ครบทุกรส สดทุกเรื่อง



เซียน"อ."เผ่นฮ่องกง-พันหัวคิวราชภักดิ์ คืนแล้วส่วนต่าง20ล้าน ตร.ชี้ทหารไม่ร้องก็จบ
Font Size  

วันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 เวลา 10:34 น.

เซียนพระ "อ." เผ่นแล้ว-บินหนีไปฮ่องกง พัวพันค่าหัวคิวอุทยานราชภักดิ์เป็นเงิน 20 ล้าน ก่อนเรียกมาพูดคุย-คืนค่าหัวคิวให้มูลนิธิ ด้านตร.ยังไม่ขยายผลสอบอุทยานราชภักดิ์ เหตุไม่มีร้องทุกข์ แต่ถ้ามีร้องเข้ามาก็ต้องตรวจสอบตามขั้นตอน หากกองทัพไม่ร้องทุกข์คดีก็จบไป คาดสัปดาห์หน้ามีความชัดเจน เร่งสอบอีก 3 คดีแอบอ้างเบื้องสูง รวมถึงคดีของพ.อ.โจ้ด้วย ยังระดมติดตามล่าตัว ด้าน "จักรทิพย์" สั่งกำชับทุกด่าน-หาเบาะแส "พ.อ."ให้ศรีวราห์ประสานขอข้อมูลปมหัวคิวอุทยานราชภักดิ์ ขณะที่บิ๊กติ๊กยัน "พล.ต." ยื่นลาออกแล้ว ตั้งแต่ 5 พ.ย.-แต่อยู่ระหว่างการพิจารณา


จาก กรณีเจ้าหน้าที่ออกหมายจับและคุมตัวกลุ่มผู้ต้องหาแอบอ้างเบื้องสูงไปเรียก รับผลประโยชน์ โดยอ้างโครงการสำคัญ นำโดยนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง ก่อนคุมตัวไปคุมขังไว้ที่เรือนจำชั่วคราว แขวงถนนนครไชยศรี ภายในมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) แต่หมอหยองมีอาการป่วยและ เสียชีวิต ขณะที่ศาลทหารออกหมายจับพ.อ.คชาชาต บุญดี หรือเสธ.โจ้ นายทหาร ฝ่ายเสนาธิการ ประจำกองทัพภาคที่ 3 ฐานแอบอ้างเบื้องสูงเรียกรับผลประโยชน์ ด้านพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และอดีตผบ.ทบ. รับมีค่าหัวคิวอุทยานราชภักดิ์ แต่จัดการแล้วด้วยการให้โรงหล่อบริจาคคืนกองทัพ ทุกอย่างจบด้วยความเรียบร้อย ตามที่เคยเสนอข่าวไปนั้น


ตร.ประสานขอข้อมูลราชภักดิ์


สำหรับ ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ที่สโมสรตำรวจ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีพ.อ.คชาชาต ผู้ต้องหาแอบอ้างเบื้องสูงเรียกรับผลประโยชน์ หลบหนีออกนอกประเทศผ่านด่านตรวจคน เข้าเมืองแม่สอด จ.ตาก ว่ายังไม่ทราบเรื่อง ยังไม่มีการลงรายละเอียดในส่วนของคดีเลย


ผู้ สื่อข่าวถามว่าหลังจากเกิดคดีแอบอ้างเบื้องสูง ด่านแม่สอดมีอะไรน่าเป็นห่วงหรือไม่ และกำชับด่านต่างๆ ให้ช่วยติดตามตัวพ.อ.คชาชาตหรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า กำชับทุกด่านไปเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เริ่มเกิดกรณีดังกล่าวในช่วงแรก ทุกคดีใหญ่เป็นหลักเลย ได้สั่งการไปที่สตม.หมดแล้วให้ระวัง


เมื่อถามว่าประเทศไทยกับประเทศพม่า มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า เอาเป็นว่าเราได้ คุยกันอยู่แล้ว


เมื่อ ถามต่อว่ากรณีพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และอดีตผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์มีการเก็บค่าหัวคิวอุทยานราชภักดิ์ ขณะนี้ได้ประสานข้อมูลหรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.รองผบ.ตร. คงจะประสานไป


ยังไม่สอบปมค่าหัวคิว


ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต. ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผบก.ปอศ. ในฐานะรองโฆษก ตร. แถลงถึงความคืบหน้าคดีแอบอ้างเบื้องสูงว่า ขณะนี้การดำเนินคดีกับกลุ่มแอบอ้างเบื้องสูงยังไม่มีการขยายผลไปถึงการจัด สร้างอุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยตร.ดำเนินคดีเพียงกลุ่มของนายสุริยัน หรือหมอหยองเท่านั้น และล่าสุดได้รับคดีเพิ่มมาอีก 3 คดี ซึ่งเป็นคดีในกลุ่มแรกเช่นกัน


ผู้ สื่อข่าวถามว่าจำเป็นต้องเรียกพล.อ. อุดมเดช สีตบุตร มาให้ข้อมูลหรือไม่ เพราะท่านรู้ข้อมูลการจัดสร้างอุทยานฯ รองโฆษกตร. กล่าวว่า ตอนนี้ตำรวจยังไม่ได้รับการร้องทุกข์กล่าวโทษเกี่ยวกับกรณีการจัดสร้าง อุทยานราชภักดิ์ แต่หากมีผู้มาร้องทุกข์ก็ต้องตรวจสอบตามขั้นตอน ซึ่งคดีแบบนี้ต้องมีผู้มาร้องทุกข์กล่าวโทษ แต่ตอนนี้ยังไม่มี ถ้ากองทัพไม่ร้องทุกข์คดีก็จบไป อยากให้สื่อมวลชนใจเย็นๆ หากมีข้อมูลปรากฏก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายแน่นอน และหากพบผู้ต้องหาเพิ่มเติมก็ต้องสอบสวนขยายผล โดยคาดว่าในสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนแน่นอน


เมื่อถามว่า ก่อนที่หมอหยองจะเสียชีวิต ตำรวจได้สอบปากคำถึงการจัดสร้างอุทยาน ราชภักดิ์หรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้ดำเนินการ ขณะนี้ตำรวจรับผิดชอบคดีในส่วนของคดีม.112 เท่านั้น


เร่งสอบอีก3คดี-พ.อ.โจ้ด้วย


เมื่อ ถามถึงสำนวนที่ใกล้เสร็จสิ้นในส่วนของคดีม.112 ต้องสอบสวนอะไรเพิ่มเติม หรือไม่ รองโฆษกตร. กล่าวว่า จากนี้พนักงานสอบสวนคดีแอบอ้างเบื้องสูงต้องสอบสวน อีก 3 คดีที่ได้รับแจ้งเพิ่มเข้ามาเพิ่มเติม ในส่วนของพ.อ.คชาชาต หรือเสธ.โจ้ ซึ่งตอนนี้กำลังดำเนินการอยู่ใกล้เสร็จสิ้นแล้ว


เมื่อถามว่า ผู้ต้องหาที่เสียชีวิตมีอุปสรรคต่อการสอบสวนหรือไม่ รองโฆษกตร. กล่าวว่า ไม่มีผลแต่อย่างใด โดยการเสนอสำนวนขึ้นมาที่พล.ต.อ.จักรทิพย์ ของพนักงานสอบสวนที่มีพล.ต.ท.ศรีวราห์ เป็นหัวหน้าชุดในวันที่ 12 พ.ย.นี้ เป็นการเสนอเพื่อขอใช้พนักงานสอบสวนชุดเดิมที่สอบสวนคดี ม.112 เนื่องจากมีอีก 3 คดีที่ได้รับมาเพิ่มเติม โดยเป็นคดีในกลุ่มเดียวกัน และตอนนี้กำลังสอบสวนเพิ่มเติมอยู่


เมื่อถามต่อว่าตามขั้น ตอนกฎหมายตำรวจต้องไปขอให้ศาลจำหน่ายคดีในส่วนของผู้เสียชีวิตอย่างไร พล.ต.ต.ปิยะพันธ์กล่าวว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 อนุ 1 ระบุไว้ว่าคดีอาญาย่อมระงับไปด้วยความตายของผู้กระทำผิด ฉะนั้นคดีนี้ก็เป็นกระบวนการสอบสวนว่าผู้ต้องหาถึงแก่ความตายแล้วสำนวนจะจบ อย่างไร


ติดตามล่าตัว"คชาชาต"


เมื่อ ถามถึงความคืบหน้าการติดตามตัวพ.อ.คชาชาต พล.ต.ต.ปิยะพันธ์กล่าวว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังติดตามตัวอยู่ เชื่อว่าจะสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องมาได้ เพราะคดีใหญ่ๆ ที่ผ่านมา เช่น คดีระเบิดแยกราชประสงค์ พล.ต.อ.จักรทิพย์ก็สามารถ จับ ผู้ต้องหามาจนได้ แต่ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าพ.อ.คชาชาตหนีไปที่ใด และไม่ทราบว่าเป็นไปตามกระแสข่าวว่าไปประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่ ตอนนี้ส่งข้อมูลไปยังด่านตรวจคน เข้าเมืองทั่วประเทศให้ติดตามแล้ว


เมื่อ ถามว่าหากพ.อ.คชาชาต หนีไปประเทศที่ไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน โอกาสได้ตัวจะน้อยลงหรือไม่ พล.ต.ต. ปิยะพันธ์กล่าวว่า เรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายเกี่ยวกับการประสานส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน


เมื่อ ถามว่าถ้าผู้ต้องหาหนีไปประเทศพม่าจะมีกฎหมายส่งตัวหรือไม่ รองโฆษกตร. กล่าวว่า มีเพียงคดีความมั่นคงบางเรื่อง แต่คดีม.112 ไม่มี ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่ประสานงานกับทางการพม่าแล้ว แต่ยังไม่ยืนยันว่า ผู้ต้องหาหนีไปพม่า ส่วนกระแสข่าวว่ามีบุคคลหน้าคล้ายพ.อ.คนหนึ่ง เดินทางออกไปที่ด่านแม่สอด จ.ตาก ก็ได้ตรวจสอบแล้ว แต่ยังไม่ปรากฏหลักฐาน ตำรวจทำตามขั้นตอนกฎหมายไม่ได้ล่าช้า


เมื่อถามว่าแสดงว่า หลักฐานการเดินทางออกนอกประเทศผ่านจุดตรวจสะพานมิตรภาพไทย-พม่า เมื่อเวลา 06.35 น. วันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา ของพ.อ.คชาชาติ เป็นของปลอม พล.ต.ต.ปิยะพันธ์กล่าวว่า การตรวจสอบยังไม่ปรากฏหลักฐานแบบนั้น ส่วนการเพิกถอนหนังสือเดินทางนั้น เป็นเรื่องระหว่างประเทศ ตำรวจมีอำนาจเพียงออกประกาศ สืบจับคนร้ายตามกฎหมายเท่านั้น


บิ๊กติ๊กยันพล.ต.ยื่นลาออกแล้ว


ด้าน พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยพ.อ.คชาชาต หลังขาดราชการเกิน 7 วันว่า เป็นไปตามระเบียบราชการ เพราะตามระเบียบข้าราชการทหาร หากจะเดินทางออกนอกประเทศ ต้องทำหนังสือขออนุญาตถึงผู้บัญชาการเหล่าทัพ ต้นสังกัด และรมว.กลาโหมล่วงหน้า โดยยอมรับว่านายทหารยศพล.ต. เพื่อนสนิท ของพ.อ.คชาชาต ได้ทำหนังสือลาออกและ ส่งมาถึงกระทรวงกลาโหมตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย. และอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงกลาโหม


ขณะที่ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า สำหรับระเบียบการขาดราชการเกินกว่า 7 วัน ต้องดำเนินการสอบสวนทางวินัย หากขาดราชการเกิน 15 วัน หน่วยงานต้นสังกัดต้องพิจารณาเรื่องการออกจากราชการ แต่ต้องดูว่ากองทัพภาคที่ 3 พิจารณาในประเด็นใดว่าเป็นการขาดราชการ เพราะติดต่อไม่ได้หรือขาดราชการ เพราะหนีคดีอาญา


เซียนพระ"อ."เผ่นฮ่องกง


สำหรับ การสืบสวนสอบสวนในโครงการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ รายงานข่าวแจ้งว่า การดำเนินการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์มีคณะกรรมการแต่ละส่วนมาบริหารจัดการ อันมีลักษณะเป็นนิติบุคคลภายใต้เป็นมูลนิธิ อุทยานราชภักดิ์ โดยมีพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และอดีตผบ.ทบ. เป็นประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดสร้าง และเป็นประธานมูลนิธิโดยตำแหน่ง จากการตรวจสอบพบในส่วนของโรงหล่อที่รับดำเนินการหล่อพระบรมราชานุสาวรีย์ บูรพกษัตริย์ทั้ง 7 พระองค์นั้น มีทั้งหมด 6 บริษัท โดยมีรายงานเมื่อเดือนส.ค.ที่ผ่านมา ทางคณะกรรมการมูลนิธิอุทยานราชภักดิ์ พบความผิดปกติ บางอย่างในส่วนของการจัดสร้างรูปปั้นบูรพกษัตริย์ทั้ง 7 พระองค์ จึงได้มีการสอบสวนเป็นการภายใน


เบื้องต้นบริษัททั้ง หมดได้ชี้แจงว่า การ เข้ามารับงานดังกล่าวได้รับการติดต่อผ่านเซียนพระ "อ." ชื่อดังคนหนึ่ง โดยมูลค่าการหล่อพระบรมราชานุสาวรีย์บูรพกษัตริย์ทั้ง 7 พระองค์ เป็นเงินกว่า 200 ล้านบาท ก่อนได้ตกลงส่วนแบ่งจำนวน 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นเงินกว่า 20 ล้านบาท เพื่อเก็บเป็นค่านายหน้าหรือหัวคิว โดยได้พูดคุยกันในหน่วยงานราชการ แห่งหนึ่ง บริเวณถนนราชดำเนิน เมื่อ ประมาณเดือนต.ค.ที่ผ่านมา รวมทั้งได้เรียกเซียนพระคนดังกล่าวมาสอบถาม ก่อนที่เซียนพระจะนำเงินค่านายหน้ากว่า 20 ล้านบาท บริจาคผ่านมูลนิธิ ไปจนหมดแล้ว ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าเซียนพระคนดังกล่าวได้เดินทางออกนอกประเทศตั้งแต่ วันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยเดินทางไปยังฮ่องกง ซึ่งคาดว่าน่าจะเดินทางออกนอกประเทศ หลังจากที่ปรากฏข่าวว่ามีนายทหารยศพล.ต.-พ.อ.เกี่ยวโยงกับนายสุริยัน