ครบทุกรส สดทุกเรื่อง



จับโจรปลอมเป็นตำรวจ บุกบ้านจับมัดผัวเมีย พยายามล่วงละเมิด พบทำมาแล้ว 3 ครั้ง!
Font Size  

วันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2559 เวลา 10:47 น.

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 25 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.อรรถวินทร์ เกษแก้ว ผกก.สน.จรเข้น้อย พร้อมด้วยพ.ต.ท.พยงค์ เอี่ยมสกุล รอง ผกก.สส.สน.จรเข้น้อย พ.ต.ท.อนุชาทองสว่าง สว.ป.สน.จรเข้น้อย พ.ต.ต.โกวิท ผิวผ่อง สว.สส.สน.จรเข้น้อย ร.ต.อ.ชัดชาย กรอบทอง รอง สวป.สน.จรเขน้อย ร.ต.อ.ทิรัตน์ ฤทธิภักดี ร.ต.ท.สมยศ นาคะ ร.ต.ท.วัชระ ลิ้มเส็ง รอง สว.สส.สน.จรเข้น้อย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.จรเข้น้อย ร่วมกันนำกำลังเข้าจับกุมนายวิเชษ ฐ หรือยุ๊ฟ บางใหญ่ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38/6 ซอยขุมทอง - ลำต้อยติ่ง 1 แขวงขุมทอง เขตลาดกระบัง กทม.  

 

 

พร้อมของกลางยาไอซ์ จำนวน 0.44 กรัม สิ่งเทียมอาวุธปืนพกสั้น แบบออโตเมติก สีเทา จำนวน 1 กระบอก เครื่องวิทยุสื่อสาร ยี่ห้อ โมโตโรล่า รุ่นจีที 668 สีดำ จำนวน 1 เครื่อง กระเป๋าผ้าขนาดเล็ก สีดำ มีสัญลักษณ์ POLICE จำนวน 1 ใบ ชุดฟาร์ติก สีน้ำเงิน มีเครื่องหมาย POLICE จำนวน 1 ชุด รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโคโลร่า สีเทา หมายเลขทะเบียน ฉฐ 5961 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน สายไฟ สีเทา จำนวน 1 เส้น เชือกไนล่อน สีเขียว จำนวน 1 เส้น สายเคเบิ้ลสภาพใช้งานขาดเป็นท่อน  จำนวน 1 เส้น โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ วีโว้ สีดำ จำนวน 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อทรู จำนวน 1 เครื่อง เครื่องเล่นเอ็มพี 3 จำนวน 1 เครื่อง และเงินสด จำนวน 560 บาท โดยสามารถจับกุมตัวได้ภายในบ้านเลขที่ 15 ถ.หลวงแพ่ง แขวงขุมทอง เขตลาดกระบัง กทม. เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 07.30 ของวันที่ 24 มี.ค. ที่ผ่านมา

 

พ.ต.ต.โกวิท กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. ของวันที่ 24 มี.ค. ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า มีบุคคลเป็นเพศชายแสดงอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำการใช้อาวุธปืนข่มขู่และทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย จำนวน 2 ราย ก่อนมัดตัวเจ้าของบ้านไว้กับเสาบ้าน พร้อมทั้งรื้อค้นเอาทรัพย์สินภายในบ้านพักหลังดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงรุดเดินทางไปตรวจสอบเมื่อมาถึงช่วงบริเวณกลางซอยของจุดเกิดเหตุกระทั่งพบชายฉกรรจ์แต่งเครื่องแบบคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีท่าทางมีพิรุธขณะกำลังจะขึ้นรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโคโลร่า สีเทา หมายเลขทะเบียน ฉฐ 5961 กรุงเทพมหานคร อยู่ช่วงทราบชื่อต่อมาคือนายวิเชษฐ จึงแสดงตัวขอเข้าตรวจค้นก่อนพบของกลางทั้งหมดจึงตรวจยึดเพื่อทำการตรวจสอบรายละเอียด

 

พ.ต.ต.โกวิท กล่าวต่อว่า ระหว่างนั้นมีนายสำเริง แซ่ฉั่ว อายุ 51 ปี และ น.ส.แพรวพรรณ พรรณีสะ อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นสามี-ภรรยากัน ได้แสดงตัวเป็นผู้เสียหายก่อนให้การว่า ถูกนายวิเชษฐ บุกรุกเข้าไปภายในบ้านพักจุดเกิดเหตุพร้อมทั้งอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลซึ่งได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้เข้ามาตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมาย ก่อนใช้อาวุธปืนบังคับให้นายสำเริง นอนคว่ำหน้าลงกับพื้นเอามือทั้งสองข้างไพล่หลังแล้วมัดด้วยสายไฟที่คนร้ายเตรียมนำมา จากนั้นลากออกมานอกห้องนอนแล้วใช้เท้าเตะที่หน้าท้องพร้อมทั้งใช้อาวุธปืนตีหัว ก่อนลากตัวมามัดไว้กับเสาไม้กลางบ้านด้วยเชือกไนลอนอีกครั้ง 

 

ขณะนั้นคนร้ายได้ขู่กรรโชกให้ผู้เสียหายนำเงินสดจำนวน 1 หมื่นบาทมาให้ แต่ผู้เสียหายกลับปฏิเสธบอกเพียงว่ามีเงินสดแค่ 400 กว่าบาท ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะด้านหน้าโทรทัศน์ จากนั้นคนร้ายกลับเปลี่ยนใจเดินเข้าไปในตัวบ้านก่อนจับ น.ส.แพรวพรรณ มัดมือไพล่หน้าด้วยสายรัดเคเบิ้ล พร้อมทั้งข่มขู่ว่าห้ามหลบหนีก่อนตัดสินใจขี่รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายออกไปที่รถยนต์ซึ่งจอดทิ้งไว้อยู่บริเวณกลางซอยเพื่อไปเอาบุหรี่

ผู้ต้องหา

 

พ.ต.ต.โกวิท กล่าวอีกว่า ขณะนั้น น.ส.แพรวพรรณ ได้ใช้ความพยายามหยิบกรรไกรที่วางอยู่บริเวณใกล้ตัวก่อนนำมาตัดสายรัดเคเบิ้ลจนขาดพร้อมทั้งรีบวิ่งไปตัดเชือกให้สามีที่ถูกมัดอยู่บริเวณกลางบ้านจนสำเร็จ ก่อนนายสำเริง จะรีบวิ่งหลบหนีออกจากตัวบ้านเพื่อไปแอบดูความเคลื่อนไหวของคนร้ายเมื่อพบเห็นคนร้ายเดินทางกลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมด้วยอาวุธปืนด้วยความกลัวจึงกระโดด้ข้ามฝั่งไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน เพื่อให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ ซึ่งระหว่างนั้นนายวิเชษฐ กลับเดินปรี่เข้าไปหา น.ส.แพรวพรรณ เพื่อประทุษร้ายและพยายามล่วงละเมิด จากนั้นได้ขโมยทรัพย์สินจำนวน 4 รายการ ประกอบด้วยโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อวีโว้ สีดำ จำนวน 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อทรู จำนวน 1 เครื่อง เครื่องเล่นเอ็มพี 3 จำนวน 1 เครื่อง และเงินสดประมาณ 400 กว่าบาท ก่อนหลบหนีไปอย่างรวดเร็วกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมพร้อมของกลางได้ดังกล่าว

 

รายงานข่าวแจ้งว่า นายวิเชษฐ ประกอบอาชีพที่แท้จริงคือเป็นผู้รับจ้างขายไอศกรีมอยู่ย่านลาดกระบัง ซึ่งก่อนหน้าที่เคยลงมือก่อเหตุข่มขู่เอาทรัพย์สินจากเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวมาแล้วรวมจำนวน 3 ครั้ง โดยแต่ละครั้งได้ทรัพย์สินไปไม่มาก ส่วนเจ้าของบ้านไม่ยอมเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตั้งแต่ต้น เนื่องจากคิดว่าผู้ก่อเหตุเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง จนกระทั่งมาในครั้งนี้คนร้ายได้กระทำการเกินกว่าเหตุจนต้องร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบดังกล่าว

 

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา "มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาไอซ์ ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ,มีและใช้ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต, แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานโดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น, ลักทรัพย์โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น หรือเพื่อให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์หรือพาทรัพย์นั้นไปโดยมีและใช้อาวุธปืน, หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น หรือกระทำการด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพ และร่างกาย, กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย และข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น" ก่อนนำต้วพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป