ครบทุกรส สดทุกเรื่อง

ทุบรถอีก!! ลูกชายแค้นแม่ไม่ให้เงิน 8 แสน ก่อเหตุสองวันซ้อน 8 คันแล้ว วงจรปิดชัด (คลิป)
Font Size  

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 เวลา 19:45 น.
จำนวนคนอ่านล่าสุด 292533 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ศรีสะเกษ จากกรณีที่ เกิดเหตุคนร้ายใช้ก้อนอิฐทุบกระจกรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีขาว หมายเลขทะเบียน ญธ 6035 กรุงเทพฯ ในโรงจอดรถ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 ต.หนองครก อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมีพยานระบุ ว่า นายเจ อายุ 20 ปี บุตรชาย เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต ชื่อ นางต. (สงวนนาม) เป็นผู้เข้ามาในที่เกิดเหตุก่อนที่จะได้ยินเสียงกระจกแตก และก่อนหน้า นายเจ ได้ก่อเหตุ เผารถ 1 คัน และทุบกระจกรถอีก 6 คัน ทั้งนี้ ก่อนหน้านายเจ ประกาศว่าจะก่อเหตุให้ครบ 10 คัน เพราะไม่พอใจที่แม่ไม่ให้เงิน 8 แสนบาท

 

 


เมื่อเวลา  16.00 น. วันที่  22 ก.พ. ร.ต.อ.ขจรศักดิ์ เสฐียร พนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ ได้รับแจ้งว่า  เกิดเหตุคนร้ายใช้ก้อนอิฐทุบกระจกรถที่บริเวณโรงจอดรถ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 อีกครั้ง เมื่อไปถึงพบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กจ 5996 ศรีสะเกษ สภาพรถกระจกด้านหลังมีร่องรอยถูกทุบด้วยก้อนอิฐขนาดใหญ่ กระจกแตกกระจายเป็นรูกว้าง ก้อนอิฐยังคงติดอยู่ที่บริเวณกระจกที่โดนทุบ  ตรวจสอบกล้องวงจรปิดของสำนักงานพบว่า ก่อนเกิดเหตุ มีชายคนหนึ่งขับขี่รถ จยย. สวมหมวกกันน็อคสีแดง เข้ามาบริเวณที่จอดรถ และจอดท้ายรถคันที่เกิดเหตุ จากนั้น ได้เอาก้อนอิฐที่ถือติดตัวมาด้วยขว้างไปที่กระจกรถคันที่เกิดเหตุ และขับขี่รถ จยย.ออกไปอย่างรวดเร็ว 


 
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถคันที่เกิดเหตุเป็นของ นางโกลัญญา อ่อนหวาน เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี ชำนาญงาน กลุ่มบริหารงานการเงินและสินทรัพย์ สพป.ศรีสะเกษ เขต 1 มาทำงานเร่งรัดเบิกจ่ายเงินงบประมาณ  ซึ่งนายบุญช่วย รอดเนียม หัวหน้างานประชาสัมพันธ์ สพป.ศรีสะเกษ เขต 1 ที่ได้ดูภาพในกล้องวงจรปิดแล้วให้การยืนยันว่า รถ จยย.และชายคนที่ขับขี่รถ คือ นาย เจ เป็นลูกชายของนาง ต. ที่เคยเข้ามาก่อเหตุทุบและเผารถในบริเวณสำนักงานมาแล้วรวมเป็น 7 คัน 

 

 

นายบุญช่วย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 19 ก.พ. นายเจ ได้นำอิฐมาทุบกระจกรถ ของเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง แม้ว่า ตนและเจ้าหน้าที่คนอื่นจะเห็น แต่ก็ไม่กล้าเข้าห้ามปราบ เพราะ นาย เจ ดึงเอามีดสปาต้าเล่มยาวออกมาขู่ ทำให้กลัวว่าจะโดน นาย เจ ทำร้าย ซึ่งนาย เจ ก่อเหตุทุบกระจกรถต่อเนื่องกัน 2 วันซ้อน โดยไม่หวั่นเกรงกฎหมาย ซึ่งนายเจ ตั้งเป้าว่า หากนาง ต. ยังไม่ให้เงิน 8 แสนบาท เพื่อนำเงินไปซื้อรถ จยย.บิ๊กไบค์ ยี่ห้อดังในราคา 730,000  บาท ก็จะทุบรถไปจนครบ 10 คันให้ได้  โดยรถทุกคันที่โดนนาย เจ ทุบ และโดนเอาไฟเผา เป็นรถเก๋งทั้งสิ้น 


 
นางนุชนาถ สอนศรี เจ้าพนักงานพัสดุ ชำนาญงาน ซึ่งโดนเอาไฟเผารถ กล่าวว่า ยังหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้ ที่ไม่ได้ไปแจ้งความดำเนินคดีเพราะเห็นแก่แม่ของนาย เจ ที่ทำงานด้วยกัน โดยนาง ต. ได้ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายในการซ่อมรถของตนให้เป็นเงินทั้งสิ้น 40,000 บาท แต่ตนก็ไม่คิดว่า นายเจ จะมาก่อเหตุทำลายทรัพย์สินทุบรถเก๋งของคนอื่นรวมแล้ว 8 คัน ที่ทำงานอยู่ที่เดียวกันกับแม่ของตนเองแบบนี้  ทั้งที่เมื่อก่อนนี้ นาย เจ เป็นเด็กที่น่ารักมาก ไม่เชื่อว่าจะเปลี่ยนแปลงนิสัยไปเป็นแบบนี้ได้


 
ต่อมา  ร.ต.อ.ขจรศักดิ์    เสฐียร  พนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ  ได้เชิญตัว นางโกลัญญา  เจ้าของรถที่โดนทุบและนาง ต. แม่ของนาย เจ ไปทำการสอบสวนที่ สภ.เมืองศรีสะเกษ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 


 
นายชอุ่ม กรไกร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 ได้นัดประชุมฝ่ายบริหารของ สพป.ศรีสะเกษ เขต 1 ในวันที่ 23 ก.พ. 59  เพื่อหาแนวทางและมาตรการในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น  เนื่องจากว่า  เหตุการณ์นี้สร้างความหวาดผวาให้กับเจ้าหน้าที่ของ สพป.ศรีสะเกษ เขต 1 ทุกคนที่ขับขี่รถเก๋งมาทำงานเป็นอย่างมาก  และมีการวิพากวิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างกว้างขวางเกี่ยวกับสวัสดิภาพความปลอดภัยในสถานที่ทำงานที่ไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ และกลัวว่าจะเป็นรายต่อไป 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า  นาย เจ  ผู้ต้องสงสัยรายนี้  เป็นหลานชายแท้ ๆ ของบิ๊ก ตร.ชื่อดังคนหนึ่ง  ทำให้บรรดาเจ้าหน้าที่ ตร.ทั้ง จ.ศรีสะเกษ ต่างพากันหวั่นเกรงในบารมีและไม่กล้าที่จะเข้าไปทำการจับกุม  ทั้งที่ นาย เจ ยังคงวนเวียนอยู่ในเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ   อีกทั้งญาติพี่น้องของ นาย เจ  ต่างพากันประกาศว่า  ตนเองเป็นญาติของบิ๊ก ตร.ชื่อดัง หากใครกล้าเอาเรื่องนาย เจ ที่ไปทุบรถ จะตามเอาเรื่องจนถึงที่สุด  ทำให้นาง ต.ใช้บารมีของบิ๊ก ตร.สามาถที่จะเคลียร์ค่าเสียหายกับเจ้าของรถที่โดนทุบได้  อีกทั้งผู้บริหารระดับสูงของ สพป.ศรีสะเกษ เขต 1 พยายามที่จะไม่ให้ผู้เสียหายเอาเรื่องกับ นาย เจ ทำให้ นาย เจ เหิมเกริมไม่เกรงกลัวกฎหมาย  และอาละวาดทุบรถไปเรื่อยๆ