ครบทุกรส สดทุกเรื่อง

วอนช่วยด.ญ.วัย 15 อยู่เพิงพักฐานะยากจน รับจ้างปลอกมะขามเลี้ยงยาย-น้าที่ล้มป่วย
Font Size  

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 เวลา 15:27 น.
จำนวนคนอ่านล่าสุด 62074 คน

 เมื่อวันที่ 18 ก.พ. พ.อ.สราวุธ ไชยสิทธิ์ ผบ.ร.29 กองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ กล่าวว่า ตนได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ทหารชุดประสานงานประจำพื้นที่ กรมทหารราบที่ 29 กองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ ที่ดูแลประชาชนในพื้นที่อำเภอไทรโยค ทราบว่ามีด.ญ.วริวรรณ์ เฉลิมเชื้อสุวดี หรือน้องยุ้ย อายุ 15 ปี อยู่ชั้น ม.3 โรงเรียนไทรโยคน้อยวิทยา อาศัยอยู่กับนางสายยันต์ นครพนม อายุ 58 ปี ผู้เป็นยายและนายเอกพันธ์ คงนะ น้าชาย อายุ 23 ปี เป็นคนสติไม่สมประกอบ ที่บ้านเลขที่ 2 บ้านพุองกะ หมู่ 4 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี มีฐานะยากจน บ้านที่อยู่ค่อนข้างผุพัง จึงรายงานให้ พล.ต.ธรรมนูญ วิถี ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ทราบ จึงมีคำสั่งให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือโดยทันที เบื้องต้นนำถุงยังชีพไปมอบให้กับครอบครัวดังกล่าวเพื่อบรรเทาทุกข์แล้ว

 


 ส่วนแนวทางการให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับการสร้างบ้าน ตนได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ทหารชุดประสานงานประจำพื้นที่ กรมทหารราบที่ 29 เข้าไปสำรวจอย่างละเอียดก่อนว่าจะต้องทำอย่างไร เพื่อให้ครอบครัวดังกล่าวมีที่อยู่อาศัยที่ดีขึ้น และจากการรายงานทราบว่าขณะนี้มีผู้นำเสาปูน อิฐบล็อก และปูนซีเมนต์ จำนวนหนึ่งไปมอบให้เพื่อสร้างห้องน้ำ ซึ่งในวันเสาร์ที่ 20 ก.พ.นี้ จะนำกำลังทหารไปให้ความช่วยเหลือในการสร้างห้องน้ำตามจุดประสงค์ของผู้บริจาคเป็นอันดับแรก โดยจะร่วมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรี รวมทั้งจิตอาสา และผู้นำชุมชนและหน่วยงานต่างๆ จะเข้าไปช่วยเหลือแบบบูรณาการร่วมกัน โดยใช้ทหารเป็นกำลังหลัก

 

 
 ด้านนายพัฒนศักดิ์ เหลืองสะอาด ครูประจำชั้น เปิดเผยว่า ด.ญ.วริวรรณ์ มีนิสัยเป็นคนประพฤติดี ร่าเริงแจ่มใส ชอบร่วมกิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นทุกครั้ง ที่สำคัญเป็นเด็กที่เรียนเก่งผลการเรียนได้เกรดเฉลี่ยดีเยี่ยมทุกวิชา

 
 ปัจจุบันน้องยุ้ยอาศัยอยู่กับยายและน้าชาย ส่วนพ่อและแม่ของน้องยุ้ย ต้องไปทำงานที่จังหวัดนครปฐม ด้วยการรับจ้างตัดเย็บเสื้อผ้า เพื่อหาเงินเลี้ยงชีพตัวเอง นานๆ ครั้งจะกลับมาบ้านสักครั้งหนึ่ง ซึ่งครอบครัวดังกล่าวฐานะยากจนมาก วันหยุดเสาร์และอาทิตย์ น้องยุ้ยก็จะออกไปหารายได้พิเศษ เพื่อส่งตัวเองเรียนหนังสือด้วยการไปรับจ้างปลอกมะขามหวาน ได้มาวันละ 200 บาท


 ส่วนยายก็ทำอาชีพรับจ้างเก็บมะขาม แต่เมื่อประมาณ 4 วันที่ผ่านมา ยายของน้องยุ้ยประสบอุบัติเหตุตกจากต้นไม้ ทำให้ได้รับบาดเจ็บแขนหัก ต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ทำให้รายได้ขาดหายไป ภาระจึงตกมาอยู่กับน้องยุ้ยคนเดียว เมื่อไปโรงเรียนต้องพึ่งพาน้าสาว ที่มีบ้านอยู่ห่างออกไปมาช่วยเฝ้าดูแลยาย ไม่เช่นนั้นน้องยุ้ยก็ไม่สามารถไปเรียนหนังสือได้ เพราะน้าชายที่อยู่ด้วยกันก็เป็นคนสติไม่สมประกอบจึงไม่สามารถดูแลยายได้

 
 สำหรับบ้านที่อยู่อาศัยสุดที่จะทรุดโทรม พื้นและฝาบ้านสร้างด้วยไม้ไผ่ขัดแตะ หลังคามุงด้วยใบจากสลับกับสังกะสีที่เก่า บ้านสร้างมานานแล้วหลายปี ทำให้หลังคาและฝาบ้าน รวมทั้งพื้นบ้านเริมเสียหายไปตามสภาพกลายเป็นช่องโหว่เกือบทั้งหลัง เมื่อถึงหน้าฝนทำให้ไม่สามารถหลับนอนได้ เมื่อถึงหน้าร้อนก็ร้อนอบอ้าว เนื่องจากมีพัดลมแค่เพียงตัวเดียว แต่ต้องนอนด้วยกันถึง 3 คน ส่วนห้องส้วมก็ใช้การไม่ได้เนื่องจากอุดตัน ส่วนฝาห้องน้ำก็กั้นด้วยสังกะสีที่เป็นรูโหว่ และถูกลมพายุพัดพังเสียหายแต่ไม่มีเงินมาซ่อม

 
 ด้วยความที่เด็กเรียนดี ตนในฐานะครูประจำชั้น ที่เฝ้าติดตามพฤติกรรมของเด็กและครอบครัวมาโดยตลอด จึงอยากให้ความช่วยเหลือ แต่ไม่สามารถช่วยได้เต็มที่ เพราะเงินเดือนครูก็เพียงน้อยนิด จึงเขียนจดหมายขอความช่วยเหลือจากสื่อมวลชน และเจ้าหน้าที่ทหารกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ เพื่อขอให้กระจายข่าวออกไป เผื่อมีผู้หวังดีที่ใจบุญช่วยกันบริจาคเงินให้กับน้อง นำมาเป็นทุนการศึกษา และซ่อมบ้านเรือนให้อาศัยอยู่สบายขึ้นเท่านั้นเองเชื่อว่าน้องยุ้ย และครอบครัวที่อยู่ด้วยกันก็จะจะเพียงพอแล้ว


 ส่วนนายขวัญชัย ถิระศิลป์ คณะกรรมการบริหารมูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรี กล่าวว่า หลังจากทราบข่าวทางมูลนิธิฯก็พยายามหาทางช่วยเหลือ ด้วยการขอรับบริจาคและนำข้อมูลรวมทั้งภาพถ่ายไปเผยแพร่ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งก็มีประชาชนในพื้นที่ที่ทราบข่าวรวมทั้งเพื่อนๆ ที่เห็นในเฟซบุ๊ก ก็ได้ร่วมกันบริจาคเงินสดมาได้จำนวนหนึ่ง จึงนำไปมอบให้กับอาจารย์พัฒนศักดิ์ ครูประจำชั้นเพื่อมอบต่อให้กับครอบครัวของน้องยุ้ย นอกจากนี้ ยังมีสิ่งของที่ได้มาจากการบริจาคก็คือ เสาปูน อิฐบล็อก และปูนซีเมนต์ ที่ใช้สำหรับสร้างห้องน้ำ แต่ก็ยังไม่เพียงพอเนื่องจากยังขาดประตูและหลังคามุงห้องน้ำ


 สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือการสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับครอบครัวของน้องยุ้ย ซึ่งจะต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากพอสมควร และคงสร้างให้อยู่ได้อย่างไม่ลำบากเหมือนบ้านหลังเก่าเท่านั้น จึงอยากให้คนไทยเข้ามาให้ความช่วยเหลือด้วยการบริจาควัสดุในการก่อสร้าง สิ่งของอื่นๆที่เกี่ยวกับการก่อสร้าง หรือช่วยกันบริจาคเป็นเงินสดได้ด้วยก็จะเป็นการดี เพราะหากขาดสิ่งใดก็จะหาซื้อมาได้


 นอกจากนี้ หากเงินคงเหลือก็จะมอบให้กับน้องยุ้ย เอาไว้เป็นทุนการศึกษาต่อไปในอนาคต แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้น้องเขายังไม่มีบัญชีธนาคาร ที่จะให้คนไทยบริจาคด้วยการโอนเงินเข้าบัญชีได้ ดังนั้นหากท่านใดต้องการเดินทางบริจาคช่วยเหลือที่บ้านของน้องยุ้ยด้วยตนเอง ขอให้โทรศัพท์ประสานมาที่ตนได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 089-5335320 จะนำทางไปที่บ้านด้วยตนเอง