ครบทุกรส สดทุกเรื่อง

เจ้าของโรงแรมช็อก! โดนผจก.ฉกเครื่องเพชร-โฉนดที่ดินนับ10ล้าน แถมบริหารขาดทุน
Font Size  

วันที่ 02 มีนาคม พ.ศ. 2559 เวลา 14:13 น.
จำนวนคนอ่านล่าสุด 121416 คน

 วันที่ 2 มี.ค. พ.ต.ท.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ รองผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมด้วยพ.ต.ต.อาทิตย์ จันทา สว.สส. ร.ต.อ.อรรคพล ยี่เกาะ รอง สว.สส. ร.ต.อ.จตุพร เบ็ญจกุล ร.ต.อ.ปาณุทรรศน์ ศิริวาลย์ และกำลังชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุมนางสุกานดา หรือจ๋า แข็งฤทธิ์ อายุ 54 ปี อดีตผู้จัดการโรงแรมแจน คอนโดเทล อุดรธานี และพักอยู่บ้านเลขที่ 618/839 ถ.ลาดกระบัง แขวงหนองอ้อ เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดอุดรธานีที่ 86/2559 ลงวันที่ 23 ก.พ.59 ข้อหาลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้าง เบื้องต้นให้การภาคเสธว่ายอมรับว่าขโมยไปจริง แต่เอาไปหมุนเวียนบริหารโรงแรมที่ขาดทุน

 
 พ.ต.ท.ชาญณรงค์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากช่วงเดือนก.พ.ที่ผ่านมา รับแจ้งจากนางนรารัตน์ หล้าสวย อายุ 60 ปี เจ้าของโรงแรมแจน คอนโดเทล เลขที่ 102/17 ซ.แสนสุข ถ.ศรีสุข ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ว่าถูกนางสุกานดา อดีตผู้จัดการโรงแรมแจน คอนโดเทล อุดรธานี ลักทรัพย์เงินสดในสมุดบัญชีธนาคาร สลากออมสิน ทองรูปพรรณ เครื่องเพชร รวมมูลค่าร่วม 10 ล้านบาท ก่อนจะหลบหนีไป กระทั่งได้รวบรวมหลักฐานจนขออนุมัติศาลออกหมายจับนางสุกานดา และสามารถติดตามจับกุมตัวได้ที่โรงแรมคาบาน่า หลังตลาดสดบ้านห้วย ถ.โพนพิสัย ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี พร้อมของกลางมี 1.ตั๋วจำนำฝากขายทอง 2 ใบ 2.กำไลข้อมือทองคำหนัก 2 บาท 1 วง 3.สร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท 1 เส้น 4.ต่างหูทองคำหนัก 50 สตางค์ 1 คู่ และต้องสอบสวนขยายผลต่อไปว่ามีผู้ร่วมขบวนการนี้อีกกี่คน โดยเฉพาะการรับจำนองโฉนดที่ดิน ซึ่งเจ้าของโฉนดที่ดินไม่ยินยอม แต่มีการนำไปจดจำนองกันได้ ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดรับของโจร โดยพนักงานสอบสวนจะเป็นผู้สอบสวนดำเนินการขั้นตอนของกฎหมาย

 
 โดยนางนรารัตน์ เจ้าของโรงแรม ให้การว่า ตนและสามีได้สร้างโรงแรมเล็กๆเอาไว้ก่อนเกษียณและว่าจ้างนางสุกานดามาเป็นผู้จัดการทั่วไป ทำงานด้วยกันมาประมาณ 5 ปี จนสามีของตนเกษียณออกมา แต่ก็ป่วยมีโรคประจำตัวไม่สามารถบริหารงานโรงแรมได้ พอมาถึงปีที่ผ่านมา ด้วยความที่ไว้ใจนางสุกานดา เพราะอ้างว่าเป็นคนมีฐานะทางบ้านดี แต่อยากทำงานแก้เหงา จึงอาสามาช่วยงาน เลยให้บริหารงานโรงแรมทั้งหมด ด้วยการเซ็นใบมอบอำนาจให้ทำการทุกอย่าง แล้วตัวเองก็ไปหาปฏิบัติธรรมที่วัด นานๆกลับมาที่โรงแรม กระทั่งเมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา ได้ตรวจสอบพบว่าโฉนดที่ดินหายไป 5 แปลง เครื่องเพชร ทองรูปพรรณในตู้เซฟหายไปหมด อีกทั้งเงินในบัญชีธนาคาร สลากออมสินหายไปกว่า 6 ล้านบาท รวมแล้วทรัพย์สินหายไปประมาณร่วม 10 ล้านบาท ไม่รวมโฉนดที่ดินอีก 5 แปลง เมื่อเรื่องแตกนางสุกานดาก็หอบเสื้อผ้าหนีไป จึงได้เข้าแจ้งความเอาเรื่องให้ถึงที่สุด        

 
 ด้านนางสุกานดาให้การว่า ตนอาสามาทำงานเป็นผู้จัดการโรงแรมได้เงินเดือน 1.2 หมื่นบาท และยอมรับว่าได้ขโมยเครื่องเพชร ทองรูปพรรณ ไปขาย เอาโฉนดที่ดิน 5 แปลงไปจำนองเอาไว้ เพื่อเอาเงินมาบริหารงานโรงแรมที่ขาดทุน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เชื่อในคำให้การของนางสุกานดา เนื่องจากหลักฐานการขโมยทรัพย์สินในห้องพักนายจ้าง การถอนเงินในบัญชีออกมาใช้ โดยที่นายจ้างไม่เห็นด้วย มารู้ทีหลังก็ถูกโกงไปร่วม 10 ล้านบาทแล้ว จึงคุมตัวไว้ดำเนินคดีตามกฎหมายกันต่อไป