ครบทุกรส สดทุกเรื่อง



วิจารณ์สนั่นสึก"พระจิ๋ว"กลางพรรษา ตามพระวินัยแล้วบวชได้หรือไม่!?
Font Size  

วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2559 เวลา 21:22 น.

 

  วันที่ 18 ส.ค. 59 ในโลกออนลน์ มีการแชร์ภาพ ข่าวภิกษุจิ๋ว พระสงฆ์ที่มีรูปร่างเล็กที่สุดในประเทศไทย หรืออาจจะที่สุดในโลก ถูกคำสั่งจากพระผู้ใหญ่ใน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ให้ทำการสึกรูปดังกล่าวอย่างสายฟ้าแลบกลางพรรษา เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเรื่องราวดังกล่าว กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารกันสนั่นทั้งในโลกออนไลน์และสื่อต่างๆ

 

 

 

 

 

 

  จากกระแสข่าวที่เกิดขึ้น ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปที่ วัดผาสุก ม.11 ต.ปะตง อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ภายหลังจากตรวจสอบทราบว่า ภิกษุจิ๋ว หรือ พระเสริมศักดิ์ ธรรมะสโร อายุ 21 ปี ที่ชาวบ้านในพื้นที่รู้จักกันดีในนาม พระตี๋ ไม้สูงเนิน หรือ นายเสริมศักดิ์ ไม้สูงเนิน หรือ "ตี๋ ท่อโต" ซึ่งฉายาจากเพื่อนๆในหมู่บ้านตั้งให้ เคยตกเป็นข่าวดังในสื่อต่างๆเมื่อช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา ด้วยความที่เป็นคนที่มีร่างกายผิดปกติ มีส่วนสูงเพียง 99 ซ.ม. น้ำหนักเพียง 15 กก. สัดส่วนความสูงร่างกาย เท่ากับเด็กอายุ 5-6 ขวบ

 

 

 

 

  พระคล้าย เทวะธรรมโม เจ้าอาวาสวัดผาสุกได้บอกว่า พระตี๋ ลาสิกขาไปแล้วเมื่อวันที่ 16 ส.ค.  ที่ผ่านมา โดยมีพระเลขาของเจ้าอาวาสวัดทับช้าง อ.สอยดาว เป็นผู้ลาสิกขาให้ โดยให้เหตุผลว่าเนื่องจากเป็นคำสั่งของพระผู้ใหญ่ใน อ.สอยดาว ตัวเจ้าอาวาสเองเป็นพระผู้น้อย ไม่สามารถขัดคำสั่งได้ ทั้งนี้ รู้สึกเสียดายและเศร้าใจ ที่บวรพระพุทธศาสนา ต้องขาดพระดีๆไปอีกรูป

 

 

 

 

 โดยพระตี๋ หรือ นายเสริมศักดิ์ ไม้สูงเนิน เดิมทีได้เข้าพิธีบรรพชาอุปสมบทที่ วัดทับช้าง ต.ทับช้าง อ.สอยดาว จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 10 ก.ค. เพื่อทดแทนพระคุณ นางแพง ไม้สูงเนิน มารดา โดยมีความตั้งใจว่าจะบวชให้แม่อย่างน้อย 1 พรรษา ซึ่งหลังจากบวชได้เพียงกว่า 1 สัปดาห์ นางแพง มารดาของพระตี๋ ได้เสียชีวิตลงอย่างกะทันหันด้วยอาการเจ็บป่วย จากนั้นจึงได้ย้ายมาอยู่วัดผาสุก เพื่อจำพรรษา แต่แล้วได้มีคำสั่งจากพระผู้ใหญ่ใน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ให้ทำการสึก พระตี๋ อย่างปัจจุบันทันด่วน เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ซึ่งอยู่ในช่วงกลางของการจำพรรษา หลังจาก พระตี๋ บวชได้เพียง 1 เดือนเศษ

 

 

 โดยพระผู้ใหญ่ ได้ให้เหตุผลอ้างอิงตามพระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าได้บัญญัติไว้ว่า จะไม่บรรพชาให้กับผู้ที่เตี้ยเกินไป ถ้าพระอุปัชฌาย์องค์ใดบวชให้ จะผิดพระธรรมวินัยปรับเป็นอาบัติ แต่ถ้าบวชไปแล้วปฏิบัติธรรมได้ ถือเป็นพระได้ แต่ในส่วนของความผิดจะตกกับพระอุปัชฌาย์ อย่างไรก็ตาม พระตี๋ ก็ถือว่าได้บวชเป็นพระตามที่ตั้งใจที่บวชให้พ่อแม่แล้ว แม้จะจะเป็นเวลาแค่เพียงหนึ่งเดือน ไม่ครบพรรษา แต่ถ้าหากมีความตั้งใจจะบวชให้ครบพรรษาก็แนะนำให้ บวชเป็นเณรได้ยึดถือศีล 8 ก็จะทำให้ไม่ขัดต่อ พระธรรมวินัยพระพุทธเจ้า และยังเกิดความศรัทธาเลื่อมใส แก่ชาวพุทธ โดยไม่ต้องมีข้อครหา

 

 

  ทั้งนี้ นายเสริมศักดิ์ ไม้สูงเนิน หลังจากลาสิกขา ได้กลับมาอยู่ที่บ้านใช้ชีวิตตามปกติ และยังคงเดินทางไปทำบุญที่วัดเกาะผาสุก ทุกวันพระ โดยส่วนตัวตอนนี้สภาพจิตใจดีขึ้น โดยได้รับการให้กำลังใจจากสมาชิกในครอบครัว เพื่อนๆ ชาวบ้านในชุมชน ตลอดจนชาวโซเชียล  อย่างไรก็ตามยังคงรู้เสียดาย ที่ไม่ได้บวชจนครบพรรษาตามที่ตั้งใจไว้  หากพระผู้ใหญ่ท่านให้โอกาส ก็อยากจะกลับไปบวชเป็นพระ ศึกษาพระธรรม ปฏิบัติกิจสงฆ์ครบถ้วนจนครบพรรษาอีกครั้ง

 

 ล่าสุด นายเสริมศักดิ์ยังโพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ระบุอยากให้เรื่องทุกอย่างยุติเพื่อไม่ให้กระทบต่อพระพุทธศาสนา ระบุว่า

 

   ตามที่เรื่องราวของผมเป็นข่าวใหญ่โตมากในช่วง2-3 วันที่ผ่านมา ซึ่งได้มีสำนักข่าว รวมทั้งรายการโทรทัศน์มากมายในประเทศที่ให้ความสนใจในกรณีของผม ผมขอขอบคุณทุกคนที่ให้ความสนใจและเป็นกำลังใจให้ผมมาโดยตลอด  #‎ผมขอให้เรื่องราวทุกอย่างยุติลง‬ ณ บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อพระพุทธศาสนาและฝ่ายต่างๆ
แม้ว่าผมจะออกมาจากเพศบรรพชิตแล้วแต่ยังคงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาและจะปฏิบัติตามคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต่อไป และขอให้ผลบุญที่ผมได้ปฏิบัติมาตลอดในช่วงเป็นบรรพชิตจงสำเร็จแก่บิดา มารดาตลอดจนทุกท่านครับ

 

 


 

 

 

 จากการสอบถามไปยัง รศ.ดนัย ปรีชาเพิ่มประสิทธิ์  ประธานโครงการปริญญาโท สาขาวิชาพุทธศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวเกี่ยวกับกรณีนี้ว่า ตามพระธรรมวินัยบัญญัติไว้จริงว่าไม่ให้คนแคระบวช เพราะพระพุทธเจ้าห้ามผู้มีความพิการหรือเป็นโรคติดต่อบวช โดยมีที่มาจากการป้องกันผู้ที่มาบวชเพราะต้องการมารักษา