ครบทุกรส สดทุกเรื่อง



จาร์เค็นพร้อมแต่งตัวเข้าตลาดหุ้น ปี’61 ทุ่มงบกว่า 40 ล้าน เปิดตัว FunBox รุกธุรกิจรีเทลไลฟ์สไตล์
Font Size  

วันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2559 เวลา 15:40 น.


นายกุลเดช สินธวณรงค์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท จาร์เค็น จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการวางรากฐานกำหนดนโยบายและควบคุมดูแลให้เป็นไปตามทิศทางของธุรกิจองค์กรอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน ที่มีแผนจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในปี 2561 แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้


สำหรับแผนการดำเนินงานของบริษัทฯ ในครึ่งปีหลัง 2559 จะเน้นตลาดดีไซน์รีเทล แฟชั่น โปรดักซ์ และการสร้างแบรนด์ ซึ่งการขยายการลงทุนในปีนี้บริษัทฯ ยังคงเน้นสร้างพันธมิตรทั้งในและนอกประเทศที่แข็งแกร่ง ในแผนการตลาดที่แตกต่างแต่อยู่ร่วมกัน แลกเปลี่ยนสิ่งที่มีเหมือนกัน เข้าสู่ Design Business ทุกรูปแบบอย่างเต็มตัวทั้งสินค้าและบริการงานออกแบบ เน้นงานดีไซน์คุณภาพสูงเข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งคงไม่มีการลงทุนเพิ่มเติม นอกจากการตอกย้ำตลาดใหม่ที่กำลังจะดำเนินการ ซึ่งได้ศึกษาโครงสร้างของดีไซน์รีเทลมาหลายปีแล้ว


ล่าสุดบริษัทฯ ทุ่มงบประมาณ 40 ล้านบาท ในการขยายไลน์ธุรกิจไลฟ์สไตล์ด้วยโปรเจ็กต์ FunBox ที่รวมเอาหลากหลายแบรนด์ภายใต้กลุ่มบริษัท จาร์เค็น ทั้งบริษัทออกแบบ โรงเรียนสอนดีไซน์ และเอเจนซี่ มารวมกันบนพื้นที่อาคาร 4 ชั้น (Boxy space) แบ่งพื้นที่ภายในเป็น 4 ชั้น ให้เป็นพื้นที่สำหรับสร้างสรรค์แนวคิดไอเดียให้กับ 20 นักคิด ได้ทำงานในพื้นที่ที่ออกแบบให้มีความสะดวกสบายมากขึ้น ให้แรงบันดาลใจในการทำงานด้วยสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยผลงานทางด้านความคิดสร้างสรรค์ ให้มีความคิด จินตนาการที่โลดแล่น เป็นการรวมเอาบริษัท (แบรนด์) ต่างๆ มาไว้เป็นหนึ่งเดียว โดยอาคารดังกล่าวเป็นสถานที่แห่งการเรียนรู้เรื่องงานดีไซน์ ความคิดสร้างสรรค์ผ่านสภาพแวดล้อมรอบๆ ที่มีเป็นสถานที่ที่นักออกแบบ ศิลปิน หรือบุคคลทั่วไปได้มาสนุก และสัมผัสงานดีไซน์ร่วมกันบนทัศนียภาพที่เจิดจรัสของกรุงเทพฯ


นอกจากนี้ จะรุกตลาดผ่านช่องทางมีเดียมากขึ้น ด้วยการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่มีฐานลูกค้าและแผนการตลาดที่แตกต่างจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตามในปี 2559 นี้บริษัทฯ ตั้งเป้าอัตราการเติบโตไว้เพียง 5% เนื่องจากเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง รายได้คงยังคงที่ 400-450 ล้านบาท แต่ในอนาคตอีก2 ปี คาดว่าธุรกิจสายรีเทล ไลฟ์สไตล์จะเป็นตัวแปรในการรุกตลาดของบริษัทและเพิ่มสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้น 20-25% หรือประมาณ 100 ล้านบาท