบุ๊ก  เล่นไลน์ธรรมดาเหมือนที่วัยรุ่นทั่วไปเล่นกัน แต่ไม่คิดว่าลูกจะเป็นดีเจในแคมฟร็อก โดยระยะหลังลูกสาวจะไม่ยอมออกไปไหนมาไหนด้วย หมกตัวอยู่แต่ในบ้าน ซึ่งต่อจากนี้ไปตนเองและภรรยา คงจะต้องดูแลบุตรสาวอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้ลูกเล่นแคมฟรอกอีกแล้ว พร้อมกับอยากจะเตือนผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด อย่าปล่อยให้เด็กเล่นอินเตอร์เน็ตมากเกินไป จะทำให้หมกมุ่นไม่อยู่ในโลกของความเป็นจริง และอาจเกิดอันตรายหรือปัญหาอาชญากรรมต่างๆ ตามมาได้ จากนี้ไปตนจะให้เวลากับลูกมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาไม่ค่อยมีเวลาให้ลูกเนื่องจากต้องทำมหากิน


 ส่วนน.ส.วิชญาดา ได้กล่าวขอโทษพ่อและทุกคน ที่ตนเองกุเรื่องขึ้นมาหลอกลวง ซึ่งไม่คิดว่าเรื่องราวจะใหญ่โตขนาดนี้ ทำไปโดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ต้องขอโทษพ่อ ขอโทษตำรวจ และขอโทษทุก ๆ คนด้วย ขณะอยู่ที่กรุงเทพฯในแต่ละวันก็นั่งเล่นแต่แคมฟรอกกับแฟนหนุ่ม ไม่ค่อยได้ไปใหนออกไปข้างนอก เพียงออกไปรับประทานอาหารเท่านั้น ต่อไปตนก็จะปรับปรุงตัวไม่ทำให้พ่อแม่เสียใจอีก


 รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับเบื้องหลังการการติดตามตัวหาน.ส.วิชญาดาจนพบตัว โดยเมื่อวันที่ 10 ก.ค. พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบก.สปพ.สายตรวจ 191 หลังได้รับการประสานกับตำรวจ สภ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม และได้เบาะแสจากการใช้โทรศัพท์ จึงนำกำลังออกตามหากระทั่งมาพบน.ส.วิชญาดา นั่งอยู่กับนายเต้ภายในปั๊มน้ำมันซัสโก้ ถนนประชาอุทิส แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กทม.   หลังจากสอบสวนน.ส.วิชญาดา จึงยอมรับว่าเป็นบุคคลที่หายไปจริง เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวมาสอบสวน ต่อมาทางสภ.วาปีปทุม พร้อมผู้ปกครองได้เดินทางมารับตัวกลับมหาสารคาม