ครบทุกรส สดทุกเรื่อง

วัดไร่ขิงโต้ทอดทิ้ง “ลุงเอี่ยม” เผยยังอยู่ดี ผช.เจ้าอาวาสยันวัดไม่มีเอี่ยวกับผลประโยชน์
Font Size  

วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2559 เวลา 19:23 น.
จำนวนคนอ่านล่าสุด 104969 คน

จากกรณี “ลุงเอี่ยม” หรือนายเอี่ยม คัมภิรานนท์ ชาวต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี ขอทานเงินล้านที่เป็นผู้พิการป่วยเป็นโปลิโอ แขนขาลีบ ลิ้นไก่สั้น พูดไม่ชัด ที่เคยนั่งขอทานอยู่ในวัดไร่ขิง ราชวรมหาวิหาร อ.สามพราน จ.นครปฐม ที่เคยนั่งขอทานอยู่ในวัด และนำในอนุโมทนาบัตรไปตั้งเชิญชวนสาธุชนร่วมทำบุญ จนรวบรวมเงินถวายวัดได้ถึง 2 ล้าน จนเป็นข่าวโด่งดังมาตั้งแต่ปี 2556 หลังจากมีระเบียบจากคณะรัฐมนตรีออกมา ห้ามไม่ให้มีขอทานอยู่ภายในวัด โดยมอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นผู้ดูแลทำให้ลุงเอี่ยมต้องออกจากวัดไร้คนเหลียวแล มีบรรดาพ่อค้าแม่ค้าคอยช่วยเหลือตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

 


 ความคืบหน้า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 มี.ค. ผู้สื่อข่าว เดินทางไปยังวัดไร่ขิง เพื่อสอบถามถึงกรณีของลุงเอี่ยมที่กำลังเป็นข่าว ปรากฏว่าพระเทพศาสนาภิบาล (แย้ม) กิตตินธโร เจ้าอาวาสวัดไร่ขิงไม่อยู่วัด จึงไปสอบถามพระครูปฐมธีรวัฒน์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส และนายพรเทพ ปัถวี ไวยาวัจกร ถึงเรื่องดังกล่าว

 

 
 นายพรเทพ กล่าวว่า จากกรณีเรื่องของลุงเอี่ยม ขณะนี้วัดไร่ขิงตกเป็นจำเลยสังคม ทุกคนมองว่าวัดไร่ขิงทอดทิ้งลุงเอี่ยม แต่ขอถามกลับว่าวัดทอดทิ้งลุงเอี่ยมในฐานะอะไร ลุงเอี่ยมเป็นอะไรกับวัดไร่ขิง เป็นญาติเป็นพี่เป็นน้องใช่หรือไม่ ถ้าตอบว่าใช่ วัดก็ยินดีที่จะดูแลให้ ตามสมควรในฐานะพี่และน้อง แต่ ณ ตอนนี้ ลุงเอี่ยมเป็นคนพิการคนหนึ่ง ที่พลัดถิ่นมาอาศัยอยู่ที่วัดไร่ขิงกว่า 40 ปีแล้ว   โดยมีพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ อดีตเจ้าอาวาส ให้ที่พักพิงอาศัยนอนตามศาลา แต่ทุกวันนี้วัดจัดห้องพักที่หลับนอน มิดชิดปลอดภัย ถามว่าด้อยลงไปกว่าเดิมหรือเปล่า

 


 สำหรับลุงเอี่ยมที่อยู่ในฐานะพุทธศาสนิกชนคนหนึ่งเข้ามาพักพิงในวัดๆ สามารถที่จะดูแลได้ตามความเหมาะสม ส่วนเรื่องอาหารการกินของลุงเอี่ยมนั้นไม่ต้องเป็นห่วงเลย เพราะจะมีคนของลุงเอี่ยมพาไปรับประทานอาหาร ถ้าถามเรื่องความเจ็บไข้ได้ป่วย ในส่วนของวัดไร่ขิงก็มีโรงพยาบาลอยู่ 2 แห่ง คือโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์และโรงพยาบาลสามพราน หากลุงเอี่ยมเจ็บป่วย ก็จะมีเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลมาดูแล เนื่องจากลุงเอี่ยมเดินทางไม่สะดวก

 

 
 นายพรเทพ กล่าวต่อว่า อยากให้สื่อนำเสนอข่าว เนื่องจากวันนี้มีกฎระเบียบต่างๆเข้ามา จะสังเกตได้จากพุทธสถานทุกที่ จะไม่ค่อยเห็นขอทานมานั่งในวัดแล้ว หากไปดูในข้อของกฎหมาย ผู้ใดวาน ใช้ บังคับ หรือให้ที่พักพิง ก็ถือเป็นตัวการร่วมไปบังคับให้เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ ในขณะที่เราเป็นวัดก็ไปแสวงหาผลประโยชน์จากลุงเอี่ยม ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องเลย  และอยากให้มองอีกมุมหนึ่งของลุงเอี่ยมที่ได้มาอยู่ในจุดหนึ่งที่วัดดูแลให้ ก็ยังอยากให้คนเข้าไปเยี่ยมในฐานะชายชราผู้พิการที่มีจิตใจโอบอ้อมอารี สามารถที่จะมอบเงินที่หามาให้กับการกุศลและช่วยเหลือสังคม แนะนำว่าให้เอาเยี่ยงลุงเอี่ยม แต่อย่าเอาอย่างลุงเอี่ยม เอาเยี่ยงในที่นี้หมายถึงเป็นคนมีจิตใจดี ได้ทรัพย์อันบริสุทธิ์และยินดีเอาทรัพย์ไปทำประโยชน์กับส่วนรวม แต่อย่าเอาอย่างที่เป็นขอทานได้เงินมากมาย

 

 
 ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ทางวัดเคยจัดเจ้าหน้าที่ไปดูแลลุงเอี่ยมหรือไม่ นายพรเทพ กล่าวว่า “อย่างที่บอกไปว่าลุงเอี่ยมกับวัด ไม่ได้เกี่ยวข้องกันในฐานะญาติ แต่เกี่ยวข้องกันในฐานะที่เป็นพุทธศาสนิกชนที่มาอาศัยวัดๆก็ไม่มีหน้าที่ๆจะต้องส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแล ไม่ว่าบุคคลนั้น จะทำบุญด้วยเงินมูลค่า 1 บาท 10 บาท หรือ 10 ล้านบาท เนื่องจากว่าเราเป็นศาสนาพุทธ การที่เราทำบุญให้จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความศรัทธาของแต่ละบุคคล ถ้าเอาตรงนี้มาเป็นบรรทัดฐานต่อไปในสังคมก็จะอ้างว่า ผมทำบุญเยอะผมขออภิสิทธิ์ได้ไหม ที่พูดในที่นี้อาจจะไม่ได้หมายถึงที่วัดไร่ขิง อาจจะเป็นที่อื่นๆ หากเป็นอย่างนี้สังคมจะอยู่กันได้อย่างไร”

 
 ด้าน พระครูปฐมธีรวัฒน์ กล่าวว่า ตามที่วัดจะจัดการได้ก็คือเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วย เรื่องที่พักพิง เรื่องภาพรวมต่างๆ ส่วนเรื่องการดูแลเรื่องของส่วนตัวหรือผลประโยชน์ของลุงเอี่ยมนั้น วัดไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ขอยืนยันว่าไม่ได้ทอดทิ้ง แต่จะดูแลจนกว่าจะเสียชีวิต และทำศพให้อย่างดี


 ขณะที่ นายศิริศักดิ์ ศิริมังคะลา นายอำเภอสามพราน จ.นครปฐม กล่าวว่า กรณีของลุงเอี่ยมทางนายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจ.นครปฐม สั่งทางอำเภอสามพรานและพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.นครปฐม เข้ามาดูแลเรื่องความเป็นอยู่ และช่วยเหลือเรื่องบัตรผู้สูงอายุ เบี้ยยังชีพ เคยบอกกับลุงเอี่ยมว่ามีสิทธิ์ที่จะได้รับเบี้ยยังชีพ แต่ภูมิลำเนาเดิมลุงเอี่ยมอยู่ในจ.สระบุรี จึงติดต่อไปยังพื้นที่เดิมเพื่อขอรับเบี้ยยังชีพ แต่ลุงเอี่ยมปฏิเสธที่จะรับ ลุงเอี่ยมบอกว่าให้คนที่เดือดร้อนกว่าตนจะดีกว่า แต่หากลุงเอี่ยมพร้อมที่จะย้ายสำมะโนครัวมาเข้าในพื้นที่ อ.สามพราน ก็ยินดีที่จะดำเนินการให้ทันที

 
 น.ส.ชวนชม จันทะวงษ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.นครปฐม กล่าวว่า เคยพูดคุยกับลุงเอี่ยมถึงโครงการปลูกบ้านให้กับผู้สูงอายุ หรือผู้พิการที่ไม่มีที่อยู่อาศัย เราเคยเสนอลุงเอี่ยมไปว่า ทางจังหวัดนำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดและนายกเหล่ากาชาด จะดำเนินการสร้างบ้านให้กับลุงเอี่ยม เพื่ออาศัยอยู่บนที่ดินของตนเอง แต่ได้รับการปฎิเสธ เพราะลุงเอี่ยมชอบอยู่กับคนเยอะๆ ปัจจุบันนี้ศูนย์คุ้มครองและดูแลคนไร้ที่พึ่ง เข้ามาดูแลลุงเอี่ยม และเข้าเยี่ยมเป็นประจำเปรียบเสมือนญาติคนหนึ่ง