ครบทุกรส สดทุกเรื่อง



สับปะรดไทย : สับปะรดโลก
Font Size  

วันที่ 06 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 เวลา 13:56 น.

เทคโนโลยีการเกษตร / มนตรี กล้าขาย [email protected]

 

สับปะรดไทย : สับปะรดโลก

 

 

สับปะรดผลไม้อุตสาหกรรมและบริโภคผลสดที่สำคัญของประเทศไทย และของคนทั่วโลก เป็นผลไม้ที่ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับผลไม้อื่นๆ อีกทั้งมีผลผลิตออกมาให้ได้กินกันตลอดทั้งปี มีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสับปะรดที่หลากหลาย แต่น่าเสียดายที่คนไทยยังไม่ค่อยทราบข้อมูลด้านคุณประโยชน์ทางโภชนาการมากนัก จากข้อเท็จจริงที่สับปะรดมีคุณค่าทางด้านโภชนาการ ทั้งวิตามิน น้ำตาล สารอาหาร แร่ธาตุ และกรดบรอมมีเลนสารมหัศจรรย์ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายคนอย่างมากมาย แต่คนไทยไม่ค่อยให้ความสนใจบริโภคสับปะรดสดและผลิตภัณฑ์สับปะรดเท่าที่ควร

 

ขณะที่ในภาพรวมผลิตภัณฑ์แปรรูปสับปะรดของไทยนั้นกลับครองส่วนแบ่งในตลาดโลกเป็นอันดับ 1 ด้วยปริมาณการส่งออกผลิตภัณฑ์แปรรูปสับปะรดเป็นมูลค่า 24,000-25,000 ล้านบาท ต่อปี และกลายเป็นเจ้าครองตลาดสับปะรดของโลกมาอย่างยาวนาน

 

ย้อนอดีตกับสับปะรด

 

จากข้อมูลทางวิชาการ สับปะรดไม่ใช่ผลไม้พื้นเมืองของไทย แต่ได้ถูกนำเข้ามาจากต่างประเทศ โดยระหว่างประมาณปี 2223-2243 ซึ่งตรงกับสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พบว่ามีการปลูกสับปะรดในประเทศไทย ประเทศพม่า และแคว้นอัสสัมของอินเดียแล้ว แต่ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้นำสับปะรดเข้ามาในประเทศไทยเป็นครั้งแรกและเมื่อใด สันนิษฐานว่าชาวโปรตุเกตุที่มาติดต่อค้าขายกับประเทศไทยจะเป็นผู้นำสับปะรดเข้ามา ซึ่งช่วงนั้นเป็นพันธุ์อินทรชิต ที่อยู่ในกลุ่ม Spainish และพบว่ามีการปลูกกันทั่วไปจนคล้ายกับว่าเป็นพันธุ์พื้นเมืองของไทยไปเลย

 

สำหรับสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย (Smooth cayenne) ที่เป็นพันธุ์อุตสาหกรรมและผลสดที่มีการปลูกมากที่สุดของประเทศและของโลกนั้น มีการบันทึกไว้ว่า สับปะรดปัตตาเวียถูกนำเข้ามาจากประเทศอินโดนีเซีย และนำมาปลูกแถบจังหวัดชลบุรี ระยอง และตราด เชื่อว่ามีผู้นำพันธุ์มาจากประเทศอินเดีย โดยพบว่ามีการปลูกที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่แน่ใจว่าใครนำมาปลูกก่อน

 

แต่ในบันทึกของโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชาระบุไว้ว่าหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ราวปี 2487 บาทหลวงเทโอฟาน (ชิน บุญยานันท์) แห่งโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา ได้มีการทำไร่สับปะรดเก็บผลสดออกขาย และเชื่อมขายเพื่อนำเงินมาใช้ส่งเสริมการศึกษาของโรงเรียน แล้วมีการขยายพันธุ์ปลูกกันอย่างแพร่หลายในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เป็นที่นิยมกันมาก จนกลายมาเป็น “สับปะรดศรีราชา” อันลือชื่อ เป็นที่ยอมรับกันของคนทั่วประเทศ ปัจจุบันทั้งภาคตะวันตก และภาคตะวันออกของไทย ได้

 

กลายเป็นแหล่งปลูกสับปะรดที่สำคัญของประเทศไทยในอันดับที่ 1 และอันดับที่ 2  โดยเฉพาะภาคตะวันออกนั้น ในวงการสับปะรดได้ยอมรับว่าเป็นแหล่งผลิตสับปะรดคุณภาพดีที่สุดของประเทศไทย

 

สับปะรดกับระบบเศรษฐกิจไทย

 

 

จากการพัฒนางานด้านการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสับปะรดของประเทศไทยนั้น ต้องยอมรับว่า กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานสำคัญที่มีบทบาทมากในการส่งเสริมให้เกษตรกรมีการผลิตสับปะรด โดยมีการจัดทำโครงการส่งเสริมรูปแบบต่างๆ ทั้งการฝึกอบรมถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกร จัดทำตำรา คู่มือ คำแนะนำ การจัดงานประชุมสัมมนา รณรงค์ แปลงส่งเสริม ทดสอบ สาธิต รวมทั้งด้านการแปรรูปสับปะรดเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในระดับกลุ่มแม่บ้าน กลุ่มส่งเสริมอาชีพและกลุ่มวิสาหกิจชุมชน

 

ทั้งยังร่วมพัฒนาการจัดระบบส่งเสริมแบบสัญญาข้อตกลงล่วงหน้า (Contract Farming) โดยร่วมงานกับภาคโรงงานแปรรูปสับปะรด และจัดกลุ่มชาวไร่สับปะรดให้ร่วมทำสัญญาซื้อขายผลผลิตร่วมกัน ซึ่งปัจจุบันจากข้อมูลการขึ้นทะเบียนผู้ปลูกสับปะรด พบว่า ในปี 2552 มีเกษตรกรที่ปลูกสับปะรดทั่วประเทศรวม 38,000 ราย เป็นพื้นที่ปลูกประมาณ 650,000 ไร่ พื้นที่เก็บเกี่ยว 567,000 ไร่ ให้ผลผลิตรวม 1.89 ล้านตัน มูลค่าการส่งออก 25,752 ล้านบาท

 

 

ปริมาณและมูลค่าการส่งออก

 

ด้านการส่งออกผลิตภัณฑ์สับปะรดของประเทศไทย หากเริ่มนับตั้งแต่ปี 2514-2515ที่เริ่มส่งออกนั้น มูลค่าเพียง 15-20 ล้านบาทเท่านั้น พอปี 2520 การส่งออกผลิตภัณฑ์สับปะรดทุกชนิดเพิ่มเป็น 96,699 ตัน มูลค่า 965.54 ล้านบาท ประกอบด้วย สับปะรดกระป๋อง น้ำสับปะรด สับปะรดแช่แข็ง สับปะรดแห้ง (กวน) และสับปะรดผลสด จากนั้นได้มีการขยายการผลิตและส่งออกสับปะรดไปต่างประเทศเพิ่มขึ้นมาตลอด เป็นแบบ sunrise business หรือพูดง่ายๆ คือ เป็นการเติบโตแบบ one way คือเติบโตทั้งด้านการผลิตและตลาดแบบต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลไม้ชนิดเดียวของประเทศไทยที่มีรูปแบบการเติบโตทางธุรกิจแบบนี้ หากจะดูข้อมูลการส่งออกสับปะรดในทุก 10 ปี พบว่า

 

ปี 2530 ส่งออกสับปะรดทุกชนิด รวม 288,000 ตัน มูลค่า 4,479 ล้านบาท

 

ปี 2541 ส่งออกสับปะรดทุกชนิด รวม 318,035  ตัน มูลค่า 10,479 ล้านบาท

 

ปี 2551 ส่งออกสับปะรดทุกชนิด รวม  794,267 ตัน มูลค่า 25,752.44 ล้านบาท

 

การส่งออกสับปะรดประกอบด้วย สับปะรดผลสด สับปะรดแช่แข็ง สับปะรดกระป๋อง น้ำสับปะรดเข้มข้น สับปะรดกวน  สับปะรดผลสดและผลิตภัณท์สับปะรดอื่นๆ 

 

           

 

หากพิจารณาในระบบการผลิตสับปะรดตั้งแต่ต้นทาง คือ จากเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด ส่งผ่านผู้รวบรวม พ่อค้า จนถึงโรงงานแปรรูป ซึ่งเป็นระบบห่วงโซ่อุปทานสับปะรด (Supply chain) แล้วจะพบว่า มีผู้คนที่เกี่ยวข้องกับวงการสับปะรดไม่ต่ำกว่า 500,000 คน เป็นพืชที่ช่วยสร้างระบบเศรษฐกิจที่ใหญ่มากพืชหนึ่ง ที่สำคัญสับปะรดเป็นพืชคู่คนไทยมายาวนาน เป็นผลไม้ที่ให้สารอาหารทางโภชนาการที่มีคุณค่าโภชนาการสูงมาก จะมากกว่าผลไม้และน้ำผลไม้อื่นๆ ที่สั่งเข้ามาอีกหลายชนิด ที่มักจะใช้การโหมโฆษณากันทั้งระบบขายตรงทางสื่อวิทยุและโทรทัศน์ เป็นการให้ข้อมูลแบบโฆษณาชวนเชื่อ (propaganda) มากกว่า แต่ขาดผลการพิสูจน์สรรคุณจากวงการแพทย์

 

ขณะที่สับปะรดนั้นมีการพิสูจน์จากวงการแพทย์แล้วว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายมากโดยเฉพาะกรดบรอมมีเลน ดังนั้น หากมีการประชาสัมพันธ์และนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง จะช่วยให้คนไทยฉลาด รอบรู้ และหันมาบริโภคสับปะรดกันมากขึ้น ช่วยสร้างสุขภาพที่ดี เป็นการกระจายรายได้สู่เกษตรกรผู้ผลิตสับปะรด และผู้ที่เกี่ยวข้องได้อีกระดับหนึ่ง ที่สำคัญจะช่วยประหยัดเงินตราและช่วยลดการขาดดุลการค้าจากการนำเข้าผลไม้และน้ำผลไม้จากต่างประเทศได้อีกส่วนหนึ่ง

 

ประเทศผู้ผลิตสับปะรดของโลก

 

 

ที่นี้มาดูข้อมูลสับปะรดของโลกกันนะครับว่าสับปะรดของไทยนั้นเป็นอย่างไรเทียบกับประเทศอื่นๆ จากข้อมูลการส่งออก แม้ว่าเราจะเป็นผู้ครองตลาดสับปะรด แต่ความจริงแล้วประเทศไทยไม่ใช่ประเทศที่ปลูกสับปะรดและมีผลผลิตสับปะรดมากที่สุดของโลก กลับเป็นประเทศบราซิลที่มีผลผลิตสับปะรดมากที่สุดของโลก ข้อมูลปี 2551 มีผลผลิตปีละประมาณ 2.4 ล้านตัน หรือคิดเป็น 12.9 ของผลผลิตโลก

 

ขณะที่ไทยและฟิลิปปินส์มีผลผลิต 2,278,166 ตัน ร้อยละ 11.82 และ 2,209,226 ตัน หรือร้อยละ 11.46 ตามลำดับ แต่ที่ว่าสับปะรดไทยเป็นสับปะรดของโลกนั้น ก็เพราะเราเป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์สับปะรดมากที่สุดของโลก โดยมีส่วนแบ่งการตลาด คิดเป็นร้อยละ 35-40 ด้วยปริมาณการส่งออกผลิตภัณฑ์สับปะรด 65,000-750,000 ตัน/ปี มีมูลค่าส่งออก 24,000-25,000 ล้านบาท/ปี ครองส่วนแบ่งตลาดสับปะรดของโลกมายาวนานกว่า 10 ปี จากข้อมูลในตาราง คงจะช่วยให้ผู้อ่านได้ทราบสถานการณ์สับปะรดของไทยได้บ้างพอสมควร เป็นการยืนยันได้ว่าสับปะรดของไทยนั้น เป็นสับปะรดของโลกไปแล้วจริงๆ

 

                              

ประเทศที่ผลิตสับปะรดมากที่สุด 5 อันดับของโลก

 

อันดับ

ประเทศ

ผลผลิต(ตัน)

ร้อยละ

1.

บราซิล

2,491,974

12.93

2.

ไทย

2,278,566

11.82

3.

ฟิลิปปินส์

2,209,336

11.46

4.

คอสตาริก้า

1,678,125

8.70

5.

จีน

1,402,060

7.27

ที่มา : FAOSTAT data, 2008

 

จากข้อเขียนที่ได้นำเสนอครั้งนี้ เป็นเพียงข้อมูลบางส่วน และได้สะท้อนมุมมองของผู้เขียน ที่อยากเห็นวงการสับปะรดไทย ก้าวหน้าต่อไปบนพื้นฐานเชิงระบบ ที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องให้ความสำคัญกับบทบาทและหน้าที่ของตัวเอง ควรให้ความร่วมมือในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา สับปะรดแบบบูรณาการ มีการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมที่ยอมรับกันได้ ในส่วนของกรมส่งเสริมการเกษตร ได้กำหนดแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสับปะรดไว้เป็นเครื่องมือดำเนินการ ภายใต้ยุทธศาสตร์สับปะรดปี 2553-2557 โดยได้สร้างและพัฒนาระบบความร่วมมือกับเกษตรกรและภาคโรงงานแปรรูปไว้แล้ว สำหรับความคืบหน้าในการดำเนินการและผลสรุปจะเป็นอย่างไร ผู้เขียนจะได้นำเสนอแบบต่อเนื่องในโอกาสต่อไป