ครบทุกรส สดทุกเรื่อง



บุกจับ‘ดำ คลองกลาย’ค้นของกลางยังไงก็ไม่เจอ สาบานหน้าหลวงปู่ทวด-อึ้งเจอ
Font Size  

วันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 เวลา 09:14 น.

 ฉก.ศรีวิชัย บุกจับ “ดำ คลองกลาย” ผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ ได้ทั้งยาบ้าและยาไอซ์อื้อ อึ้งขณะตรวจค้นไม่เจอของกลาง จับผู้ต้องหาสาบานกับหลวงปู่ทวดว่า “ถ้ามีของในบ้านขอให้ค้นเจอ” ในที่สุดค้นเจอซ่อนอยู่ที่ชายคาบ้าน “ดำ คลองกลาย” ถึงกับตะลึงคำสาบาน บอกไม่อยากเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง สุดท้ายยอมสารภาพผิด

 

 เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 28 ก.ค. นายอำพล สังข์ทอง หัวหน้าชุดเฉพาะกิจศรีวิชัย (ฉก.ศรีวิชัย) ของผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช สืบทราบมาว่า นายศะตินันท์ ศรีมัง หรือ ชูวิทย์ หรือ “ดำ คลองกลาย” อายุ 52 ปี อยู่ ม.5 ต.กลาย อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เป็นผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามพฤติกรรมมานานแล้ว แต่ไม่สามารถจับกุมตัวได้

 

 

 ต่อมาจึงให้สายลับเข้าทำการตรวจสอบที่บ้านดังกล่าว พบว่าเปิดเป็นร้านขายของชำเพื่อบังหน้า และสายลับได้พบอุปกรณ์เสพยาไอซ์ตั้งอยู่บนโต๊ะวางของภายในร้าน จึงมั่นใจว่าที่บ้านดังกล่าวได้ซุกซ่อนยาเสพติดไว้อย่างแน่นอน เจ้าหน้าที่ชุด ฉก.ศรีวิชัย จึงนำกำลังเข้าทำการตรวจค้น โดยแสดงบัตรพนักงาน ปปส.ให้เจ้าของบ้านได้ดู ก่อนจะค้นบ้านอย่างละเอียด และใช้เวลาในการตรวจค้นนานมาก แต่ก็ไม่พบ

 

 

 จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวเจ้าของบ้านคือ นายศะตินันท์ ให้ไปสาบานต่อหน้าหลวงปู่ทวดว่า “ถ้ามีของอยู่ในบ้าน ขอให้เจ้าหน้าที่ค้นเจอ” หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าหน้าที่ก็พบของกลางทั้งยาบ้าและยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ที่ชายคาบ้าน ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่แกะดู พบทั้งยาบ้าจำนวน 200 เม็ด และและยาไอซ์จำนวน 9 ถุง น้ำหนัก 117.84 กรัม รวมทั้งอุปกรณ์เสพอีก 1 ชุด เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมตัวนายศะตินันท์ มาทำการสอบสวน

 

 

 ตอนแรกนั้น นายศะตินันท์ หรือ “ดำ คลองกลาย” ไม่ยอมรับสารภาพ แต่หลังจากให้สาบานต่อหน้าหลวงปู่ทวดแล้ว ตรวจค้นพบของกลางดังกล่าวแล้ว จึงเสียงอ่อย ยอมรับว่า ของกลางทั้งหมดเป็นของตนเอง บางส่วนมีคนนำมาฝากขาย ซึ่งไม่อยากเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง เนื่องจากหลังสาบานกับหลวงปู่ทวดแล้ว เจ้าหน้าที่ก็เจอของกลางทั้งหมด ทั้งๆ ก่อนหน้านั้น หาเท่าไรก็ไม่พบ กระทั่งโดนจับกุมในที่สุด

 

 

 ส่วนของกลางทั้งหมดรับมาจากเอเย่นต์คนหนึ่ง นำมาจำหน่ายให้กับคนในพื้นที่มานานแล้ว ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนอยู่นั้น ได้มีผู้หญิงคนหนึ่งโทรศัพท์มาทวงค่ายาเสพติดจากนายศะตินันท์ ว่า เงินที่ค่ายาเสพติดที่ค้างอยู่กว่า 1 แสนบาท เมื่อไหร่จะโอนให้ ซึ่งโทรมา 2-3 ครั้ง แต่นายศะตินันท์ บอกว่า “ค่อยคุยกัน” แล้วรีบปิดโทรศัพท์ทันที ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการต่อไป

 

 สำหรับนายศะตินันท์ ผู้ต้องหารายนี้เคยถูกจับกุมดำเนินคดียาบ้ามาแล้วครั้งหนึ่ง และศาลชั้นต้นกับศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 8 ปี แต่ในชั้นศาลฎีกายกฟ้อง จึงพ้นโทษออกมาแล้วมีพฤติกรรมค้ายาเสพติดจนเป็นที่กล่าวขานกันทั่วไป ต่อมานายอำพล สังข์ทอง หน.ชุด ฉก.ศรีวิชัย ได้ส่งสายเข้าตรวจ พบว่าค้ายาเสพติดจริง จึงเข้าทำการจับกุมตัวได้ พร้อมของกลางจำนวนมากดังกล่าว จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าศาลา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป