ครบทุกรส สดทุกเรื่อง

ฮือฮา!! สาวเพชรบูรณ์อกหักพบรักสาวหล่อ เตรียมวิวาห์ เรือนหอ3ล้าน-รถ 2 คัน สินสอดอื้อ
Font Size  

วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2559 เวลา 16:27 น.
จำนวนคนอ่านล่าสุด 166678 คน

 สาวหล่อขายหมูกำแพงเพชร เตรียมเข้าสู่ประตูวิวาห์กับหญิงสาวเมืองเพชรบูรณ์ หลังตกลงคบหากันมา 5 ปี เก็บหอมรอมริบ สร้างเรือนหอราคา 3 ล้าน รถ 2 คัน เงินสินสอดอีก 1 แสน สร้อยทองคำหนัก 8 บาท แหวนเพชร อีก 2 วง

 

 

 เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 17 มี.ค. ผู้สื่อข่าว “ข่าวสด” ประจำจังหวัดกำแพงเพชร รับแจ้งจากชาวบ้านเมืองกำแพงเพชรว่า ในวันที่ 18 มี.ค. นี้ จะมีสาวหล่อ จัดพิธีวิวาห์ กับหญิงสาว โดยฝ่าย “เจ้าบ่าว” เป็นสาวทอม หรือ สาวหล่อ คือ นางสาวพรนภัส หรือ กิ๊ก แพรน้อย อายุ 30 ปี เป็นชาวตำบลเทพนคร อยู่หมู่ 4 ตำบลเทพนคร อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ส่วนฝ่ายเจ้าสาว คือ นางสาวศิรินภา หรือ ไอซ์ คำสุกดี อายุ 30 ปี บ้านเดิมอยู่หมู่ 3 ตำบลซับน้อย อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์

 

 

 ซึ่งทั้งคู่เปิดเผยกับ “ข่าวสด” ที่บ้านของฝ่ายเจ้าบ่าวว่า จะแต่งงานกันในวันดังกล่าว ในงานก็จะจัดให้มีพิธีทางสงฆ์ สวดเจริญพระพุทธมนต์กันในช่วงเช้า และช่วงสายก็จะเป็นขบวนแห่ขันหมาก และสู่ขอกันตามประเพณี เสร็จแล้วก็หลั่งน้ำพระพุทธมนต์ประสาทพรกัน พร้อมจัดเลี้ยงฉลองมงคลสมรสกันช่วงเที่ยงก็เป็นอันเสร็จพิธี

 

 นางสาวพรนภัส เปิดเผยด้วยท่าทียิ้มแย้มแจ่มใสที่จะได้เข้าสู่พิธีวิวาห์ ในชุดเจ้าบ่าวสวมสูท โดยมีฝ่ายเจ้าสาวนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ข้างกายว่า เมื่อ 5 ปี ที่ผ่านมา หลังจากเรียนจบปริญญาตรีสาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ จาก มหาวิทยาลัยเจ้าพระยา นครสวรรค์ ก็ไปทำงานได้ระยะหนึ่ง ขณะนั้น ชีวิตก็พบกับมรสุมชีวิตคู่รักคนเดิม ก็มาเลิกรากันไป รู้สึกอ้างว้าง ว้าเหว่และเหงามาก เพื่อนที่เรียนอยู่ด้วยกันก็ได้แนะนำให้รู้จักกับฝ่ายหญิง ว่าที่เจ้าสาวคนนี้ ที่อยู่จังหวัดเพชรบูรณ์ และได้ให้เบอร์โทรศัพท์ไว้ติดต่อกัน

 

 

 จากการพูดคุยกันทางโทรศัพท์ก็เกิดถูกใจและเข้าใจกันเป็นอย่างดีกับฝ่ายเจ้าสาว หลังจากได้พูดคุยกัน 5 วันผ่านไป ตนก็มีความรู้สึกคิดถึง อยากจะพบหน้า จึงได้ขับรถจากกำแพงเพชรเดินทางไปหาถึงบ้านเพชรบูรณ์ จากนั้นก็ไปมาหาสู่กันประจำ หลังจากดูใจกันช่วงเวลาสั้นๆ 2 เดือน ตนก็ตัดสินใจพาเจ้าสาวเดินทางจากบ้านเกิดมาอยู่ที่จังหวัดกำแพงเพชร

 

 

 โดยพากันมาค้าขายด้วยอาชีพสืบทอดต่อจากครอบครัวที่มีอาชีพเขียงหมูมาตั้งแต่เกิด โดยบรรทุกรถกระบะนำหมูสดไปเร่ขายตามตลาดนัด ซึ่งมีประจำๆ ในหลายพื้นที่ และได้อยู่ด้วยกันมา 5 ปีแล้ว ได้ร่วมกันเก็บเงินซื้อรถกระบะได้ 2 คัน ไว้ค้าขาย และล่าสุดได้ซื้อบ้านราคา 3 ล้าน เพื่อมอบเป็นสินสอดให้กับเจ้าสาว รวมทั้งเงินสินสอดอีก 1 แสนบาท สร้อยทองคำหนัก 8 บาท แหวนเพชร อีก 2 วง

 

 ด้านนางสาวศิรินภา ฝ่ายเจ้าสาว เปิดเผยว่า จบการศึกษาชั้นมัธยมฯ ปีที่ 6 ขณะนั้นทำงานเป็นลูกจ้างอยู่ที่สหฟาร์ม บึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ เส้นทางที่ได้พบรักกันนั้น เป็นไปตามที่คนรักบอก ช่วงเวลาก่อนที่จะมาพบกันเป็นช่วงเดียวกับที่ตนเอง ก็มีปัญหากับคนรักเก่าที่ต้องบอกเลิกแยกทางกันเช่นกัน

 

 

 และจากคำแนะของเพื่อนคนเดียวกันกับที่แนะนำว่าที่เจ้าบ่าว ให้ได้รู้จักกัน จนได้พบกัน หลังจากคบกันได้ 2 เดือน ตนรู้สึกมีความอบอุ่น ฝ่ายเจ้าบ่าวเป็นคนใจดี พูดจาไพเราะ เอาใจเก่ง จึงได้ตัดสินใจลาออกจากงานแล้วตามมาอยู่ด้วยที่จังหวัดกำแพงเพชร ช่วยกันทำมาหากิน

 

 ว่าที่เจ้าบ่าว ประกอบอาชีพขายหมูเร่ตามตลาดนัด ส่วนตน ก็เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ หน้าห้างแมคโคร สาขา กำแพงเพชร ช่วยกันประกอบอาชีพ เก็บหอมรอมริบ สะสมเงิน จนมีวันนี้ ซื้อรถ ซื้อบ้าน และตัดสินใจที่จะจัดพิธีร่วมหอลงโรง จัดงานวิวาห์ เชิญแขกเหรื่อ ญาติผู้ใหญ่มาร่วมเป็นสักขีพยานในวันพรุ่งนี้

 

 น้องไอซ์ ฝ่ายเจ้าสาว ยังเปิดเผย ด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข ว่า แรกๆ อยู่ด้วยกันก็วางตัวลำบาก เนื่องจากสายตาของคนรอบข้าง และการยอมรับของครอบครัว ฝ่ายเจ้าบ่าว จากการร่วมแรงกายแรงใจช่วยกันมุมานะทำมาหากินเก็บเงินสร้างฐานะครอบครัว จนมีความมั่นคงช่วยเหลือตัวเองได้ระดับหนึ่ง ทำให้ทุกคนได้เห็นความจริงใจและตั้งใจของเรา จนเราเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ซึ่งฝ่ายเจ้าบ่าวนั้น เป็นลูกคนเดียวของครอบครัว แม่ของเขาก็ให้การยอมรับคนรัก และยินดีที่จะได้ลูกสาวเพิ่มเป็นสมาชิกของครอบครัวอีกหนึ่งคน

 

 

 ส่วนการวางแผนของอนาคตทั้งคู่ก็อมยิ้ม ก่อนจะบอกว่าที่ผ่านมาก็อยู่กันแบบคนรัก แบบเพื่อน มีปากเสียงกันบ้าง บ่อยครั้ง เพราะแฟนสาวเป็นคนเอาแต่ใจ แต่ก็เข้าใจกันดี หลายคนแอบพูดถึงเรื่องราวของชีวิตคู่ตน ว่าไม่น่าจะไปรอด แต่ก็อยู่ด้วยกัน ผ่านอุปสรรคมากว่า 5 ปี เสียงต่างๆ เป็นแรงบันดาลใจให้เราทั้งคู่ต่อสู้จนผ่านมันมาได้ ในอนาคตก็จะรักกันตลอดไป

 

 เมื่อสอบถามเรื่องทายาทในอนาคต นั้น ทั้งคู่ตอบตรงกันว่า มีแนวคิดที่จะเลี้ยงดูบุตรหลานของญาติพี่น้อง ที่มีอยู่ไว้เป็นเพื่อนเพื่อนพึ่งพาในยามแก่เฒ่า หากไม่มีก็จะหาบุตรบุญธรรมมาเลี้ยงดู ซึ่งเป็นเรื่องของอนาคตในวันข้างหน้าต่อไป