ครบทุกรส สดทุกเรื่อง



เผาเด็ก 5 ศพวันนี้!! แยกไป 2 ป่าช้า พ่อประกาศแก้แค้น-ญาติคอยห้าม ชาวบ้านผวาอีก
Font Size  

วันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2558 เวลา 16:21 น.

 เวลา 10.00 น. วันที่ 29 ก.ย. นายแสวง กาศรีวิชัย ปลัดอาวุโสอำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ทำการแทนนายอำเภอ และทางชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน เทศบาล หนองบัว และคณะครูนักเรียนโรงเรียนบ้านใหม่หนองบัว ได้ร่วมในพิธีศพตามประเพณีความเชื่อทางผี ซึ่งไม่ได้นับถือศาสนา เชื่อตามบรรพบุรุษ จะมีซินแส หรือ หมอหรือสล่า(ปู่จารย์) ซึ่งเป็นผู้ประกอบพิธี ในช่วงเวลานี้กำลังเตรียมการว่าจะนำศพทั้งหมดออกทำการเผาในเวลาใดจะมีหมอหรือสล่ากำหนดเวลา ซึ่งไม่สามารถบอกก่อนได้ตามความเชื่อ ทางชาวบ้านได้ออกมาช่วยกันพับกระดาษเงินกระดาษทองทำการเผาเพื่อส่งวิญญาณว่าให้นำไปใช้ในเมืองผีต่อไป

 

 การเผาศพนั้นจะแยกออกไปทำการเผา สองป่าช้า คือ ป่าช้าบ้านใหม่หนองบัว 3 ศพ และป่าช้าบ้านต้นโชค 2 ศพ ในส่วนของหน่วยราชการก็ได้มีแพทย์พยาบาล ฝ่ายปกครอง ตำรวจเข้ามาร่วมในงานและบริการให้กับผู้ร่วมงาน ญาติเด็กที่ตายได้มาทำการนำอาหารหวานคาววางหน้าศพเพื่อให้เด็กหรือวิญญาณเด็กได้กินตามความเชื่อ และได้ทำการเผากระดาษเงินทองตลอดเวลา จนกว่าจะนำศพไปเผาเสร็จจึงจะหยุดเผา โดยพ่อแม่และญาติได้หยุดร้องไห้ตามความเชื่อว่าอย่าให้วิญญาณรับรู้ถึงความเศร้าโศก เพราะจะทำให้วิญญาณไม่ไปเกิดใหม่ ยังห่วงครอบครัว

 

 เวลาเคลื่อนขบวนศพได้เลื่อนออกไปอีกตามสล่าแจ้ง แต่คาดว่าคงจะไม่เกิน 14.00 น. ทางชนเผ่าจีนยูนนานบางพื้นที่และบางกลุ่มยังมีความเชื่อตามบรรพบุรุษอยู่ ไม่ยอมนับถือศาสนาใด แต่จะถือผีตามคำบอกเล่าของสล่าหรือหมอ(ปู่จารย์) ทางซินแสหรือปู่จารย์ได้บอกเวลาให้เคลื่อนศพออกจากบ้านเวลาเที่ยง ทางญาติๆ จึงได้ช่วยกันนำศพออกจากบ้านทั้งหมด 5 ศพ โดยนายอาหยัง แซ่หยิ่น ได้นำศพของลูกชาย 2 ศพไปทำการเผาที่ป่าช้าบ้านต้นโชค ตำบลหนองบัว

 

 ส่วนนายอากวง แซ่หยิน ได้นำศพของลูกชาย 3 ศพ ไปทำการเผาที่ป่าช้าบ้านต้นโชค ตำบลหนองบัว อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีญาติๆไปส่งและช่วยกันเผาตามความเชื่อของชาวบ้านว่าศพเด็กนั้นไม่ต้องทำพิธีมากมาย เพราะว่ายังเป็นเด็กและทางความเชื่อของซินแสก็แจ้งว่าไม่ต้องทำอะไรมาก เชื่อว่าจะเกิดใหม่เร็วกว่าผู้ใหญ่ที่ต้องทำบุญมาก แต่เด็กยังไม่มีบาป จึงไม่ต้องแก้บาปอะไร ญาติได้ช่วยกันเผาในเมรุ และบนกองฟอน ตามสภาพพื้นที่

 

 ส่วนในบ้านใหม่หนองบัวนั้นยังไม่มีเมรุก็ต้องทำการเผาบนกองฟอน สร้างความโศกเศร้ากับยายย่าและพ่อแม่อย่างสุดที่จะเวทนา การเผาก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่มีปัญหาอะไร ทางญาติได้ช่วยปลอบพ่อและแม่ของเด็กไม่ต้องไปก่อกรรมก่อเวรอะไรอีก เพราะด้วยความเคียดแค้นที่นายซาอะผะ ได้ฆ่าลูกตัวเอง ทางนายอากวง แซ่หยิน กล่าวว่า แค้นต้องชำระตามประสาของชาวจีน 10 ปีไม่สายเกินไป ซึ่งทางญาติๆ ได้ปลอบไม่ให้คิดที่จะไปแก้แค้น เพราะจะส่งผลต่อวิญญาณของลูกๆ ทางครอบครัวจะทำบุญให้เด็กทั้ง 5 คนอีกครั้ง ในวันที่ 2 ต.ค.นี้

 

 โดยชาวบ้านได้พูดคุยกันถึงการกระทำของคนที่ป่วยเป็นโรคประสาทว่าน่ากลัวและในแต่ละหมู่บ้านก็มีอีกหลายคนที่ป่วยและไม่ไปหาหมอ และไม่มีญาติคอยดูแล ทำให้ประชาชนตื่นกลัวเหมือนกัน วันนี้หมอและพยาบาลได้แยกเป็น 3 ชุด เพื่อช่วยดูแลอาการให้กับญาติๆ หนึ่งชุดดูแลคนแก่ในบ้าน อีกสองชุดดูแลอยู่ที่สองป่าช้า