ครบทุกรส สดทุกเรื่อง



"เบลเยียม" ประวัติศาสตร์ที่ 1โลก สดจากสนามแข่ง
Font Size  

วันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 เวลา 15:03 น.

วง การลูกหนังโลกเซอร์ไพรส์ไม่น้อย กับผลงานของ "ปีศาจแดงแห่งยุโรป" ทีมชาติเบลเยียม ที่สามารถก้าวพรวด ขึ้นมาเป็นทีมอันดับ 1 ของโลกประจำ เดือนพ.ย.ที่ผ่านมา จากการจัดอันดับของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่า เมื่อ วันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยขยับขึ้น 2 ขั้น จากอันดับ 3 เมื่อเดือนก่อน ขึ้นมาอันดับ 1 ของโลก แซง "ฟ้าขาว" อาร์เจนตินา เจ้าของตำแหน่งเมื่อเดือนที่แล้ว และ "อินทรีเหล็ก"เยอรมนี แชมป์โลก 2014 ได้อย่างพลิกความคาดหมาย



ทีมชาติเบลเยียมภายใต้การคุมทีมของ มาร์ก วิลม็อตส์ ตำนานนักเตะทีมชาติเบลเยียม ยกระดับทีมของตนเองจนกลายเป็นยอดทีมของโลก



สร้าง ประวัติศาสตร์ของประเทศที่ก้าวเป็นเบอร์ 1 ของโลกได้ มีคะแนนสะสมทั้งหมด 1,440 แต้ม มากกว่าเยอรมนี ทีมอันดับสอง ที่มี 1,388 แต้ม



จุด ที่ทำให้เบลเยียมผงาดขึ้นเป็นทีมอันดับ 1 ของโลกครั้งนี้มาจากผลงานในรอบคัดเลือกยูโร 2016 ที่เสร็จสิ้นไปแล้ว โดยนักเตะ "ปีศาจแดงแห่งยุโรป" เตะ 10 นัด ชนะ 7 เสมอ 2 และแพ้นัดเดียว ยิงได้ 24 ประตู เสียเพียง 5 ลูก เก็บได้ 23 แต้ม คว้าแชมป์ กลุ่มบี ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายได้ตามความคาดหมาย



โดยชนะอิสราเอล 3-1, ชนะอันดอร์รา 4-1, ชนะไซปรัส 1-0, ชนะบอสเนีย 3-1, แพ้เวลส์ 0-1, ชนะอิสราเอล 1-0, ชนะไซปรัส 5-0, เสมอเวลส์ 0-0, เสมอบอสเนีย 1-1, ชนะอันดอร์รา 6-0



ขณะที่การอุ่นเครื่องก็ทำได้ดี ชนะฝรั่งเศส 4-3 ชนะไอซ์แลนด์ 3-1, ชนะออสเตรเลีย 2-0



นักเตะชุดนี้ส่วนใหญ่ค้าแข้งอยู่ ในลีกใหญ่ของยุโรป ทั้งในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ลา ลีกา สเปน, บุนเดสลีกา เยอรมนี, กัลโช่ เซเรียอา


มาร์ก วิลม็อตส์ กุนซือเบลเยียม
 





เบลเยียม แข็งแกร่งทุกขุมกำลัง มีนักเตะ ระดับโลกหลายคน นำทัพโดย เอเดน ฮาซาร์ด เพลย์เมกเกอร์จากสโมสรเชลซีในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ, เควิน เดอ บรอยน์ สโมสรแมนฯ ซิตี้



แนวรับก็สุดยอด เหนียวแน่น มี แวง ซองต์ กอมปานี กองหลังกัปตันทีมจากแมนฯ ซิตี้, แยน แฟร์ตองเก้น จาก สเปอร์, โทบี้ อัลเดอร์เว เรลด์ จาก สเปอร์, ธิบัวต์ คูร์กตัวส์ ผู้รักษาประตูจอมหนึบจากเชลซี, ซิมง มิโญเลต์ นายทวารมือ 1 ของลิเวอร์พูล



แดนกลาง นอกจากมี ฮาซาร์ด แล้ว ยัง อัดแน่นไปด้วยดาวดังที่มากประสบการณ์ และเป็นจอมเทคนิค มูสซ่า เด็มเบเล่, แอ็กเซล วิตเซล, มารูยาน เฟลไลนี่, เควิน มิรัลราส, ดรีส เมอร์เทนส์, สเตฟาน เดฟูร์, รัดยา เนียงโกลัน, นาเซอร์ ชาดลี่



กองหน้าไม่เป็นรองใคร มีทั้ง คริสเตียน เบนเตเก้, ดิว็อก โอริกี สองกองหน้าจากลิเวอร์พูล, โรเมลู ลูคาคู ดาวยิงจากเอฟเวอร์ตั้นในพรีเมียร์ลีก



นอกจากนี้ ยังมีดาวรุ่งอย่าง อัดนัน ยา นูไซ กองกลางจากแมนฯ ยู



มาร์ก วิลม็อตส์ กุนซือวัย 46 ปี ค่อยๆ พัฒนานักเตะเบลเยียม หล่อหลอมเข้า ด้วยกันจนลงตัว สร้างทีมเวิร์กจนกลายเป็นยอดทีมที่พร้อมจะท้าทายยักษ์ใหญ่อื่นๆ ในยุโรป ไม่ว่าจะเป็นเยอรมนี สเปน อิตาลี ฝรั่งเศส อังกฤษ เพื่อลุ้นแชมป์ยูโร 2016 ที่ประเทศฝรั่งเศส ช่วงเดือนมิ.ย.ปีหน้า



วันนี้พวกเขาสร้างประวัติศาสตร์ก้าวเป็นทีมอันดับ 1 ของโลกได้แล้ว



จากนี้ไปต้องรอลุ้นว่าจะคว้าแชมป์รายการใดมาประดับวงการฟุตบอล เบลเยียมได้บ้าง