ครบทุกรส สดทุกเรื่อง



เผยวินาทีม.3ถูกยิง โจ๋ขี่จยย.มามองหน้าก่อนขับรถไล่ตาม พ่อร่ำไห้เชิญวิญญาณลูกชายกลับบ้าน
Font Size  

วันที่ 09 มิถุนายน พ.ศ. 2559 เวลา 14:47 น.

 

จากกรณีคนร้ายจำนวน 3 คน สวมเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ และสวมหมวกกันน็อคแบบเต็บใบสีดำทั้ง 3 คน แต่งกายคล้ายนักเรียนอาชีวะ ขับขี่รถจักรยานยนต์ก่อเหตุใช้อาวุธปืน นายเอ (นามสมติ) อายุ 15 ปี อดีตเด็กนักเรียน ม.3 ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง เข้าที่บริเวณศีรษะ 1 นัด เสียชีวิต ขณะเดินทางกลับบ้านกับเพื่อนหลังจากไปหาเงินพิเศษช่วยครอบครัว บริเวณจุดกลับรถถนนสุวินทวงศ์ สี่แยกมีนบุรี แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่คาดคนร้ายอาจจะเข้าใจผิด คิดว่าเป็นเด็กนักเรียนคู่อริต่างสถาบัน ออกไล่ล่ายิงนักเรียนคู่อริเพื่อเก็บแต้มและแสดงศักยภาพ

 


 ความคืบหน้า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 มิ.ย. ที่สน.มีนบุรี พ.ต.ท.สุรพล ก้อมน้อย รอง ผกก.สส.สน.มีนบุรี กล่าวว่า เรื่องดังกล่าว ทางผบก.น.3 ไม่ได้นิ่งนอนใจเรียประชุดฝ่ายสืบสวน ทั้ง กก.สส.บก.น.3 และฝ่ายสืบสวนมีนบุรี พร้อมทั้งสั่งการให้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด ทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ ทั้งนี้จากการลงพื้นที่สอบสวนทราบว่า กลุ่มคนร้ายมีทั้งหมด 5 คน ใช้รถจักรยานยนต์ 2 คันโดยก่อนเกิดเหตุกลุ่มคนร้ายได้ขี่รถมาตามเส้นทางมีนบุรี จนถึงแยกก่อนจะมองเห็นรถผู้ตาย จอดติดไฟแดงอยู่ กลุ่มคนร้ายจึงเลี้ยวขวาไปจอดดักหน้า เมื่อรถของผู้ตายขี่ผ่านมา กลุ่มคนร้ายจึงใช้อาวุธปืน ยิงเข้าใส่รถผู้ตายทันที ทำให้รถของผู้ตายเสียหลักล้มลงบริเวณ เลนขวาสุดจากนั้นกลุ่มผู้ตายก็ขับหลบหนีไปบริเวณมุ่งหน้าสุวินทวงศ์


 จากการสอบถามนายบี (นามสมมติ) อายุ 15 ปีเพื่อนผู้ตายที่นั่งรถในวันเกิดเหตุ เผยวินาทีชีวิตว่า ก่อนเกิดเหตุตนขับรถออกจากที่ทำงาน ย่านลาดพร้าว 18.00 น. เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุบริเวณถนนสุวินทวงศ์ ขาออก มุ่งเข้าบ้านพักซอยหทัยราษฏร์ 33 ระหว่างติดไฟแดงบริเวณแยกมีนบุรี ตนสังเกตเห็นคนร้ายนั่งซ้อน 3 หนึ่งในนั้นเปิดหมวกและมองหน้าตนและผู้ตาย ซึ่งจอดรถบริเวณฟุตบาท ใกล้กับป้อมตำรวจบริเวณแยก มีนบุรี จากนั้นตนพูดกับผู้ตายว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุนั้นมองหน้าพวกตน จากนั้นผู้ตายก็บอกว่า "ไม่มีอะไรหลอกเราไม่ได้ทำอะไรให้ใคร มันไม่อะไรหรอก เราไม่ได้ไปหาเรื่องใคร" จากนั้นตนก็ขับรถ ระหว่างที่ไฟเขียวตนก็ได้ขับรถผ่านกลุ่มผู้ก่อเหตุ จากนั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุก็ขับรถไล่ ก่อนใช้ปืนปากกายิงใส่ผู้ตายเข้าศีรษะจนเสียชีวิต


 ด้านบิดาของนายเอ อายุ 39 ปี เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า รู้สึกเสียใจที่ลูกชายเสียชีวิต ลูกชายเป็นเด็กดีช่วยเหลือพ่อแม่ทำงาน ถามว่าแค้นไหม ก็ยอมรับว่าแค้น แต่ต้องปล่อยให้เป็นขบวนการของกฎหมาย อยากให้ตำรวจจับตัวคนร้ายให้ได้ จากนั้นคุณพ่อและครอบครัว นำภาพถ่ายผู้ตายพร้อมนิมนต์พระมาอันเชิญดวงวิญญาณคนตาย ที่บริเวณจุดเกิดเหตุ แยกมีนบุรีให้น้องกลับมาบ้านตามความเชื่อ


 จากการสอบถาม น.ส.ปณิชา อายุ 36 ปี น้าสาวของนายเอ กล่าวด้วยน้ำตาว่า ตนอยากฝากถึงคนร้ายว่าเหตุใดถึงต้องน้องด้วยทำไมไม่คุยกันดีๆ ซึ่งตนไม่นึกเลยว่าจะเกิดเหตุดังกล่าวกับทางครอบครัวของตน และรู้สึกใจหายน้องเอเรียนจบแค่ชั้น ม.3 ก่อนที่จะลาออกจากโรงเรียน เพื่อช่วยครอบครัวหารายได้เข้าบ้าน โดยน้องไปทำงานอยู่ที่โรงพิมพ์แห่งหนึ่ง ย่านลาดพร้าวเพียงแค่ 2 เดือน ตกเดือนละ 9,000 บาท ก่อนจะมาถูกยิงเสียชีวิตดังกล่าว


 น.ส.ปณิชา กล่าวอีกว่า ทางบ้านของน้องเอ อาศัยอยู่ 4 คน โดยมีพ่อแม่ น้องเอ และน้องสาวที่กำลังเรียนอยู่ชั้นประถม มีฐานะยากจน ส่วนพ่อแม่ของน้องทั้งสองเป็นแค่พนักงานรักษาความปลอดภัย ทำหน้าที่โบกรถ ให้ห้างเดอะมอลล์บางกะปิ เงินเดือนแค่เดือนละหมื่นกว่าบาทเท่านั้น


 ทั้งนี้ ก็อยากฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยติดตามต้วมาให้รับโทษอย่างเร่งด่วนที่สุด เพื่อจะได้ไม่ไปก่อเหตุใครซ้ำอีก หลังจากนี้ศพของน้องทางเจ้าหน้าที่ได้นำศพไปที่นิติเวช รพ.ตำรวจ ก่อนทางญาติจะไปรับศพไปสวนบำเพ็ญกุศล ที่วัดป่าน้ำชุนพัฒนา ต.น้ำชุน อ.หล่มสัก จ.เพรชบูรณ์ และจะเผาในวันที่ 11 มิ.ย. นี้