ครบทุกรส สดทุกเรื่อง



"ลุงดอกรัก"บุกร้อง"บิ๊กตู่"ที่ทำเนียบอีก สุดระทึก! ชักมีดแทงหน้าอกตัวเองเลือดอาบ
Font Size  

วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2559 เวลา 15:59 น.

 

   ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่าเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 มี.ค. ที่บริเวณประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล (ถนนราชดำเนิน) ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับกระทรวงศึกษาธิการ  นายดอกรัก บุญฟัก อายุ 64 ปีเป็นชาวจังหวัดจันทบุรี ได้มายื่นเรื่องร้องเรียนถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อขอความเป็นธรรมกรณีที่ดินทำกิน


   โดยนายดอกรัก ระบุว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมและถูกกลั่นแกล้งจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยถูกกล่าวหาว่าทำฟาร์มเลี้ยงกุ้งบุกรุกป่าชายเลน ที่อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี ตั้งแต่ปี 2547 และมีการฟ้องร้องดำเนินคดี และตนถูกจับกุม ต่อเมื่อมีการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินป่าชายเลน คลองพังราด ทำให้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์และทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้พื้นที่มีความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เนื่องจากมีนายทุนเข้ามาเลี้ยงกุ้งและปล่อยน้ำเสียลงคลอง ทำให้กระทบระบบนิเวศน์ และมีพื้นที่ถูกบุกรุกประมาณ 100 ไร่

 


   นายดอกรักระบุว่า ตนจึงเป็นแกนนำชาวบ้านร้องเรียนหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง อาทิ ทำเนียบรัฐบาล กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ผู้ตรวจการแผ่นดิน และสำนักงานป.ป.ช. เพราะถือว่ามีการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ ทำให้นายทุนเข้าครอบครองพื้นที่ของรัฐ สร้างความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ ป่าชายเลนและแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งการร้องเรียนดังกล่าวทำให้ถูกคุกคาม ข่มขู่ เอาชีวิต รวมถึงถูกกลุ่มนายทุนฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย 15 ล้านบาทอีกด้วย


   นายดอกรัก กล่าวว่า ไม่ว่าตนมาติดตามสอบถามความคืบหน้ากับหน่วยงานใด โดยเฉพาะทำเนียบรัฐบาลก็ไม่มีความคืบหน้า กระทั่งเมื่อปลายปี 2557 ขณะที่ถูกกดดันจากหลายทางก็เขียนจดหมายถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้สั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ติดตามเรื่องให้คืบหน้าด้วย ซึ่งครั้งนั้นคิดว่าจะทำอย่างไรจคงจะเป็นข่าวเพื่อให้เกิดความสนใจในปัญหานี้

 


  "คิดว่าตายเป็นตาย จึงได้มาเผาตัว แต่เจ้าหน้าที่ทหารช่วยชีวิตเอาไว้ทัน และเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลวชิระพยาบาล แต่ก็ยังถูกกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐหน่วยงานที่เคยเข้าร้องเรียนว่าร่วมกับกลุ่มนายทุนทำลายสิ่งแวดล้อมมาข่มขู่"ลุงดอกรักกล่าว และว่า จากการต่อสู้มานาน 20 ปี ไม่มีอะไรดีขึ้น เจ็บตัวก็หลายครั้ง และยังถูกจับข้อหาบุกรุกป่าชายเลน และด้วยเป็นคนจนก็ไม่มีอะไรไปสู้ มีเพียงแต่เลือดกับชีวิตเท่านั้น "มาในครั้งนี้เพื่อต้องการให้นายกฯทราบเรื่อง ทราบปัญหาที่เกิดขึ้นและจะได้สั่งการไปยังเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ โดยผมแนบเอกสารทั้งหมดและภาพถ่ายในพื้นป่าชายเลนมาให้นายกฯดูด้วย"


  ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากนายดอกรักได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่ประตู 5 อยู่พักใหญ่ น่าจะเกิดความเครียดเพราะเรื่องที่ร้องเรียนไม่มีความคืบหน้า ประกอบกับอากาศที่ร้อนจัดจึงคิดทำร้ายตัวเอง โดยจู่ๆนายดอกรักได้ควักมีดปอกผลไม้ที่พกมาในกระเป๋าขึ้นมาทำร้ายตัวเอง โดยแทงเข้าที่หน้าอกขวาของตัวเอง แต่ทว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลที่รักษาการอยู่ในบริเวณนั้นและเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาลรีบเข้าชาร์ตและช่วยเอาไว้ทัน แต่ปรากฏว่ามีดได้แทงเข้าที่หน้าอกขวาของนายดอกรักแล้วประมาณ 2 เซนติเมตร  แต่การช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ทำให้นายดอกรักไม่บาดเจ็บไปมากกว่านี้ และได้ประสานรถพยาบาลเข้ามาปฐมพยาบาลในเบื้องต้น

 


  เมื่อทำแผลแล้วเจ้าหน้าที่ได้เชิญนายดอกรักไปพูดคุยที่ห้องประชุม ศูนย์บริการประชาชน(ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล) โดยมีผู้อำนวยการศูนย์บริการประชาชนและตัวแทนจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)ร่วมพูดคุยด้วย ซึ่งได้ข้อสรุปว่าจะนำเรื่องเสนอไปยัง ทส. เพื่อให้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ส่วนกลางไปตรวจสอบในพื้นที่ เนื่องจากนายดอกรักไม่ไว้ใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่น


  จากการตรวจสอบสัมภาระของนายดอกรักพบว่าในกระเป๋าถุงผ้า นอกจากซองเอกสารหลักฐานที่เตรียมมายื่นแล้วยังพบว่ามีขวดขนาดยาแก้ไอ แต่บรรจุน้ำมันเบนซินไว้ปริมาณครึ่งขวด จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐานก่อนที่จะเชิญนายดอกรักไป


  ทั้งนี้นายดอกรักเคยเดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์มาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2557 ในเวลาประมาณ 13.00น. เช่นเดียวกันนี้ และครั้งนั้นได้ใช้น้ำมันราดตัวเองและจุดไฟเผาตัวเอง แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่ช่วยไว้ได้ทัน