ครบทุกรส สดทุกเรื่อง



หลวงพี่น้ำฝนโวยดีเอสไอ ชี้เคยตรวจรถแล้ว-ผลถูกต้อง งงเจาะจงแค่รถวัดปากน้ำฯ-ไผ่ล้อม
Font Size  

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 เวลา 13:38 น.

 เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ที่วัดไผ่ล้อม อ.เมืองนครปฐม พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม แถลงข่าวถึงกรณีดีเอสไอเตรียมเข้ามาตรวจสอบรถยนต์แพนเธอร์ รุ่นปี 1977 สีดำ ว่าอย่างที่ปรากฏเป็นข่าวเรื่องการตรวจสอบรถของอาตมา อาตมาจะไม่ขอย้อนกลับไป แต่จะตอบว่าเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาทางสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ดีเอสไอ เชิญให้นำรถไปตรวจสอบที่อาคารไปรษณีย์ เมื่อวันศุกร์ที่ 25 ต.ค.56 วันนั้นอาตมาไปปฏิบัติศาสนกิจพร้อมคณะสงฆ์ 20 รูปที่จ.น่าน โดยมอบอำนาจให้ลูกศิษย์ไปแทน ครั้งนั้นดีเอสไอลงความเห็นว่ารถของอาตมาจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามระเบียบ แต่การที่ดีเอสไอจะตรวจสอบรถยนต์อีกครั้ง ทั้งที่เคยตรวจสอบไปแล้ว ถือว่าสร้างความเสื่อมเสีย อาตมาอยู่ในหลักธรรม คิดซะว่าต้องปลง อาตมาไม่ขอตอบโต้ แต่อาตมาปฏิบัติตามกิจของสงฆ์มาโดยตลอด


 หลวงพี่น้ำฝน กล่าวอีกว่า ในวันที่ 24 ก.พ. สำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ดีเอสไอ เข้ามาสอบถามพร้อมขอตรวจสอบรถอีกครั้ง อาตมาจึงนำใบที่เคยตรวจสอบว่าไม่มีความผิดส่งให้เจ้าหน้าที่ดู ขอถามหน่อยว่าจะมาตรวจอะไรอีก รถยนต์กว่า 5 พันคันไปตรวจแล้วหรือยัง ทำไมต้องมาตรวจแต่รถของอาตมา ซึ่งสภาพรถตอนนี้ก็ใช้งานไม่ได้ ไดสตาร์ตพัง เกียร์ก็พัง จอดอยู่ในวัด เอาออกไปไหนไม่ได้ แล้วก็ไม่ได้ใช้ในการส่วนตัวเลย จอดเป็นวิทยาทาน อาตมาขอชี้แจงว่าเป็นความเสื่อมเสีย ชื่อเสียงที่อาตมาสร้างมาทั้งหมด ร่วมสร้าง วัด โรงเรียน อาคารสื่อมวลชนเคยมาดูกันบ้างไหม ปัจจัยได้มาอย่างไรในการก่อสร้าง ตอนนี้อาตมาค้นพบหลักธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้ทิ้งหลักคำสอนไว้ หากเราบันดาลโทสะ จะไม่มีอะไรดีขึ้นมาเลย ในวันนี้หากมีใครอยากถามอะไรจะได้พูดครั้งเดียวให้จบ และขอยืนยันว่าเป็นรถยี่ห้อแพนเธอร์ เครื่องจากัวร์ ไม่ใช่ยี่ห้อจากัวร์อย่างที่ปรากฏเป็นข่าว ที่สำคัญยังเสียภาษีปีละ 11,700 บาท และภาษีหมดในวันที่ 11 พ.ค.นี้ อีกทั้งยังไม่ได้ยกเลิกการหยุดต่อทะเบียน ในการที่ไม่ใช้รถด้วย


 ด้านนายศุภภัทร์พจน์ นิติศศธร คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย วัดไผ่ล้อม เผยว่า ทำไมจะต้องเรียกรถของหลงพี่น้ำฝนไปตรวจสอบอีก อยากจะให้ดีเอสไอตรวจสอบให้ชัดเจนเสียทีเดียว ครั้งที่แล้วทางวัดได้นำรถไปตรวจสอบที่ดีเอสไอแล้ว แต่ครั้งนี้รถยนต์ที่เป็นข่าวมีลักษณะและสภาพไม่สมบูรณ์ จึงอยากให้ท่านมาตรวจสอบที่วัดไผ่ล้อมดีกว่า เป็นการตั้งข้อสังเกตอีกว่าสำหรับรถที่มีปัญหาเรื่องการจดประกอบและการนำเข้าปัจจุบันมีมากกว่า 5 พันคัน อยากจะถามว่ามีการตรวจสอบไปแล้วกี่คัน ถ้าตรวจสอบแล้วผลเป็นอย่างไรบ้าง เป็นข้อสังเกตทางพระก็ดี ทางไวยาวัจกรก็ดี ต่างก็สงสัยว่าทำไมรถมากกว่า 5-6 พันคัน จะต้องเจาะจงตรวจเพียงแค่ 2 คันคือรถยนต์ของวัดปากน้ำฯ และรถยนต์ของวัดไผ่ล้อม อย่างไรก็ตามขอให้ท่านดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ทั้งนี้จะทำหนังสือยื่นไปทางดีเอสไอ ถ้าสะดวกมาตรวจสอบขอให้มาตรวจสอบได้ที่วัดในวันที่ 2 มี.ค. เพราะรถขับออกไปไม่ได้ แต่จะนำรถจอดอยู่ที่เดิมภายในวัด