ครบทุกรส สดทุกเรื่อง



สธ.แถลงพบชายโอมานป่วย ‘เมอร์ส’ รายที่ 2 ลอบเข้าไทย เร่งกักตัวผู้เสี่ยงสัมผัสโรค
Font Size  

วันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2559 เวลา 10:14 น.

 เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 ม.ค. ที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สธ. แถลงข่าว “ตรวจพบผู้ป่วยเข้าข่ายโรคเมอร์ส (MERS) หรือโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลางในประเทศไทยรายที่ 2” ว่า พบผู้ป่วยเป็นชายชาวโอมาน อายุ 71 ปี โดยเดินทางมาพร้อมกับลูกชายอีก 1 คน เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ที่ผ่านมา เมื่อมาถึงสนามบิน ไม่พบอาการไข้ ทำให้การตรวจสอบจากเครื่องเทอร์โมสแกนค่อนข้างลำบาก


 อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยนั่งแท็กซี่เพื่อจะไปเช็คอินที่โรงแรม แต่ยังไม่ทันเข้าพัก ก็มีอาการและรีบไปรักษาที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ช่วงประมาณตี 1 ของวันที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งทางโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ตรวจพบโรคอย่างรวดเร็ว และนำเข้าห้องแยกโรคทันที โดยได้ตรวจเชื้อ ซึ่งผลออกมาประมาณเวลา 12.00 น. ของวันที่ 23 ม.ค. และรายงานการพบเชื้อมาที่กรมควบคุมโรค (คร.) ซึ่งได้ส่งตรวจยืนยันเพิ่มอีกครั้งที่สถาบันบำราศนราดูร จนพบผลเป็นบวก ยืนยันพบเชื้อเมอร์สเช่นกัน จึงประสานตัวให้รับเข้าสถาบันบำราศนราดูร เมื่อเวลา 18.00 น. ของวันที่ 23 ม.ค.
 

 “โดยสรุปผู้ป่วยรายนี้เป็นชายอายุ 71 ปี มีโรคเบาหวานร่วมด้วย ขณะนี้พักรักษาตัวที่ห้องแยกโรคสถาบันบำราศนราดูรแล้ว โดยช่วงเช้าที่ผ่านมาสามารถพูดคุยได้ รับประทานอาหารเองได้ แต่ยังจำเป็นต้องให้ออกซิเจน เพราะมีการอักเสบของปอด อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องกังวล มั่นใจว่า ผู้ป่วยเมอร์สรายที่ 2 ของไทยครั้งนี้ จะไม่มีการแพร่เชื้อไปยังชุมชน เพราะเราสามารถควบคุมได้แล้ว” นพ.ปิยะสกล กล่าว


 รมว.สธ. กล่าวต่อว่า ส่วนผู้ที่สัมผัสกับผู้ป่วยรายอื่นๆ นั้น ทางการแพทย์จำเป็นต้องติดตามเพื่อเฝ้าระวังด้วย โดยระยะในการเฝ้าระวังจะอยู่ที่ 14 วันหลังจากสัมผัสผู้ป่วย หากพ้นระยะติดต่อโรคก็ถือว่าปลอดภัย ทั้งนี้ สำหรับผู้สัมผัสโรคที่มีความเสี่ยงสูงมีจำนวน 37 คน ขณะที่ความเสี่ยงไม่สูงประมาณ 3-4 คน โดยเป็นคนไทยประมาณ 13 คน อย่างไรก็ตาม รวมถึงลูกชายของผู้ป่วยอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงแล้ว และให้อยู่ที่สถาบันบำราศนราดูรเพื่อติดตามอาการแล้วเช่นกัน โดยส่วนใหญ่ผู้สัมผัสโรคจะเป็นผู้โดยสารเครื่องบิน นับจากผู้ป่วยนั่งแถวหน้าและแถวหลังไป 2 แถว มีจำนวน 23 คน  แต่ถือว่าโชคดีที่ผู้ป่วยนั่งริมหน้าต่าง โอกาสแพร่เชื้อจึงแคบลง 
 

 นพ.ปิยะสกล กล่าวอีกว่า ส่วนแท็กซี่ที่รับผู้ป่วยไปโรงแรม 1 คน และพนักงานโรงแรมอีก 1 คนนั่น ก็จัดอยู่ในความเสี่ยงสูง โดยทั้งหมดได้ประสานติดตามตัวแล้ว ส่วนผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่บนเครื่องบินที่เสี่ยงไม่สูง ไม่ต้องกักตัวไว้ แต่เราต้องติดตามและบอกแนวทางปฏิบัติตัวก็เพียงพอ


 ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ป่วยทราบก่อนหรือไม่ว่าป่วยด้วยโรคเมอร์ส นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า ผู้ป่วยทราบดี แต่ไม่ได้แจ้งอะไรกับกัปตันหรือลูกเรือเลย ซึ่งไม่แสดงอาการด้วย จนมาเข้ารพ.และได้ซักประวัติจนทราบว่า ผู้ป่วยรายนี้ได้พบแพทย์ที่ประเทศต้นทางของเขาแล้ว แต่กลับไม่ยอมเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลของตัวเอง กลับเดินทางเข้ามาเอง โดยไม่บอกใครว่ามีอาการเข้าข่าย และเดินทางมาประเทศไทยแบบนักท่องเที่ยว ซึ่งตรงนี้ถือว่าน่าห่วงมาก ด้วยเหตุนี้จึงต้องเข้มงวดในการเฝ้าระวังมากขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม ต้องประสานกับสายการบินทุกแห่ง และประเทศต้นทางนั้นเพิ่มเติมต่อไป

 

 ต่อมาเวลา 13.40 น. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้สามารถติดตามตัวแท็กซี่ที่รับส่งชายชาวโอมาน ที่ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจตะวันออกกลางได้เรียบร้อยแล้ว โดยมีการติดตามจากกล้องวงจรปิดจนมาพบตัวแถวจังหวัดนนทบุรี ซึ่งได้อธิบายเกี่ยวกับระบบป้องกันโรคติดต่อให้กพับคนขับแท็กซี่ทราบแล้ว ก่อนจะพามาไว้ที่ห้องแยกโรคที่สถาบันบำราศนราดูร จนกว่าจะพ้นระยะฟักตัวของโรค 14 วัน ซึ่งคนขับแท็กซี่เข้าใจและให้ความร่วมมือ ในมาตรการป้องกันโรคของกระทรวงสาธารณสุขเป็นอย่างดี


 ส่วนผู้โดยสารที่โดยสารรถแท็กซี่คันดังกล่าวหลังจากรับส่งผู้ป่วยแล้ว ไม่ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงแต่อย่างใด สำหรับการสูญเสียรายได้จากการประกอบอาชีพในช่วงนี้ ทางกรมควบคุมโรคจะมีการช่วยเหลือตามความเหมาะสมต่อไป เนื่องจากมาตรการจ่ายเงินชดเชยการสูญเสียรายได้ที่ขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปก่อนหน้านี้ตอนนี้อยู่ระหว่างดำเนินการหารือกับทางกรมบัญชีกลาง

 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันเดียวกันนี้ นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ทำหนังสือ ถึงผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สำนักสาธารณสุขนิเทศน์ (สธน.) ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อขอความร่วมมือในการติดตามตัว ผู้สัมผัสโรคบนเครื่องบินลำเดียวกันกับผู้ป่วยอย่างจริงจัง และขอให้แยกกักกันตามความจำเป็น และแนวทางของกรมควบคุมโรคเพราะเป็นเรื่องการควบคุมโรคและความมั่นคงของชาติด้วย และขอให้รายงานผลเข้ามาที่การควบคุมโรคส่วนกลางที่กระทรวงสาธารณสุขด้วย


 ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของยุโรป (ECDC: European Centre for Disease Prevention and Control) รายงานพบผู้ป่วยยืนยันโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือโรคเมอร์ส ณ วันที่ 14 ม.ค.2559 รวมแล้ว ผู้ป่วย 1,649 ราย เสียชีวิต 638 ราย โดยพบรายงานผู้ป่วยทั้งหมด จาก 26 ประเทศ ดังนี้ ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ จอร์แดน โอมาน คูเวต อียิปต์ เยเมน เลบานอน อิหร่าน ตุรกี อังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี กรีซ เนเธอร์แลนด์ ออสเตเรีย ตูนีเซีย แอลจีเรีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ จีน และไทย