ครบทุกรส สดทุกเรื่อง

น้องไอซ์ปีติ พระองค์โสม ทรงช่วย ชีวิตใหม่ ทหารรุดซ่อมบ้าน
Font Size  

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 เวลา 10:13 น.
จำนวนคนอ่านล่าสุด 127358 คน


"น้องไอซ์" สู้ชีวิต ปีติ พระองค์โสมฯประทานความช่วยเหลือด้านการศึกษาและอาชีพ เผยเป็นพระเมตตาอย่างหาที่สุดมิได้ หลังเรียงความชนะเลิศวันแม่ เล่าเรื่องราวชีวิตที่ต้องสูญเสียแม่จากอุบัติเหตุในวัยแบเบาะ ก่อนจะสูญเสียพ่อซึ่งเป็นหมอจากเหตุติดเชื้อระหว่างช่วยชีวิตคนไข้ ต้องอยู่ตามลำพังกับย่าเพียงสองคนตั้งแต่อายุไม่กี่ขวบ ปรากฏเป็นข่าวทางโลกโซเชี่ยลและสื่อมวลชนเมื่อครู นำมาโพสต์ลงสังคมออนไลน์ กระทั่งนายแพทย์สาธารณสุขปราจีนบุรีทราบเรื่อง และทำหนังสือเวียนขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือครอบครัว ล่าสุด ผบ.สห.ที่ 12 ไปเยี่ยมบ้านน้องไอซ์และย่า เตรียมเสนอเหล่ากาชาดจังหวัดเร่งช่วย นำทหารปลูกบ้านให้ รวมถึงหาอาชีพและสนับสนุนด้านการศึกษาเล่าเรียนจนจบปริญญาตรีมีงานทำมั่นคง ต่อไป น้องไอซ์เผยเหตุที่ต้องเลิกเรียนกลางคันเพราะมีอาการลมชัก ต้องหาเงินประทังชีวิตด้วยการออกรับจ้างทั่วไป ย่าน้องไอซ์ขอบคุณธารน้ำใจ ทุกฝ่ายที่ช่วยเหลือ


จากกรณีเรื่องราวชีวิตของน้องไอซ์ น.ส. อารดา วงศ์ดีเลิศ ลูกหมอกำพร้าสู้ชีวิต ปรากฏเป็นข่าวสืบเนื่องจากมีจดหมายเวียนจากนพ.โชคชัย สาครพาณิชย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี เรื่องขอความอนุเคราะห์ครอบครัว นพ.กฤษดา วงศ์ดีเลิศ อดีตแพทย์โรงพยาบาลกบินทร์บุรี ซึ่งเสียชีวิตเมื่อปี 2545 เหตุติดเชื้อในกระแสเลือดจากการทำงานรักษาคนไข้ ทำให้มารดาที่ปัจจุบันอายุ 81 ปี และน้องไอซ์บุตรสาวที่ป่วยเป็นโรคลมชัก ซึ่งเรียนจบชั้น ม.3 แล้วแต่ไม่มีโอกาสศึกษาต่อ มีรายได้จากการทำขนมขายหน้าโรงเรียนและเบี้ยผู้สูงอายุ โดยนพ.โชคชัยทำหนังสือขอความอนุเคราะห์จากผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาค เพื่อเป็นทุนทรัพย์ให้ครอบครัว ดังกล่าว ที่บัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาประจันตคาม ชื่อบัญชี กองทุนสวัสดิการ เพื่อ น.ส.อารดา หรือน้องไอซ์ วงศ์ดีเลิศ เลขที่บัญชี 020067477915


โดยจดหมายเวียนดังกล่าวมาจากการที่นพ.โชคชัย เพิ่งทราบเรื่องความเป็นอยู่ของน้องไอซ์จากเรียงความชนะเลิศวันแม่ของน้องไอ ซ์เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ซึ่งมีการนำมาโพสต์ลงในเพจคุณครูน็อต เรียงความดังกล่าวน้องไอซ์บอกเล่าเรื่องราวของครอบครัวที่ต้องสูญเสียมารดา จากอุบัติเหตุเมื่อครั้งที่ตนเองวัยเพียง 5 เดือน และสูญเสียคุณพ่อซึ่งเป็นแพทย์จากสาเหตุติดเชื้อในกระแสเลือดระหว่างการ รักษาคนไข้ขณะที่น้องไอซ์มีอายุเพียง 2 ขวบ ต้องอาศัยอยู่กับย่าตามลำพัง ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากในโลกโซเชี่ยล กระทั่งมีการรายงานข่าวทางสื่อมวลชน และมีข่าวแจ้งว่าพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ประทานอนุเคราะห์ด้านการเรียนต่อและอุปการะจนมีอาชีพสูงสุด ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้วนั้น


ล่าสุด เมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 20 ก.พ. พ.ท.ยุทธนา เลาคำ ผู้บังคับกองพันสารวัตรทหารที่ 12 มณฑลทหารบกที่ 12 พร้อมด้วย พ.ต.สมปอง ปราณี รอง ผบ.นฝ. คฝ.นศท.มทบ.12 ค่ายจักรพงษ์ ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านน.ส.อารดา วงศ์ดีเลิศ หรือน้องไอซ์ อายุ 15 ปี เลขที่ 2 หมู่บ้านริมน้ำชุมชนคลองแฟบ ต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรี ซึ่งพักอาศัยอยู่กับย่าคือน.ส.บุญนาค จับศรทิพย์ อายุ 81 ปี ลำพังเพียง 2 คน สภาพเป็นบ้านเช่าไม้ชั้นเดียว ร่มรื่น ความเป็นอยู่เป็นระเบียบเรียบง่าย รอบบ้านตกแต่งด้วยภาพเขียนระบายสีฝีมือน้องไอซ์ตั้งแต่สมัยเรียนชั้นมัธยม


พ.ท.ยุทธนากล่าว ว่า ทราบข่าวหลังจากสื่อมวลชนนำเสนอชีวิตของน้องไอซ์และย่าที่ได้รับผลกระทบ จึงเป็นผู้แทนจาก พล.ต. ประวิตร ฉายะบุตร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 12 ค่ายจักรพงษ์ อ.เมืองปราจีนบุรี และผู้แทนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลงพื้นที่เพื่อดูแลช่วยเหลือ พร้อมเตรียมรวบ รวมนำข้อมูลเสนอเหล่ากาชาดจังหวัดปราจีน บุรีในการปลูกบ้านสำหรับผู้มีรายได้น้อยเพื่อแบ่งเบาเรื่องปัญหาที่อยู่ อาศัยหรือค่าเช่าบ้าน โดยทหารจะนำกำลังพลมาช่วยก่อสร้างให้ รวมถึงการหาอาชีพและการศึกษาเล่าเรียนให้น้องไอซ์ได้เรียนสูงสุดจนจบระดับ ปริญญาตรีมีงานทำมั่นคงต่อไป มอบหมายให้พ.ต.สมปอง ปราณี กำกับดูแลใกล้ชิดต่อไปร่วมกับผู้นำ ท้องถิ่นหรือประธานชุมชน


ด้าน น้องไอซ์ น.ส.อารดากล่าวถึงกรณีข่าวพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ประทานอนุเคราะห์ช่วยเหลือด้านการเรียนต่อและอุปการะจนมีอาชีพสูงสุดว่า "ทราบเรื่องช่วงออกรายการสดที่สถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง 3 ที่ทางทีมงานข่าวพูดถึง นับเป็นพระกรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ที่ประทานพระเมตตาแก่บุคคลสามัญทั่วไป"


สำหรับ สาเหตุที่ต้องออกเรียนกลางคัน น้องไอซ์เล่าว่าเป็นช่วงที่กำลังเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนกบินทร์วิทยา อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี มีอาการลมชักตกสะพาน และล่าสุดมีอาการลมชักในตลาดกบินทร์จนรถจักรยานล้มใส่รถยนต์ โดยมีอาการชาตามตัว แขน ขา จึงขอหยุดพักการเรียนก่อน รอจนอาการหายเป็นปกติจึงจะกลับไปเรียนให้จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ตั้งใจอยากเรียนต่อเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ชีวิตในช่วงนี้ในวันปกติหากมีใครมาจ้างงานทั่วไปก็ออกไปรับจ้าง ว่างงานก็ทำความสะอาดซ่อมแซมบ้านที่อยู่อาศัย ส่วนย่าตอนนี้ไม่ได้ขายของเนื่องจากอายุมากแล้ว


น้องไอซ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงเรียงความชนะเลิศซึ่งเป็นเรื่องราวสะเทือนอารมณ์ในโลก โซเชี่ยลว่า เป็นช่วงที่ยังเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น คุณครูที่โรงเรียนวัดใหม่ท่าพาณิชย์ หรือโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดใหม่ท่าพาณิชย์) สังกัดเทศบาลตำบลกบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีน บุรี ขอนำผลงานไปเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ จากที่ได้เขียนระบายและสื่อความรู้สึกถึงแม่และพ่อ ที่ตัวเองไม่อยากพูดให้ย่าฟังเพราะเกรงจะไม่สบายใจ จนผลงานที่เขียนผู้อ่านคือครูประทับใจ พร้อมทั้งยังได้รับความเมตตาจากครูประจำชั้น ผู้อำนวยการโรงเรียน รองผู้อำนวยการโรงเรียน ช่วยเหลือประคับประคองจนเรียนจบ ทั้งในเรื่องอาหารการกิน และทุนการศึกษา และได้รับการอนุเคราะห์จาก ชุมชนคลองแฟบ และเทศบาลตำบลกบินทร์ ช่วยเหลือเบี้ยผู้สูงอายุสำหรับย่า และเงินสวัสดิการจากทางราชการที่ร่วมดูแลเรื่อยมา


"ล่าสุด ได้รับการดูแลจากนพ.โชคชัย มานะดี ผอ.ร.พ.กบินทร์บุรี ที่ได้ทราบเรื่องครั้งแรก และประสานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพื่อเร่งช่วยเหลือ กระทั่งสื่อมวลชนเกือบทุกแขนงนำเสนอเป็นข่าวต่อมา" น้องไอซ์กล่าว


ด้าน น.ส.บุญนาค จับศรทิพย์ อายุ 81 ปี ย่าน้องไอซ์ กล่าวว่า "ขอขอบพระคุณธารน้ำใจจากทุกฝ่ายที่เมตตาตนเองกับหลานในการดูแลช่วยเหลือ ตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน ขอให้ทุกคนได้รับอานิสงส์ในทานบารมี สำหรับอาการป่วยลมชักของหลานสาวคาดว่าน่าจะมาจากการประสบอุบัติเหตุสมัยที่ เดินทางไปพร้อมกับแม่ซึ่งรถประสบอุบัติเหตุจนแม่เสียชีวิต ส่วนน้องไอซ์กระเด็นออกมานอกรถมีคนช่วยเหลือไว้ จากนั้นเหลือพ่อเพียงคนเดียว จนพ่อมาป่วยติดเชื้อจากคนไข้เสียชีวิตช่วงน้องไอซ์อายุได้เพียง 2 ขวบกว่า จนถึงปัจจุบันกลายเป็นบทนิยายชีวิตดังกล่าว" น.ส.บุญนาคกล่าว