ครบทุกรส สดทุกเรื่อง

คุมตัวหญิงวัย42 แทงทารก 14 แผลฝังดินทำแผน สารภาพกลัวผัวรู้เลยใช้ไม้แทงเด็ก
Font Size  

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 เวลา 13:32 น.
จำนวนคนอ่านล่าสุด 552725 คน

กรณีพบเด็กทารกเพศชายแรกเกิดถูกแทง 14 แผล ก่อนนำไปขุดดินฝังในป่ายูคาลิปตัส บ้านโนนสวรค์ หมู่ 3ต.คอนฉิม อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น มีนางขจิตร ครองยุทธ อายุ 54 ปี ภรรยาผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน พาวัวไปเลี้ยงและเจอเข้า จึงช่วยเหลือนำขึ้นจากหลุมฝัง จากนั้น นำตัวส่งรพ.แวงใหญ่ แต่อาการสาหัสจึงนำตัวส่งต่อ รพ.ขอนแก่น ปัจจุบันอาการรู้สึกตัวดี ใส่ท่อช่วยหายใจ ได้รับการผ่าตัดเปิดช่องท้องเพื่อตัดเยื่อหุ้มหน้าท้อง เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ที่ผ่านมา ต่อมาตำรวจเชิญผู้หญิงคนหนึ่งอายุประมาณ 42 ปี มีบุตรมาแล้ว 3 คน เป็นราษฎรใน อ.แวงใหญ่ มีบ้านพักอยู่ห่างจากจุดที่พบ “น้องไอดิน” ประมาณ 2 กม. ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นแม่เด็กที่ใช้ของมีคมทิ่มแทง และนำเด็กแรกเกิดฝังดินในที่ดังกล่าว มาสอบปากคำ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

 


 ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 27 ก.พ. 59 พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษย์ ผบช.ภ.4 พล.ต.ต. จิตรจรูญ ศรีวนิชย์ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พ.ต.อ.สุภากร คำสิงห์นอก รอง ผบก.ฯ พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สส.ภ.4 พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ คงสิริสมบัติ ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.4 พ.ต.อ.คเชนทร์ยืนยง ผกก.สภ.แวงใหญ่ ขอนแก่น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม พ.ต.ท.ภาคภูมิ พิสมัย รอง ผกก.สืบสวน ภ.จว.ขอนแก่น พ.ต.ต.ดิเรก เขียวกลม รอง ผกก. สส. สภ.แวงใหญ่ ร่วมกันควบคุมตัว นางสุดา หรือกมล ทองดี อายุ 42 ปี ชาว จ.ขอนแก่น เพื่อไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่บริเวณทุ่งนาด้านทิศเหนือบ้านโนนสวรรค์ ม.3 ต.คอนฉิม อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น โดยมีชาวบ้านที่ทราบข่าวพากันมามุงดูการทำแผนจำนวนมาก พร้อมส่งเสียงสาปแช่ง

 


 โดยกล่าวหาว่า “พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยทรมาน หรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย และทอดทิ้งเด็กอายุยังไม่เกิน 9 ปีไว้ ณ ที่ใด เพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตน โดยประการที่ทำให้เด็กนั้น ปราศจากผู้ดูแล จนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส”

 


 พล.ต.ต.จิตรจรูญ เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ นางสุดาหรือมล ผู้ต้องหา ได้ไปรับจ้างตัดไม้ยูคาลิปตัสกับสามี ซึ่งระหว่างที่ตัดไม้อยู่นั้น นางสุดามีอาการเจ็บท้องกะทันหัน และได้คลอดเด็กทารกออกมาเป็นเด็กทารกเพศชาย นางสุดาจึงใช้เศษไม้ตัดสายสะดือแยกตัวเด็กออกจากตน ขณะนั้นความกลัวว่าสามีของตนจะรู้ว่า ตนเองได้คลอดลูก ซึ่งตลอดมาได้ปิดบังการที่ตนเองได้ตั้งครรภ์ โดยไม่ให้สามีและบุคคลอื่นได้รับรู้

 


 ประกอบทั้งคิดว่าตนเองไม่สามารถที่จะเลี้ยงดูเด็กทารกได้ เนื่องจากมีฐานะยากจน จึงนำเอาถุงพลาสติกที่ตกอยู่บริเวณนั้นมาผูกรัดคอเด็กทารก พร้อมกับนำกิ่งไม้บริเวณที่เกิดเหตุแทงลงไปที่ลำตัวเด็กทารกจำนวนหลายครั้ง ทำให้เด็กทารกแน่นิ่งไป นางสุดาคิดว่าเด็กทารกได้เสียชีวิตไปแล้ว จึงได้นำร่างเด็กทารกไปวางลงในลักษณะนอนตะแคงในหลุมดิน จากนั้น นำเสื้อยืดสีแดงที่ตกอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุมาคลุมร่างพร้อมกับนำดิน และเศษไม้มากลบฝังเด็กทารกไว้ โดยได้นำรกและกางเกงเปื้อนเลือดที่ตนเองสวมใส่ไปฝังไว้บริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุ จากนั้นนางสุดา จึงเดินไปหาสามีที่ตัดไม้อยู่อีกที่แห่งหนึ่ง จนถึงเวลาประมาณ 12.00 น. จึงได้เดินทางกลับเข้าบ้านพร้อมสามี โดยที่ไม่ได้บอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้กับผู้ใดรู้


 ต่อมาได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เข้ามาพบนางสุดา และเชิญตัวมาสอบปากคำเพื่อสอบถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นางสุดาจึงได้ให้การรับสารภาพกับตำรวจชุดจับกุม ว่าตนเองเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าวจริง จึงแจ้งข้อหาพร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป