ครบทุกรส สดทุกเรื่อง



จับคารถ!! นิ่มยั้วเยี้ยเกือบร้อยตัวบรรทุกเต็มฟอร์จูนเนอร์ ส่งตปท.ปรุงยาโด๊ป ตัวละ1.5หมื่น
Font Size  

วันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2558 เวลา 16:21 น.

 เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 ก.ย. พล.ต.ต.อดิศักดิ์ น้อยประเสริฐ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ รับแจ้งจากสายข่าวว่า จะมีการขนย้ายตัวนิ่มซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าจากพื้นที่อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ผ่านพื้นที่อุตรดิตถ์ เข้าสู่อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย และขนส่งตัวนิ่มข้ามแม่น้ำโขงไปยัง สปป.ลาวต่ออีกทอดหนึ่ง เพื่อหวังนำตัวนิ่มไปปรุงเป็นยาโด๊ปบำรุงร่างกาย

 

 จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.พันธุ์เทพ ถึงทรัพย์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ ฝ่ายป้องกันและปราบปราม พร้อมชุดกำลังเจ้าหน้าที่จากกองกำกับการตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์และหน่วยปฎิบัติการพิเศษ ตั้งด่านตรวจสกัดการขนย้ายตัวนิ่มในครั้งนี้ ที่บริเวณด่านตรวจบ้านไฮฮ้า หมู่ที่ 7 ตำบลด่านนาขาม อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ เส้นทางขาล่องระหว่างเด่นชัยอุตรดิตถ์

 

 พบรถยนต์กระบะโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กง-2492 น่าน พร้อมคนนั่งภายในรถจำนวน 3 คน ประกอบด้วย นายกฤตภาส แก้วใหม่ อายุ 43 ปี อยู่ จ.ปทุมธานี คนขับ น.ส.นิตยา บุญนำมา อายุ 27 ปี อยู่ จ.เพชรบูรณ์ และ น.ส.พัชรา สีทาสังข์ อายุ 28 ปี อยู่ จ.สระแก้ว ขับผ่านด่านน่าสงสัย จึงเรียกให้หยุดเพื่อตรวจสอบ ไม่พบสิ่งผิดกฏหมายภายในรถยนต์คันดังกล่าว แต่สอบถามข้อมูลถึงการเดินทาง

 

 โดยในระหว่างนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหนึ่งชุด ขับรถตรวจสอบย้อนรอยเส้นทางก่อนถึงด่านตรวจประมาณ 1 กิโลเมตร พบรถยนต์เก๋งขนาด 7 ที่นั่ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีดำ หมายเลขทะเบียน 4 กค-2686 กรุงเทพมหานคร ซึ่งขับโดยนายพิชิต ชูเชิด อายุ 37 ปี อยู่ ต.นาป่า อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ จอดอยู่ข้างทาง และขับรถมาเพียงคนเดียว

 

 ตรวจสอบภายในตัวรถเบื้องต้นพบตัวนิ่มซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวนตามที่แจ้งไว้ จึงนำมาตรวจค้นโดยละเอียดที่บริเวณด่านตรวจและพบตัวนิ่ม จำนวนทั้งสิ้น 43 ถุง ถุงละ 2 ตัว รวม 85 ตัว น้ำหนักรวม 130 กิโลกรัม บรรจุอยู่ในถุงกระสอบสีฟ้าและสีดำ วางอยู่ที่นั่งหลังคนขับและบริเวณท้ายรถซึ่งดัดแปลงเป็นเหล็กตะแกรง 2 ชั้นใช้วางตัวนิ่ม

 

 จากการสอบสวนนายพิชิต ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากเสี่ยบู้ ให้นำตัวนิ่มจากที่มีการรวบรวมกันในพื้นที่อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ไปส่งที่อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ในราคา 30,000 บาท โดยมีชาวลาว จำนวน 4-5 คน มารับและขนลงเรือข้ามแม่น้ำโขงไปฝังลาว เพื่อขายต่อ นำไปปรุงเป็นยาโด๊ปบำรุงร่างกาย ระหว่างเดินทางจะมีนายกฤตภาสพร้อมเพื่อน ขับรถตรวจเส้นทางแจ้งบอกหากมีด่านตรวจข้างหน้าโดยคุยผ่านโทรศัพท์

 

 เมื่อถึงด่านตรวจไฮฮ้าได้โทรศัพท์แจ้งให้หยุด เพราะมีด่านตรวจค้น รถดังกล่าวได้หาทางกลับรถเพื่อหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจยย.มาพบเห็นและถูกจับได้ก่อนที่จะหลบหนี ครั้งนี้ถือเป็นการขนย้ายรอบที่สอง โดยครั้งแรกขับผ่านมาโดยไม่มีด่านตรวจ โดยปกติตัวนิ่มจะซื้อขายกันในราคา 8,000-10,000 บาท และหากผ่านไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้จะมีราคาสูงตัวละเกือบ 15,000 บาท

 

 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งหมด 4 คน ในข้อหา พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ตามความผิดมาตราที่ 16 ฐานล่า พยายามล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง มาตรา 19 ร่วมกันมีสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 20 ฐานร่วมกันค้าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 25 ฐานร่วมกันนำสัตว์ป่าคุ้มครองเคลื่อนที่เพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

 และความผิดมาตรา 55 ร่วมกันซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยเอาไปเสียให้พ้นหรือรับไว้ด้วยประการใด ซึ่งสัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองอุตรดิตถ์ เพื่อดำเนินคดีต่อไป พร้อมขนย้ายตัวนิ่มไปปล่อยยังพื้นที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ในสังกัดสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าที่ 11 จังหวัดพิษณุโลก เพื่อดูแลรักษาพันธุ์ต่อไป