ครบทุกรส สดทุกเรื่อง



"นายดาบ"จำเลยคดีตื้บ"ไฮโซปลาวาฬ" เปิดใจขอความเป็นธรรม หลังศาลสั่งยกฟ้อง
Font Size  

วันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2559 เวลา 20:02 น.

 


 เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 19 มี.ค. ด.ต.สุทธินันท์ ขุนยงค์ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตกเป็นจำเลย ที่ 3 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1153,1154,3900,4163,4314,4942/2555 หมายเลขแดงเลขที่ 4732-4737/2557 ระหว่างพนักงานอัยการ โจทก์ นายวรสิทธิ์ อิสระ หรือไฮโวปลาวาฬ โจทก์ร่วม และนายสุชาติ หรือบอล พาหละ จำเลยที่ 1 และพวก รวม 7 คน เรื่อง ความผิดต่อชีวิต พยายามฆ่า จากกรณีเหตุการณ์เด็กเสิร์ฟ และการ์ด ของ รัชดาผับ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต รุมทำร้าย นายวรสิทธิ์และพวกจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อ วันที่ 4 ม.ค.2555 ได้เดินทางมายังศาลจังหวัดภูเก็ต เพื่อยื่นฟ้องพนักงานสอบสวนในดีดังกล่าว และผู้เสียหายที่ 3 ในคดีเดียวกันต่อศาล หลังศาลได้ตัดสินคดีของจำเลยที่ 3 ถึงที่สุดแล้ว โดยตัดสินยกฟ้องจำเลยที่ 3 ในคดีดังกล่าว  

 


   ด.ต.สุทธินันท์ เปิดเผยพร้อมด้วยครอบครัวที่มาให้กำลังใจ ว่า สำหรับคดีที่เกิดขึ้นนั้น ตนตกเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวด้วย โดยเป็นจำเลยที่ 3 ในคดี หลังตกเป็นผู้ต้องหาตนก็ถูกให้ออกจากราชการไว้ก่อน ทำให้ได้รับความเดือดร้อน ทั้งๆที่ตนไม่ได้เป็นผู้กระทำผิดในเหตุการณ์ ตนเป็นเพียงคนที่เข้าไปช่วยเหลือเท่านั้น ซึ่งคดีนี้ตนต้องใช้เวลาในการต่อสู้คดีนานกว่า 3 ปี

 


   ดาบสุทธินันท์กล่าวว่า ต้องขายทรัพย์สินมาเพื่อต่อสู้คดีและจ้างทนาย ครอบครัวลำบาก แต่สุดท้ายฟ้าก็มีตา และต้องขอบคุณศาลจังหวัดที่ให้ความเป็นธรรม ตัดสินยกฟ้องตน ซึ่งศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้นไปเมื่อวันที่ 26 ส.ค.2557 และได้มีหนังสือเมื่อวันที่ 13 ม.ค.2559 ที่ผ่านมา สั่งให้คดีในส่วนของจำเลยที่ 3 ถึงที่สุด ทำให้ขณะนี้ตนเป็นผู้บริสุทธิ์ในคดีนี้อย่างแน่นอน

 

ไฮโซปลาวาฬ


  "ในส่วนของคนอื่นๆที่กระทำความผิดจริงก็ถูกศาลตัดสินลงโทษไปแล้ว 5 ราย แต่ผมนั้นศาลยกฟ้อง ผมอยากวิงวอนสังคมให้ความเป็นธรรมด้วย เพราะในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ตกเป็นจำเลยของสังคม กลายเป็นผู้ต้องหารุมทำร้ายร่างกายคนอื่น ทั้งๆที่ไม่ได้ทำ"ดาบสุทธินันท์กล่าว

 


 ดาบสุทธินันท์กล่าวว่า วันนั้นสาเหตุที่ตนเข้าไปที่ผับดังกล่าว ก็เนื่องจากช่วงวันที่เกิดเหตุตนก็ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ โดยปฏิบัติหน้าที่ที่ป้อมสะพานหิน ซึ่งไม่ไกลจากที่เกิดเหตุมากนัก และก่อนที่จะเกิดเหตุทางผู้จัดการร้านได้โทรศัพท์มาแจ้งเรื่องผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ เข้าไปที่ผับดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้นำหมายจับไปแจ้งไว้กับทางผู้จัดการร้านหากพบเห็นบุคคลที่มีหมายจับให้แจ้งด้วย หลังจากรับแจ้งจึงเดินทางเข้าไป


 "ผมก็ไปในชุดนอกเครื่องแบบ โดยไปสังเกตอยู่หน้าร้าน สักพักก็มีคนวิ่งตะโกนออกมาว่ามีการทำร้ายร่างกายกันภายในผับ ผมเป็นตำรวจก็ตั้งใจที่จะเข้าไประงับเหตุและช่วยเหลือคนที่ถูกทำร้าย แต่ก็ตกเป็นผู้ต้องหา ซึ่งหลังจากที่คดีถึงที่สุด ผมต้องการเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับตัวเองและครอบครัว ขณะนี้ได้ทำเรื่องเพื่อฟ้องร้อง ในส่วนของพนักงานสอบสวนในคดี และในส่วนของผู้เสียหายที่ 3 ที่ให้การว่าผมเป็นคนทำร้ายร่างกายผู้เสียหายที่ 1 โดยวันนี้(19มี.ค.) ศาลนัดไต่สวนจึงได้เดินทางมาที่ศาลจังหวัดภูเก็ต"ด.ต.สุทธินันท์ กล่าวในที่สุด