ครบทุกรส สดทุกเรื่อง



หมอห่วงจิตหลอน ถ้าถึงขั้นคุยตุ๊กตาลูกเทพได้ รีสอร์ตผวาห้ามเข้าพัก เปิดธุรกิจ"เนิร์สเซอรี่"รับเลี้ยง
Font Size  

วันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2559 เวลา 09:50 น.

รมว.สธ.ห่วงคนเลี้ยงลูกเทพ อย่าถึงขั้นพูดกับตุ๊กตาเข้าข่ายจิตหลอน แนะควรมาพบแพทย์ ด้านรีสอร์ตที่พะเยา-สกลนครขึ้นป้ายห้าม ลูกเทพพัก หวั่นกระทบลูกค้าคนอื่นที่หวาดกลัว เปิดอีกเนิร์สเซอรี่รับเลี้ยงดูแล เผยมีลูกค้าสนใจนำมาฝาก คิดบริการวันละ 500 บาท เล็งเปิดรับเลี้ยงตลอดชีพด้วย โพลชี้สังคมไม่ควรสนใจตุ๊กตาลูกเทพ เป็นเพียงกระแสแฟชั่น-ไม่นานก็เงียบ ระบุเป็นเรื่องงมงาย-สิ้นเปลืองเงินทอง ค้านร้านค้า-สายการบินเกาะกระแส ชี้ไม่เหมาะสมพระ ปลุกเสกให้ ส่วนขนส่งห้ามแท็กซี่ปัดรับคนอุ้มลูกเทพ อาจผิดกม.ปรับ 1 พันบาท-แนะให้ปิดไฟว่าง เหล่าดาราแจงแค่สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ แนะอยากมีเงินต้องทำงาน ฮือฮาแม่ค้าปราจีนฯ เลี้ยงตุ๊กตาลูกทาส


จาก กรณีตุ๊กตาลูกเทพที่กำลังได้รับความนิยม จนบางสายการบิน รถทัวร์และร้านอาหารบุฟเฟต์ ออกโปรโมชั่นขายตั๋วดึงดูดลูกค้ากลุ่มนี้ รวมทั้งยังรับเสริมดั้ง-ทำหน้าใสด้วย ขณะที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หวั่นกระทบกับการแก้ไขปัญหาธงแดงของไอเคโอ จึงวางแนว ทางห้ามสายการบินขายตั๋วชื่อลูกเทพเด็ดขาด แต่สามารถให้เจ้าของจองที่นั่งได้และนำขึ้นเครื่องในฐานะสัมภาระ ส่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กังวลอาจถูกใช้เป็นช่องทางลำเลียงยาเสพติด พร้อมให้จับตาเนิร์สเซอรี่รับเลี้ยงลูกเทพและสำนักปลุกเสก หวั่นเข้าข่ายหลอกลวง ขณะที่สื่อนอกหลายสำนักตีข่าว ไทยฮิตเลี้ยงลูกเทพ ชี้เหตุคนไทยไม่มั่นใจ-กังวลเศรษฐกิจแย่ ความไม่แน่นอนทางการเมืองหลังรัฐประหาร คล้ายบูชาจตุคามหลังรัฐประหารปี"49 ตามที่เคยเสนอข่าวไปนั้น


โพลชี้เลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพงมงาย

สำหรับ ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 28 ม.ค. สวนดุสิตโพล สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ 1,029 คน ระหว่างวันที่ 26-27 ม.ค. ว่าคิดอย่างไรกับกระแสข่าวตุ๊กตาลูกเทพ อันดับ 1 ร้อยละ 68.05 สังคมไม่ควรสนใจหรือให้ความสำคัญมากเกินไป เป็นสิทธิและความเชื่อส่วนบุคคล อันดับ 2 ร้อยละ 61.30 เป็นเพียงกระแสตามแฟชั่น ไม่นานข่าวก็คงเงียบไปเอง และอันดับ 3 ร้อยละ 55.84 เกิดการเลียนแบบ เห็นจากดาราหรือคนที่มีชื่อเสียง


ส่วนเรื่องตุ๊กตาลูกเทพสะท้อนสังคมอย่างไรนั้น แบ่งเป็นด้านบวกคือ อันดับ 1 ร้อยละ 66.18 เป็นที่พึ่ง ยึดเหนี่ยวจิตใจ มีไว้เป็นเพื่อน แก้เหงา อันดับ 2 ร้อยละ 57.46 ธุรกิจต่างๆ มีการแข่งขัน สร้างรายได้ มีกำไร อันดับ 3 ร้อยละ 53.89 เป็นสีสัน เป็นเรื่องสนุกสนานให้กับสังคม และด้านลบคืออันดับ 1 ร้อยละ 71.22 ถูกมองว่างมงาย ล้าหลัง พึ่งไสยศาสตร์ อันดับ 2 ร้อยละ 60.71 สิ้นเปลืองเงินทอง อันดับ 3 ร้อยละ 50.45 ผู้ไม่หวังดีนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง เช่น ซุกยาเสพติด หลอกลวง ต้มตุ๋น


ไม่สนซื้อมาเลี้ยง-สิ้นเปลือง

กรณี ที่ธุรกิจยักษ์ใหญ่ เช่น สายการบิน ร้านอาหาร สอนหนังสือ ห้างสรรพสินค้า หันมาเกาะกระแสลูกเทพฟีเวอร์กันอย่างคึกคัก ด้วยการออกแคมเปญใหม่ เพื่อให้บริการตุ๊กตาลูกเทพ ประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ อันดับ 1 ร้อยละ 53.35 ไม่เห็นด้วย เพราะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ เป็นการเอาใจลูกค้ามากเกินไป มองว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม อันดับ 2 ร้อยละ 39.94 เฉยๆ เพราะอาจเป็นเพียงกระแสช่วงหนึ่ง มองเป็นเรื่องของธุรกิจ เป็นสิทธิส่วนบุคคล อันดับ 3 ร้อยละ 6.71 เห็นด้วย เพราะทำให้ธุรกิจมีผลกำไร มีเงินหมุนเวียน ตอบความต้องการของกลุ่มคนที่มีเงินหรือมีกำลังจ่าย


สำหรับ นำตุ๊กตาลูกเทพไปปลุกเสกเพื่อบูชา ประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ อันดับ 1 ร้อยละ 51.90 ไม่เห็นด้วยเพราะไม่เหมาะสม โดยเฉพาะมีพระสงฆ์มาเกี่ยวข้อง ขัดต่อหลักพุทธศาสนา ดูน่ากลัว อันดับ 2 ร้อยละ 45.19 เฉยๆ เพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคล ขึ้นอยู่กับความเชื่อและวิจารณญาณของแต่ละคน อันดับ 3 ร้อยละ 2.91 เห็นด้วย เพราะเพื่อความสบายใจ ทำให้มีกำลังใจในการดำเนินชีวิต ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น


ส่วน ประเด็นที่ว่าประชาชนเองมีความสนใจซื้อมาบูชาหรือไม่ อันดับ 1 ร้อยละ 98.54 ไม่สนใจ เพราะสิ้นเปลืองเงินทอง ไร้สาระ งมงาย ชีวิตจะดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับความขยันและการกระทำมากกว่า อันดับ 2 ร้อยละ 1.46 สนใจ เพราะตุ๊กตาน่ารักดี อยากมีไว้เป็นของตัวเองบ้าง อยากลองพิสูจน์ดูว่าจะดีจริงหรือไม่


ถ้าพูดกับลูกเทพได้ต้องพบหมอ

ที่ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกระแสความนิยมการเลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพว่า การเลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพ เพื่อช่วยคลายเหงาสามารถทำได้ เพราะถือเป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคล เล่นชั่วครั้งชั่วคราวก็สามารถทำได้ แต่คนเราควรอยู่ในความเป็นจริงและความพอดี อย่าเกินเลย ถ้าหมกมุ่นลงไปจนถึงขั้นเหมือนเกิดจิตหลอน คิดว่าสามารถพูดคุยโต้ตอบ หรือสื่อสารกับตุ๊กตาลูกเทพได้ ก็ต้องกลับมาดูตัวเอง และถ้าถึงขั้นคิดว่าสื่อสารได้ ขอแนะนำว่าควรไปปรึกษาแพทย์


นพ.ปิยะ สกลกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ระบุว่าสามารถสื่อสารได้ เพราะตุ๊กตาลูกเทพปลุกเสกมานั้น อยากให้คิดว่าของที่ขึ้นชื่อว่าของปลุกเสก ก็ถือว่าเป็นสิ่งสมมติขึ้นมาไม่ใช่เรื่องจริง นอกจากนี้อยากเตือนว่าไม่อยากให้ไปหลงกับโปรโมชั่นและการโฆษณาที่หวังจะค้า ขายเพื่อรายได้ เพราะอาจตกเป็นเหยื่อการตลาด ส่วนกรณีผู้สูงอายุที่มีความนิยมเลี้ยง เพื่อคลายความเหงา เนื่องจากไม่มีบุตรหลานใกล้ชิดนั้น ก็ทำได้เช่นกัน แต่ทุกอย่างต้องมีความพอดี หากอุ้มแล้วมีความสุขอยู่บนความพอดีก็ควรปล่อยให้ผู้สูงอายุมีความสุขไป แต่คนรอบข้างควรสังเกตให้อยู่บนพื้นฐานของความพอดีด้วย


ด้าน พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผอ.สถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีการบำบัดด้วยตุ๊กตาเสมือนมนุษย์ (Reborn doll therapy) ว่าการบำบัดผู้ป่วยความจำเสื่อมนั้น อันที่จริงมีหลายวิธีและนำอุปกรณ์หลายอย่างเข้ามาใช้บำบัด อาทิ ไพ่ จิ๊กซอว์ ตุ๊กตา และยิ่งเป็นตุ๊กตาเสมือนจริงก็สามารถใช้งานได้ดีขึ้นในทางการแพทย์ เหมือนเด็กที่เล่นตุ๊กตาก็จะเล่นเพื่อให้เรียนรู้ เลียนแบบบทบาทการดูแล การให้ความรักต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เป็นมิติเดียวกันที่ว่าเราใช้ตุ๊กตามาบำบัดผู้สูงอายุเรื่องการฟื้นฟูความจำ ความสัมพันธ์ของการดูแลเช่นกัน เพราะฉะนั้นการนำตุ๊กตาที่คนเรียกกันว่าตุ๊กตาลูกเทพมาบำบัดผู้ป่วยโรคความ จำเสื่อมก็สามารถทำได้ เพราะถือเป็นตุ๊กตาเสมือนจริง แต่ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นตุ๊กตาประเภทนี้เท่านั้น เป็นตุ๊กตาอะไรก็ได้ที่ไม่ทำอันตรายแก่ผู้ป่วย


มก.ชี้ไม่ต่างไหว้ตัวประหลาด

ที่คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ (มก.) จัดเสวนาโต๊ะกลมกับนิสิตและคณาจารย์ ว่าด้วยปรากฏการณ์ "ลูกเทพ ... ลูกใคร ปรากฏการณ์อะไรในสังคม" โดยดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาสังคมวิทยา และมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาด เพราะเป็นเหมือนความเชื่อที่อยู่กับสังคมทุกรูปแบบ แต่เรื่องลูกเทพอาจมีองค์ประกอบเพิ่มเติม ที่เป็นองค์ประกอบเฉพาะของคนที่ถือลูกเทพ เช่น การแต่งตัวและยังมองได้ในเรื่องของทุน เนื่องจากคนที่ถือลูกเทพ เป็นคนชั้นกลางที่มีกำลังซื้อ เพราะมีทั้งการพาไปกินบุฟเฟต์ พาไปขึ้นเครื่องบิน


ด้านดร.ปุรินทร์ นาคสิงห์ หัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยาฯ กล่าวว่า ลูกเทพถูกปรับรูปลักษณ์ให้ทันสมัยและลดความเป็นไสยศาสตร์ลง ทำให้เข้าถึงได้ง่าย ซึ่งคนที่ถือนอกจากสะท้อนสถานะทางชนชั้นแล้ว ส่วนใหญ่ยังคาดหวังให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น คนที่เชื่อถือเพราะความเชื่อทางศาสนาและความเชื่อดั้งเดิมไม่สามารถยึดถือ ได้ ซึ่งไม่ต่างจากการกราบไหว้ตัวประหลาด โดยกระแสลูกเทพจะอยู่นานหรือไม่นั้นต้องกลับไปดูสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในอดีต โดยสิ่งใดจะอยู่ได้นานต้องเป็นวัตถุที่มีตำนานและการสร้างเรื่องเล่า ซึ่งไม่มีในลูกเทพ แต่เป็นเพียงกระแสความคลั่งไคล้ชั่วคราวเท่านั้น หากกระแสหมดไปคนก็จะหันไปเคารพศรัทธาความเชื่ออื่น จะเหลือแต่กลุ่มคนเฉพาะเท่านั้นที่ยังสนใจลูกเทพ ซึ่งกรณีเช่นนี้ก็คล้ายกันกับจตุคามรามเทพ


ผศ.ดร.ธนารดี คำยา ภาควิชาสังคมวิทยาฯ กล่าวว่า ความเชื่อกับสังคมไทยเป็นเรื่องธรรมดา แต่สิ่งที่น่าสนใจคือความเชื่อกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ เมื่อตอน พ.ศ.2549-2550 เป็นช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ คนจึงหันไปให้ความสนใจกับจตุคามรามเทพเยอะ เหมือนกับในช่วงนี้ที่เศรษฐกิจฝืดเคือง เลยทำให้คนหันไปศรัทธาลูกเทพ และหากมองอีกแง่หนึ่งอาจเป็นการเพิ่มพื้นที่ตัวตนของคนสมัยใหม่ การมีตุ๊กตาลูกเทพจึงเสมือนอุปกรณ์สร้างพื้นที่ตัวตนให้กับตัวเอง


แท็กซี่ห้ามปัดรับคนอุ้มลูกเทพ

ส่วน กรณีมีโชเฟอร์แท็กซี่คนหนึ่งโพสต์คลิปแสดงความอัดอั้นตันใจ หลังผู้โดยสารหญิงโดยสารพร้อมตุ๊กตาลูกเทพ โดยระหว่างทางผู้โดยสารสาวยังให้ขับรถดีๆ เพราะกลัวตุ๊กตาลูกเทพเมารถ จึงเกรงอาจเกิดกระแส ต่อต้านในสังคมและเกิดกระแสต่อต้านจากรถแท็กซี่ด้วยการไม่รับผู้โดยสารที่ เลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพ


โดยนายจิรุตม์ วิศาลจิตร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า การโพสต์คลิปดังกล่าวอาจทำไป เพื่อระบายความในใจ ไม่น่าจะทำให้เกิดกระแสคนขับแท็กซี่ต่อต้านตุ๊กตาลูกเทพ และคงจะไม่เกิดปัญหาปฏิเสธผู้โดยสารที่มากับตุ๊กตาลูกเทพแน่นอน รวมทั้งการปฏิเสธรับผู้โดยสารยังมีความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 57 อีกด้วย


"กรณีผู้โดยสารนำตุ๊กตาลูกเทพติดตัวมาด้วย และเรียกใช้บริการแท็กซี่ เมื่อผู้โดยสารขึ้นรถมาแล้วและคนขับแท็กซี่มารู้ภายหลังว่านำตุ๊กตาลูกเทพมา ด้วย คนขับไม่มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธหรือไล่ผู้โดยสารลงจากรถ จะต้องขับรถพาผู้โดยสารไปส่งให้ถึงปลายทางที่ตกลงไว้ หากปฏิเสธไม่ไปส่งถือว่าผิดกฎหมาย ต้องถูกปรับ 1,000 บาท และต้องถูกส่งไปอบรมที่กรมการขนส่งทางบก แต่หากผู้ขับแท็กซี่ไม่สะดวกที่จะรับผู้โดยสาร ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดๆ ก็ตาม เช่น คนเมาหรือคนที่ดูแล้วไม่ปลอดภัย หรือแม้แต่ผู้โดยสารที่นำตุ๊กตาลูกเทพติดตัวมาด้วย ซึ่งเกรงว่าจะเกิดปัญหา คนขับสามารถปิดไฟแสดงสัญลักษณ์คำว่า "ว่าง" บริเวณหน้ารถได้ เพื่อบอกให้รู้ว่าอยู่ในช่วงงดรับบริการ" นายจิรุตม์กล่าว


2รีสอร์ตขึ้นป้ายห้ามเข้าพัก

สำหรับ กระแสตุ๊กตาลูกเทพที่ได้รับความนิยม ทำให้มีประชาชนบางส่วนเดินทางไปไหนมาไหนก็มักอุ้มหรือพกพาตุ๊กตาลูกเทพไป ด้วย แต่อีกมุมหนึ่งอาจมีประชาชนบางส่วนที่อาจเกรงกลัวและไม่กล้าเข้าใกล้ ทำให้ผู้ประกอบการบางแห่งต้องออกมาตรการมารับมือ


อย่างที่ จ.พะเยา ภายในโรงแรมไชนาทาวน์ รีสอร์ต พะเยา ตั้งอยู่เลขที่ 173 หมู่ 17 ต.บ้านต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา ได้ขึ้นป้ายประกาศบริเวณหน้าโรงแรม พร้อมระบุข้อความระบุว่า 1.งดให้บริการผู้พกพาตุ๊กตาลูกเทพ 2.โรงแรมมีสโลแกน "สะอาด ร่มรื่น ปลอดภัย" ตุ๊กตาลูกเทพอาจทำให้ผู้ใช้บริการท่านอื่นหวาดระแวง และ 3.ยินดีต้อนรับ พร้อมให้บริการผู้พกพาตุ๊กตาทั่วไป


นางพะยอม ธิศรี ผู้ดูแลรีสอร์ตดังกล่าว เปิดเผยว่า การที่รีสอร์ตต้องงดให้บริการกับลูกค้าที่พกพาตุ๊กตาลูกเทพเข้าพัก เนื่องจากอาจทำให้ลูกค้าคนอื่นหวาดระแวงหรือเกรงกลัว ซึ่งรีสอร์ตก็ไม่ได้ลบหลู่ แต่อยากให้ลูกค้ามีความมั่นใจขณะเข้ามาพักที่รีสอร์ต และไม่เกิดข้อกังวลในการมาพักผ่อน เพราะกรณีนี้อาจเป็นเรื่องของจิตวิทยา ที่อาจทำให้ลูกค้าบางคนนอนไม่หลับ หรือหากมีเด็กมาพักด้วยอาจทำให้เกิดความหวาดกลัวและไม่กล้าเข้าพัก ดังนั้นเพื่อความสบายใจของลูกค้าโดยรวม รีสอร์ตจึงต้องออกมาตรการงดให้บริการผู้พกพาตุ๊กตาลูกเทพ แต่หากเป็นตุ๊กตาทั่วไปก็ยินดีให้บริการอย่างเต็มที่


ส่วนรี สอร์ตอีกแห่งใน จ.สกลนคร ก็งดให้บริการลูกค้าที่พกพาตุ๊กตาลูกเทพเช่นกัน โดยนายภัทรพล คำมุลตรี เจ้าของเดอะคันทรีฟาร์ม รีสอร์ตแอนด์โฮมสเตย์ อ.สว่างแดนดิน กล่าวว่า สำหรับกรณีที่โพสต์เฟซบุ๊กในเพจของรีสอร์ตและห้ามนำตุ๊กตาลูกเทพเข้าพัก เพราะได้ติดตามข่าวสารอยู่เป็นประจำ โดยเจอข่าวตุ๊กตาลูกเทพมานานแล้ว แต่เพิ่งจะมีกระแสดังในช่วงนี้ อย่างเช่นเรื่องพกพาตุ๊กตาลูกเทพขึ้นเครื่องบินหรือร้านอาหาร แต่ส่วนตัวเห็นว่าเป็นเรื่องที่เกินเลยจากโลกความเป็นจริง และสังคมมีแนวโน้มที่จะตามกระแสมากขึ้น จึงตั้งนโยบายห้ามนำตุ๊กตาลูกเทพเข้ามาในบริเวณรีสอร์ต หากรีสอร์ตตรวจพบว่าลูกค้านำเข้ามาก็ต้องขอยกเลิกการให้ที่พักทันที


นาย ภัทรพลกล่าวอีกว่า สาเหตุที่ออกนโยบายนี้ในรีสอร์ต เพราะอาจส่งผลกระทบกับลูกค้าคนอื่น และอาจสร้างความหวาดกลัวหวาดระแวง เนื่องจากตุ๊กตาลูกเทพมีลักษณะเป็นเครื่องรางที่ปลุกเสก ที่สำคัญอยากเป็นแบบอย่างที่ดีต่อเยาวชนที่ต้องเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่ ดี มีคุณภาพศักยภาพ


"เมื่อไหร่ที่เรายอมให้ลูกเทพเกลื่อน กลาดตามที่สาธารณะ เมื่อนั้นอาจสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นเป็นได้ ที่มีนโยบายดังกล่าวเพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน และส่วนหนึ่งเป็นการสะท้อนสังคมด้วยว่า จะไปกันใหญ่แล้ว เราไม่ได้ลบหลู่ แต่อาจมีบางคนตามกระแสไป ทำให้กลายเป็นช่องทางสำหรับสร้างปัญหาอื่นๆ ได้" นายภัทรพลกล่าว


เปิดเนิร์สเซอรี่รับเลี้ยงดูแล

นอก จากกระแสที่ผู้ประกอบการหลายแห่งต่างขานรับออกโปรโมชั่นมาให้บริการลูกค้า ที่เลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพแล้ว ล่าสุดยังมีอีกอาชีพที่เกิดขึ้นมาใหม่คือ เนิร์สเซอรี่รับเลี้ยงดูแลตุ๊กตาลูกเทพ จนเป็นกระแสสร้างความฮือฮาและกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันสนั่นในสังคมออนไลน์


โดย ในเฟซบุ๊กเพจ รับดูแล รับฝากเลี้ยง รับเลี้ยงตลอดชีพ ลูกเทพ เปิดเผยว่า ทางเพจรับดูแลตุ๊กตาลูกเทพจริง โดยเปิดรับเลี้ยงมาไม่ถึงอาทิตย์ก็มีคนเข้ามาติดต่อขอฝากเลี้ยงแล้ว 2-3 ราย เหตุที่เปิดให้บริการ เพราะเห็นกระแสตุ๊กตาลูกเทพกำลังเป็นที่นิยม จึงเกิดความคิดที่จะเปิดรับเลี้ยง ซึ่งส่วนตัวไม่ใช่คนเลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพมาก่อน เบื้องต้นคิดค่าดูแลครั้งละ 500 บาทเท่านั้น


"ร้านยังเน้นย้ำเจตนาว่าหากตอนนี้กระแส ตุ๊กตาลูกเทพกำลังเป็นที่นิยม แต่สักวันต้องเสื่อมความนิยมลง จึงอยากเปิดรับเลี้ยง ตลอดชีพ เป็นเป้าหมายหลักของทางร้าน ซึ่งไม่อยากให้ตุ๊กตาลูกเทพโดนทิ้งขว้างและค่อนข้างเห็นใจคนไม่อยากเลี้ยง แต่ก็ไม่อยากทิ้งตุ๊กตาลูกเทพ"


ด้านวายบีคลินิก คลินิกศัลยกรรมตกแต่ง กล่าวถึงกรณีลงอินสตาแกรมโพสต์ภาพและข้อความระบุว่า "โปรเสริมจมูกลูกเทพ อินติดกระแส ใครเลี้ยงลูกเทพพามาโชว์กันเลย รับส่วนลด 10,000 บาท ลูกเทพจัดให้" ว่า โปรโมชั่นดังกล่าวเป็นเพียงการให้ลูกค้าที่อุ้มตุ๊กตาลูกเทพมาคลินิกด้วยจะ ได้รับส่วนลดเท่านั้น คลินิกไม่ได้เสริมจมูกให้ตุ๊กตาลูกเทพ หรือทำหน้าขาวใสให้ตุ๊กตาลูกเทพ โดยที่ผ่านมา ยังไม่มีลูกค้าอุ้มตุ๊กตาลูกเทพมารับโปรโมชั่น ส่วนหนึ่งอาจมาจากกลุ่มลูกค้าคงไม่ใช่กลุ่มที่เลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพ


ดาราแจงแค่สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ

ขณะ ที่บรรดานักแสดงและบุคคลที่มีชื่อเสียงซึ่งเลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพต่างออกมาให้ ความเห็นถึงเรื่องนี้ โดยบุ๊คโกะ-ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล ดีเจ.และนักแสดงชื่อดัง กล่าวว่า ตนบูชาและเลี้ยงลูกเทพชื่อ "น้องวันใส" มาตั้งแต่สมัยแรกๆ ที่ยังไม่มีใครเลี้ยงกัน จนถึงตอนนี้ยังไม่เคยได้ยินว่ามีการเปิดเนิร์สเซอรี่รับเลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพ ซึ่งอาจเป็นแค่กระแสที่ตุ๊กตาลูกเทพมาแรงช่วงนี้เท่านั้น ทำให้บางคนพยายามจะหาอะไรมาโยงให้เกี่ยวกับตุ๊กตา ลูกเทพ ส่วนการเลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ที่ผ่านมาตนใช้ชีวิตกับตุ๊กตาลูกเทพโดยปกติ พาไปไหนด้วยบ้าง ไปกินข้าวด้วยบ้าง แต่ไม่ได้ถึงขั้นต้องซื้อบุฟเฟต์ให้โดยเฉพาะ หรือพาเดินทางไปต่างประเทศก็ไม่ได้ซื้อตั๋วที่นั่งให้ แต่ถ้าสะดวกก็จะพาไปด้วย เพราะแต่ละวันมีละครและรายการที่ต้องทำเยอะ ชีวิตจึงไม่ได้โฟกัสอยู่ที่ตุ๊กตา ลูกเทพอย่างเดียว การมีเงินทุกวันเพราะต้องทำงานหนัก ส่วนตุ๊กตาลูกเทพก็เหมือนกำลังใจ คนที่ไม่ศรัทธาอาจไม่เข้าใจ


ด้านดัง-พันกร บุณยะจินดา นักร้องชื่อดัง กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่เคยได้ยินว่าเปิดเนิร์สเซอรี่รับเลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพ อาจเป็นกระแสมากกว่า ส่วนตัวมองว่าอาจจะเกินไปหรือไม่ เพราะตุ๊กตาลูกเทพที่ไหนต้องไปเรียนหนังสือ เอาจริงๆ ตุ๊กตาลูกเทพก็คือตุ๊กตาที่คนนำมาบูชา เพราะเกิดความศรัทธาและความเชื่อ รวมถึงเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจให้คนทำความดี เหมือนคนทั่วไปมีศาสนาหรือมีเครื่องรางของขลังเป็นที่ยึดเหนี่ยว แต่ทุกอย่างต้องอยู่ในความเหมาะสม ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น เพราะคนที่เลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพจริงๆ จะไม่ทำอะไรขนาดนั้น จะมีแค่สวดมนต์หรือบางครั้งถ้าไปกินอะไรก็จะบอกปากเปล่าเท่านั้น ไม่ถึงขั้นพาไปกินบุฟเฟต์หรือซื้อตั๋วเครื่องบินให้ เพราะคนเราจะประสบความสำเร็จหรือร่ำรวยได้ต้องมาจากความพยายามไม่ใช่แค่ เลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพ


ขณะที่เอมมี่-อมลวรรณ ศิริกิตติรัตน์ ดาราสาวเซ็กซี่ กล่าวว่า เพิ่งเคยได้ยินข่าวเรื่องเปิดเนิร์สเซอรี่รับเลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพ รวมถึงเปิด สปาลูกเทพด้วย คงมาจากกระแสตุ๊กตาลูกเทพมาแรงในช่วงนี้ ส่วนตัวมองว่าชักจะไปกันใหญ่และดูไร้สาระ กลายเป็นเรื่องธุรกิจที่คนเข้ามาเกาะกระแสตุ๊กตาลูกเทพ จากเดิมที่คนเลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพเพราะความเชื่อความศรัทธาหรือความน่ารักของ ตุ๊กตา มาเป็นต้องซื้อตั๋วเครื่องบินให้ พาไปกินบุฟเฟต์ พาไปทำสปา ในฐานะที่เป็นคนเลี้ยงและบูชามาตั้งแต่คนยังไม่นิยมกัน รู้สึกไม่ชอบใจมากๆ ในเมื่อชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นลูกเทพ และเทพที่ไหนต้องไปเรียนหนังสือ ไปอยู่สถานรับเลี้ยงเด็ก เทพไม่ต้องห่วงเรื่องความสวยงาม ไม่ต้องพาไปสปาหรือไปฉีดโบท็อกซ์ ทั้งหมด นี้เกิดจากคนที่คิดถึงแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง


"ล่าสุดมี ข่าวพาลูกเทพไปจดทะบียนสมรส อันนี้คือบ้าสุดๆ ไปเลย ส่วนตัวก็เป็นคนที่ศรัทธา ไม่เห็นต้องทำอะไรขนาดนั้น ตื่นเช้ามา ก็คุยกับตุ๊กตาน่ารักๆ ปกติ เพราะจริงๆ ก็รู้ว่าตุ๊กตาพูดไม่ได้ ดังนั้นศรัทธาได้แต่ต้องมีสติด้วย" ดาราสาวเซ็กซี่กล่าว


ปราจีนฯ ฮือฮาตุ๊กตาลูกทาส

ที่ วัดบัวขวัญ จ.นนทบุรี ภายในกุฏิพระอาจารย์วินัย ฐิตปัญโญ พระลูกวัดบัวขวัญ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดทั้งวันยังมีผู้ศรัทธาต่างอุ้มตุ๊กตาลูกเทพมาให้ พระวินัยทำพิธีลงอักขระเบิกเนตรไม่ขาดสาย เพื่อความขลังและเป็นสิริมงคลกับตุ๊กตาลูกเทพที่เลี้ยงไว้


ด้าน พระวินัยกล่าวว่า สำหรับกรณีที่ เจ้าอาวาสวัดบัวขวัญระบุว่าการทำพิธีให้ตุ๊กตาลูกเทพไม่ผิด แต่ไม่เหมาะสมนั้น อาตมารู้สึกเฉยๆ และไม่ได้คิดอะไรมาก เป็นเรื่องของทางโลก การที่ประชาชนนำตุ๊กตาลูกเทพมาให้อธิษฐานจิตก็เหมือนกับการเจิมรถยนต์ จึงสงเคราะห์ให้ไป ไม่ใช่การปลุกเสกที่ต้องมีพิธีกรรมใหญ่โต แถมยังสอนให้รักษาศีลอยู่ในธรรมกับชาวบ้านที่มาพบด้วย ซึ่งตอนนี้อาตมาก็ดูอยู่ ถ้าวันใดไม่ดีก็คงจะระงับ ต้องขึ้นกับสถานการณ์แต่ละวัน หรือหากเจ้าอาวาสมาขอร้อง อาตมาก็ให้เจริญภาวนารักษาศีล


ที่จ.นครปฐม ตำรวจสภ.ดอนตูม เข้าสังเกตการณ์ภายในบ้านมหามนตรา เลขที่ 130/1 หมู่ 3 ต.บ้านหลวง อ.ดอนตูม เป็นวันที่สอง โดยอาจารย์โอม มหามนตรา เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีลูกศิษย์กระจายอยู่ทั่วโลกกว่า 3 แสนคน เบื้องต้น 90 เปอร์เซ็นต์ต้องมีกุมารดอกรัก ถือเป็นกุมารองค์แรกและเป็นพี่ใหญ่ในบรรดากุมารทุกองค์ ส่วนกระแสที่มีผู้วิจารณ์นั้น ถือเป็นกลุ่มคนที่ไม่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์ โดยเคารพในความเชื่อที่แตกต่าง ส่วนผู้ที่สนใจมาร่วมพิธีลงนะหน้าเงินขอเชิญในวันที่ 31 ม.ค.นี้ ที่บ้านมหามนตรา


ที่จ.ปราจีนบุรี พ่อค้าแม่ค้าและชาวบ้านที่ผ่านไปมาในตลาดพบตุ๊กตาวางอยู่หน้าร้านขายผัก สภาพมอมแมมเปรอะเปื้อนไปทั้งตัว โดยสวมเสื้อสีขาวที่หมองคล้ำและไม่มีผม ผู้สื่อข่าวจึงเข้าไปสอบถามนางอวร เสือส่วย อายุ 60 ปี เจ้าของว่าใช่ตุ๊กตาลูกเทพที่กำลังฮิตหรือไม่ โดยนางอวรเปิดเผยว่า ตุ๊กตาดังกล่าวได้มาจากเพื่อนบ้านที่มีแฟนเป็นชาวต่างชาติ โดยซื้อมาให้หลานเล่น แต่หลานเล่นจนเบื่อแล้วเลยถูกทิ้งไว้ จากนั้นตนได้เข้าไปเล่นกับหลานของเพื่อนบ้าน ขณะกำลังเดินทางกลับบ้าน เจ้าของบ้านได้โยนตุ๊กตาตัวดังกล่าวใส่ตะกร้าหลังรถจักรยานยนต์โดยไม่รู้ตัว เมื่อขี่รถมาถึงบ้านได้สังเกตเห็นตุ๊กตา ตอนแรกรู้สึกตกใจมาก ด้วยความกลัวเลยเก็บตุ๊กตาไว้จนมีฝุ่นและเชื้อราเกาะติดตามตัวอย่างที่เห็น ต่อมามีกระแสข่าวตุ๊กตาลูกเทพ จึงนึกได้ว่าตุ๊กตาที่มีอยู่หน้าตาคล้ายตุ๊กตาลูกเทพ แต่ไม่มีเสื้อผ้าสวยๆ เท่านั้น จึงนำออกมาโชว์ และทุกครั้งที่ออกจากบ้านก็จะนำตุ๊กตาใส่ตะกร้าหน้ารถไปด้วย บางครั้งก็ใส่บ่าอุ้มเหมือนลูก



นางอวรกล่าวอีกว่า ในวันนี้ได้นำออกไปขายของที่ตลาดด้วย โดยจะบอกกับกับตุ๊กตาว่าไปขายของกับแม่นะ จนกลายเป็นที่ฮือฮาของผู้คนที่พบเห็นทั่วไป ขณะที่หลานชายก็เริ่มงอนและน้อยใจที่ตนกับไปรักตุ๊กตา หลานจึงนำดินสอสีเมจิมาวาดขีดเขียนตามเสื้อของตุ๊กตาจนเปรอะเปื้อนอย่างที่ เห็น โดยอยากตั้งชื่อตุ๊กตาตัวนี้ว่าตุ๊กตาลูกทาส เพราะสภาพเสื้อผ้าและตามตัวมอมแมมไปหมด


วันเดียวกัน พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. พร้อมด้วยนายศิโรฒน์ ดวงรัตน์ ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่และสุนัข เข้าตรวจความปลอดภัยในสนามบินสุวรรณภูมิ โดยตรวจเข้มเน้นสัมภาระผู้โดยสาร หลังคนร้ายนำสิ่งผิดกฎหมายซุกซ่อนในตุ๊กตาลูกเทพแล้วเตรียมนำขึ้นเครื่องบิน โดยพล.ต.ท.ณัฐธรกล่าวว่า เป็นการตรวจสอบและรักษาความปลอดภัยสนามบิน เพื่อป้องกันสิ่งผิดกฎหมายซุกซ่อนมา โดยเฉพาะในตุ๊กตาลูกเทพ