ครบทุกรส สดทุกเรื่อง



ยุคสมัยผ่านไปไวกว่าที่คิด-ชวนชมภาพเก่าเล่าเรื่องราวของกรุงเทพในอดีต
Font Size  

วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2558 เวลา 11:40 น.

 นักท่องโซเชี่ยลมิเดียโดยเฉพาะเฟซบุ๊ก ที่กำลังนิยมอารมณ์เรโทร และสนใจบันทึกประวิติศาสตร์ไทยราวๆ 80 ปีที่ผ่านมา เหมือนได้รับของขวัญ เป็นของขวัญทางความทรงจำ

 

 โดยเพจชื่อ  ประวัติศาสตร์ชาติไทยก่อนและหลัง 2475  นำภาพเก่าในอดีตมาเผยแพร่ให้สาวกชมกันอย่างเพลิดเพลิน หลายภาพมีทั้งมิติทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง

 

 หลายคนอาจลืมไปแล้วว่าบางสถานที่ในปัจจุบัน ครั้งเก่าก่อนย้อนสมัยไปมีหน้าตาอย่างไร จึงขอหยิบบางส่วนมาเล่ากัน ณ ที่นี้

 

 1.ท่าพระจันทร์ ในรูประบุว่าถ่ายในปี 2532 มองไปฝั่งตรงข้ามเป็นโรงพยาบาลศิริราช คนที่เคยผ่านไปรับรู้กันดีว่าละแวกท่าพระจันทร์มีตรอกพระจันทร์กลาง เต็มไปด้วยร้านอาหารให้เลือกชิมหลายร้าน ส่วนผู้ที่นิยมพระเครื่อง วัตถุโบราณ เครื่องลางของขลัง ต้องไปที่ตรอกนคร ตรอกสนามพระ และตรอกมหาธาตุ ซึ่งอยู่ตรอกติดๆ กัน  ในส่วนของท่าเรือข้ามฝาก ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของบริษัท สุภัทรา จำกัด ซึ่งดูแลทั้งหมด 6 ท่า ได้แก่ วังหลัง ท่าช้าง ท่าพระจันทร์ ท่าวัดระฆัง ท่ารถไฟ ท่าปิ่นเกล่า มีผู้โดยสารสัญจรรวมกันต่อวันประมาณ 30,000 คน ส่วนในการให้บริการเรือด่วนนั้นมีบริษัท เรือ ด่วน เจ้าพระยา จำกัด ดูแลซึ่งริเริ่มเมื่อปี 2514

 


 หากย้อนไปประวัติศาสตร์บันทึกว่า บริเวณท่าพระจันทร์เคยเป็นป้อมพระจันทร์มาก่อน โดยสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น ต่อมาสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้ใช้บริเวณพระราชวังบวรสถานมงคลเป็นท้องสนามหลวง ป้อมรอบกำแพงพระราชวังบวรสถานมงคลก็ถูกรื้อ รวมถึงป้อมพระจันทร์ด้วย


 2.ทุ่งบางเขน และเจดีย์วัดพระมหาธาตุบางเขน ปี 2496 ตามภาพยังเห็นชาวบ้านเลี้ยงควายอยู่ แปลว่าสมัยนั้นยังเป็นพื้นที่เกษตรกรรม อีกทั้งมีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นแลนด์มาร์คทางวิชาการที่ส่งเสริมการเกษตรด้วย ดูภาพแล้วก็ได้กลิ่นดินกลิ่นฟางขึ้นมา อีกทั้งนักเขียนไทยอย่าง ไม้ เมืองเดิม ก็เคยใช้ฉากทุ่งบางเขนเขียนนิยายอย่างเรื่องรอยไถด้วย ไม่ใช่แค่สภาพท้องทุ่งเท่านั้นที่จะถูกจดจำ แต่หากมิติทางประวัติศาสตร์การเมือง

 

 

   ทุ่งบางเขนยังมีวัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร ซึ่งตั้งเป็นสำนักสงฆ์ในปี 2484 ก่อนจะกลายมาเป็นพระอารามหลวงในปี 2485 โดยจอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอให้สร้างวัดขึ้นและตั้งใจเรียกว่าวัดประชาธิปไตย เพื่อให้ทันกับการฉลองวันชาติ 24 มิ.ย.2484  และที่ทุ่งบางเขนนี่เอง ยังเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ปราบกบฏ หรืออนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ สร้างขึ้นในปี 2479 เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ปราบกบฏบวรเดชเมื่อปี 2476 ที่นายทหารฝ่ายคณะราษฎร สามารถหยุดยั้งการโจมตีของทหารฝ่ายต่อต้านระบอบประชาธิปไตย

 

 3.สวนลุมพินี  ในหน้าร้อนของปี 2503 ที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวกรุงเทพมาเนิ่นนาน ถือเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกของไทย พื้นที่ 360 ไร่ ณ ทุ่งศาลาแดง เป็นที่ดินส่วนพระองค์ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระราชทานไว้สำหรับสร้างสยามรัฐพิพิธภัณฑ์ ให้สถานที่จัดแสดงสินค้าไทยเป็นครั้งแรก ตั้งแต่ปี 2468 ในวาระที่ทรงครองราชย์ครบ 15 ปี และจัดให้เป็นสวนพฤกษชาติและสวนสาธารณะสำหรับประชาชนในพระนครไว้ศึกษาหาความรู้และพักผ่อนหย่อนใจ พร้อมพระราชทานชื่อว่าสวนลุมพินี ตามชื่อสวนลุมพินีวัน สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า ที่ประเทศเนปาล

 

 

   แต่รัชกาลที่ 6 สวรรคตก่อนโครงการจะแล้วเสร็จ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 จึงสานต่อโครงการจนสำเร็จ นอกจากจะเป็นสวนสาธารณะแล้ว สวนลุมพินีแห่งนี้ยังเคยถูกใช้ในเหตุการณ์สำคัญอื่นๆ อีกหลายครั้ง เช่น เคยใช้เป็นที่ตั้งค่ายทหารญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นที่จัดงานฉลองรัฐธรรมนูญ และยังใช้เป็นที่จัดการประกวดนางสาวสยามอีกด้วย

 

4.ปั๊มสามทหาร ข้างศาลหลักเมือง ย้อนไปปี 2476 กระทรวงกลาโหมจัดตั้งแผนกเชื้อเพลิงขึ้นมาเพื่อจัดหาน้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าด และน้ำมันหล่อลื่น และอีก 4 ปีต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นกรมเชื้อเพลิง  มีการสร้างคลังน้ำมันที่ช่องนนทรี เพื่อแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลนช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้บริษัทน้ำมันต่างชาติหยุดค้าน้ำมันในไทย

 


 พอหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีเหตุต้องยุบกรมเชื้อเพลิง และขายกิจการทรัพย์สินทั้งหมดให้กับบริษัทน้ำมันต่างชาติที่อยู่ในเครือของประเทศผู้ชนะสงคราม กระทั่งปี 2500 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรี ยกเลิกข้อผูกพันที่ทำไวักับบริษัทต่างชาติเรื่องห้ามมิให้รัฐบาลจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมแก่ประชาชนและตั้งองค์การเชื้อเพลิง เป็นรัฐวิสาหกิจในวันที่ 27 ม.ค. 2503 ใช้สัญลักษณ์ตราสามทหารเพื่อดำเนินสถานีบริการน้ำมัน จัดหาและกลั่นน้ำมัน

 

 

 ยุควิกฤตการณ์น้ำมันโลกครั้งที่ 1 ช่วงปี 2516-2517 ไทยได้รับผลกระทบเพราะไม่มีแหล่งปิโตรเลียมเป็นของตนเอง ในปี 2520 มีการจัดตั้งองค์การก๊าซธรรมชาติแห่งประเทศไทย (อกธ.) ขึ้นเพื่อพัฒนาก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย ในปี 2521 พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ นายกรัฐมนตรี ได้ตรา พ.ร.บ.การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย นับเป็นครั้งแรกที่องค์กรของรัฐมีอำนาจในกิจการปิโตรเลียม

 

 จากนั้นปั๊มน้ำมันที่ใช้ตราสามทหาร ค่อยๆ หายไป ก่อนที่คนไทยจะคุ้นชินกับตรา ปตท. แทนจนถึงทุกวันนี้ แต่ปัจจุบันปั๊มน้ำมันสามทหารที่เดียวที่ยังเหลืออยู่ อยู่ที่สวนคุณธรรมสมานสามัคคี ถ.อินทยงยศ แยกประตูลี้ อ.เมือง จ.ลำพูน ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์แล้ว

 


 5.แยกปิ่นเกล้า ปี 2525 ในภาพจะเห็นว่าถนนที่เลี้ยวขวาเป็นถนนจรัญสนิทวงศ์ เลี้ยวซ้ายไปบางขุนนนท์ ส่วนถนนที่กำลังสร้างขยายเลนนั้นมุ่งหน้าตรงไปสู่เขตตลิ่งชัน พุทธมลฑล นครชัยศรี แต่ในปัจจุบันจะเห็นว่ามีห้างโลตัส ห้างเซ็นทรัลปิ่นเกล่า เมเจอร์ปิ่นเกล้า และคอนโดมิเนียมกว่า 10 โครงการขึ้นหนาแน่นแทนสวนมะพร้าวในรูป อีกทั้งทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนีก็เพิ่งมาสร้างในปี 2538 ส่วนอุโมงค์ลอดใต้แยกเพื่อแก้ปัญหารถติดก็เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อปี 2555 นี่เอง คนย่านปิ่นเกล้าดูภาพนี้แล้วก็คงแอบอมยิ้มว่า 30 กว่าปีที่แล้วปิ่นเกล้าเป็นอย่างนี้หรือ

 

 

 คนรุ่นใหม่อาจไม่คุ้นนักว่า แยกบรมราชชนนี ที่เคยเรียกแยกปิ่นเกล้านั้น ย้อนเก่าไปอีกเขาเคยเรียกกันว่าแยก 35 โบวล์ เหตุเพราะเคยมีโรงโบว์ลิ่งขนาดใหญ่ถึง 35 เลน เป็นสถานบันเทิงครบครัน ทั้งห้องดนตรี และห้องอาหาร สร้างเสร็จก่อนโรงหนังธนบุรีรามา ที่อยู่ใกล้ๆกันในปี 2513 ซึ่งปัจบันถูกรื้อทุบทำลายไปแล้ว

 

 6.สะพานพระราม 6 ถ่ายในปี 2499 เป็นสะพานเหล็ก 5 ช่วง มีถนนคอนกรีตเสริมเหล็กให้รถวิ่ง อีกส่วนเป็นทางรถไฟ พร้อมทางเดินเท้า 2 ด้าน ยาว 442.08 เมตร กว้าง 10 เมตร สูงจากระดับน้ำ 10 เมตร ปัจจุบันใช้รองรับทางรถไฟข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ระหว่างสถานีชุมทางบางซื่อกับสถานีบางบำหรุ

 

 สะพานพระราม 6 เป็นสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาสะพานแรกของประเทศไทย สร้างขึ้นในปี 2465 แล้วเสร็จในปี 2469 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เพื่อเชื่อมทางรถไฟฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา รับเหมาก่อสร้างโดยบริษัท เล เอตาบริดจ์มองต์ ไตเต ประเทศฝรั่งเศส โดยค่าก่อสร้างเป็นเงินไทย 2,714,113.30 บาท

 

 

 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 สะพานถูกกองทัพสัมพันธมิตรทิ้งระเบิดจนช่วงกลางสะพานขาดในปี 2488 และกลับมาเปิดใช้อีกครั้งประมาณปี 2493

 


 คนที่เกิดหลังวันที่ 23 ก.ย. 2535 ไม่มีโอกาสได้สัญจรข้ามสะพานพระราม 6 ด้วยรถยนต์อีกแล้ว เนื่องจากสะพานพระราม 7 ได้ถูกสร้างขึ้นและเปิดให้บริการในวันดังกล่าว เนื่องจากเพื่อแก้ปัญหาคลาสสิกคือจราจรคับคั่งหนาแน่น เกินกว่าที่สะพานพระราม 6 จะสามารถระบายรถได้อีกต่อไป

 

 7.ร้านไก่ทอด เคเอฟซี ตามที่เพจ "ประวัติศาสตร์ชาติไทยก่อนและหลัง 2475" บอกเชื่อไหมว่าเคเอฟซีมาบ้านเรานานแล้ว เมื่อปี 2513 สมัยเรียกว่าไก่เคนตากี้ ไม่ทราบอยู่สาขาไหน แต่ที่แน่ๆ อยู่กรุงเทพฯ สมัยนั้นให้ซื้อกินกลับบ้าน และราคาเป็นหลักหน่วยถึงหลักสิบ ก่อนจะเปิดสาขาเต็มรูปแบบที่เซ็นทรัลลาดพร้าว เมื่อปี 2527

 

 

 โดยมีลูกเพจเข้ามาแลกเปลี่ยนกันแสดงความเห็นกัน บางคนบอกว่าอยู่ย่านสยามสแควร์ บางคนบอกว่าอยู่ตรงข้ามโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน ถนนสีลม

 

 แต่ที่เป็นทางการนั้น เครือเซ็นทรัลเป็นผู้นำเคเอฟซีเข้ามาในไทยปี 2527 สาขาแรกอยู่ที่ห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว ก่อนจะเปลี่ยนเจ้าของกิจการ ซึ่งมีบริษัทแม่อย่างเป็บซี่เป็นฝ่ายบริหาร และดึงเครือเจริญโภคภัณฑ์ร่วมดำเนินกิจการในไทยด้วย ล่าสุดมีเจ้าของหลักคือบริษัทยัม ประเทศไทย

 

 อย่างไรก็แล้วแต่ ที่อดสงสัยไม่ได้คือ ทำไมในรูปถ่ายขาวดำนี้ ผู้พันฮาร์แลนด์ เดวิด แซนเดอส์ หรือผู้พันแซนเดอส์ที่ยืนถือป้ายอยู่หน้าร้านรูปร่างผอมกว่าปัจจุบัน หรือว่าผู้พันฯ กินจุเลยอ้วน!

 

 8.บางกะปิ ถ่ายปี 2524 เพจฯบอกว่าก่อนจะมีเดอะมอลล์บางกะปิ และตะวันนาในวันนี้ แต่ก่อนเคยเป็นทุ่งนา มีวัว และควายเดินข้างทาง ส่วนด้านขวาเป็นตึกแถวของแฮปปี้แลนด์ และถนนลาดพร้าวยังโล่งโปร่ง รถไม่ค่อยหนาแน่น สามารถไปนครนายกได้สบา

 

   ตามประวัติศาสตร์ บางกะปิในอดีตเป็นป่าทึบ สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เกิดกบฏที่เมืองจำปาศักดิ์และเมืองหลวงพระบาง จึงโปรดฯ ให้เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เป็นแม่ทัพไปปราบ และกวาดต้อนผู้คนรายทางมาตั้งถิ่นฐานบริเวณริมคลองแสนแสบและคลองกุ่ม กระทั่งถูกตั้งเป็นอำเภอบางกะปิในปี 2509

 

 

   ส่วนที่มาของคำว่า “บางกะปิ” นั้น หนังสือ 100 ปี เขตบางกะปิ : ย้อนรอยตำนาน ร้อยอดีต 100 ปี เขตบางกะปิ ระบุ 3 ข้อสันนิษฐาน คือ 1.มาจากชื่อกะปิ ที่เป็นเครื่องปรุงอาหาร เพราะพื้นที่นี้แต่เดิมอุดมสมบูรณ์ด้วยกุ้งเล็กๆ มากมาย ประชาชนจึงนิยมนำมาทำกะปิกันมาก 2.มาจากคำว่ากระบี่ ที่แปลว่าลิง เพราะพื้นที่นี้เคยเป็นป่าทึบและมีลิงมาก และมาจากคำว่ากะปิเยาะห์ เป็นคำเรียกหมวกของชาวมุสลิม เพราะย่านนี้มีชาวมุสลิมอาศัยอยู่มาก ทางการจึงอาจเรียกตามเสียงที่ได้ยินชาวมุสลิมเรียกกันจนเสียงเพี้ยนมาเป็นกะปิ

 

 อย่างไรก็ตาม หลายคนคงอยากรู้มากกว่าว่าวัวที่ยืนหล่ออยู่กลางภาพ เป็นวัวของใคร? หรือเป็นขวัญเรียมในเรื่องแผลเก่าของไม้ เมืองเดิม ซึ่งมีฉากอยู่ที่ทุ่งบางกะปิ คลองแสนแสบด้วย ?

 

 9.สนามมวยลุมพินี ถ่ายในปี 2513 เป็นภาพอัฒจันทร์กลางแจ้งเก้าอี้ไม้ อยู่ริมถนนพระราม 4 ก่อตั้งและมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 ธ.ค.2499 ปัจจุบันกรมสวัสดิการทหารบก เป็นผู้บริหารกิจการ

 

 

 เดือนเม.ย. 2503 สนามมวยเวทีลุมพินีเคยมีไฟวท์สำคัญ อย่างการชิงแชมป์โลกระหว่างโผน กิ่งเพชร กับ ปาสคาล เปเรซ ช่วงที่พีคที่สุดเคยเก็บค่าผ่านประตูได้กว่า 3 ล้านบาท มีคนเข้าไปชมการชกกันของพงษ์ศิริ พ.ร่วมฤดี กับ ไพโรจน์น้อย ส.สยามชัย กว่าหมื่นคนเมื่อวันที่ 25 ก.ค.2532 จากโปรโมเตอร์ชื่อดังอย่างทรงชัย รัตนสุบรรณ

 

 วันที่ 7 ก.พ.2557 เป็นวันที่มวยคู่สุดท้ายที่ชกกันที่สนามมวยลุมพินี ริมถนนพระราม 4 เนื่องจากสัญญาเช่าที่ดินที่สนามมวยเวทีลุมพินีเช่าสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์หมดสิ้นลง ทางคณะกรรมการบริหารสนามมวยเวทีลุมพินี จึงย้ายไปที่แห่งใหม่ คือ ศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก ถนนรามอินทรา ใกล้กับสนามกอล์ฟกองทัพบก และมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 28 ก.พ.2557

 


 ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเพจ ประวัติศาสตร์ชาติไทยก่อนและหลัง 2475