ครบทุกรส สดทุกเรื่อง



เปลี่ยน"ขยะ"เป็นไฟฟ้า นวัตกรรมพลังงานทางเลือก
Font Size  

วันที่ 04 มีนาคม พ.ศ. 2557 เวลา 01:11 น.
พงษ์ผกา ภวภูตานนท์ฯ - รายงาน


"พลังงานทางเลือก" เป็นกระแสที่หลายๆ ประเทศทั่วโลกต่างปรับตัว กำหนดเข็มทิศให้มุ่งไปถึงโดยเร็ว

ล่าสุด บริษัท เวสต์ทูทริซิตี้ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด ก็เปิดแถลงข่าวนำเสนอเทคโนโลยีพลังงานในรูปแบบของ "การผลิตไฟฟ้าทางเลือกจากขยะแปรรูป" 

เป้าหมายมุ่งมั่นเข้ามารุกตลาดไทยและอาเซียน ก้าวสู่ความเป็นผู้นำตลาดการผลิตไฟฟ้าทางเลือกจากขยะแปรรูป 

มีแผนให้บริการพัฒนาและลงทุนโครงการจัดการขยะชุมชนตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ จากการคัดแยกแปรรูปขยะชุมชนเป็นเชื้อเพลิงผลิตพลังงานไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีไฮเทค "พลาสมาก๊าซซิฟิเคชั่น" ที่สะอาด ทันสมัย ปล่อยคาร์บอนต่ำ ซึ่งจะมีการใช้อย่างแพร่หลายในอนาคต (Viral-technology) 


สําหรับเทคโนโลยี "พลาสมาก๊าซซิฟิเคชั่น" คือการหลอมขยะด้วยพลาสมาความร้อนสูงเพื่อเปลี่ยนเป็นก๊าซ ผ่านกระบวน การทำความสะอาดและผ่านกังหันก๊าซหรือเครื่องยนต์สันดาปภายใน (internal combustion engine/ gas turbine) เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนสู่ระบบสายส่งในประเทศไทยภายในปีพ.ศ.2559 ซึ่งเป็นการผลิตกระแสไฟฟ้าที่ปลดปล่อยคาร์บอนต่ำ เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม และเป็นธุรกิจสีเขียวเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

"เพียงขวัญ ธรรมัครกุล" กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เวสต์ ทูทริซิตี้ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า 

เวสต์ทูทริซิตี้มีส่วนร่วมในโครงการ "ทีส์ วัลเลย์" (Tees Valley) ที่ประเทศอังกฤษ ตั้งแต่เริ่มต้นในการเปลี่ยนขยะชุมชนจำนวน 350,000 ตันต่อปีเป็นกระแสไฟฟ้าจำนวนกว่า 50 เมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh) ต่อปี โดยใช้ระบบพลาสมาก๊าซซิฟิเคชั่น และเครื่องยนต์สันดาปภายใน ซึ่งสามารถรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าได้ถึง 50,000 ครัวเรือน 

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตอันใกล้นี้ทางบริษัทคาดว่าจะนำเซลล์เชื้อเพลิงอัลคาไลน์ของ "เอเอฟซี เอเนอจี" มาใช้แทนกังหันก๊าซ หรือเครื่องยนต์สันดาปภายใน เพื่อให้การผลิตไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิงนี้เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสูงกว่าถึงร้อยละ 40 จากวัตถุดิบในจำนวนเท่ากัน ซึ่งโรงงานในประเทศไทยก็จะมีขนาดเท่ากับโครงการทีส์ วัลเลย์ 

ในส่วนจองแผนการลงทุน เพียงขวัญระบุว่า ค่อนข้างมีความยืดหยุ่นในด้านอัตราส่วนระหว่างเงินลงทุนจากผู้ถือหุ้นและการจัดหาเงินทุนผ่านสถาบันการเงิน 

แต่ละโครงการใช้งบประมาณก่อสร้างระหว่าง 150-350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (5 พันล้านบาท-11,400 ล้านบาท) ขึ้นอยู่กับปริมาณเชื้อเพลิงขยะที่มีและกำลังผลิตไฟฟ้าที่ต้องการ 

"ไทย" เป็นประเทศที่น่าลงทุนในธุรกิจพลังงานทางเลือก ทั้งจากการผลักดันแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกของรัฐบาล มาตรการสนับสนุนส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (adder) และมาตรการสนับสนุนด้านภาษีจากบีโอไอ รวมไปถึงการรับซื้อไฟฟ้า ที่แน่นอนจาก กฟผ. 

ในขณะที่ความต้องการใช้พลังงานของประเทศที่มีเพิ่มขึ้นในอัตราเฉลี่ยร้อยละ 4.4 ต่อปีในอีก 15 ปีข้างหน้า 

"เรามั่นใจว่าโครงการนี้จะเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการเจริญเติบโต สร้างความคุ้มค่าการลงทุนให้กับคู่ค้าและผู้ลงทุนควบคู่ไปกับการสร้างความยั่งยืนด้านพลังงาน ซึ่งโครงการ ดังกล่าวเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและคุ้มค่า การลงทุนกว่าวิธีการอื่นๆ ในการผลิตกระแสไฟฟ้า" เพียงขวัญกล่าว


ด้าน "จอห์น ฮอลล์" กรรมการผู้จัดการ เวสต์ทรูทริซิตี้ เสริมว่า 

ตามที่รัฐบาลไทยมีนโยบายสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน รวมทั้งปัญหาการขาด แคลนพลังงานในประเทศและปัญหาขยะล้นเมืองในปัจจุบัน ทำให้ไทยมีปริมาณขยะเพียงพอในการใช้เป็นแหล่งพลังงานเพื่อผลิตไฟฟ้าและมีตลาดรองรับที่แน่นอน 

โดยไทยถือเป็นประเทศแรกในตลาดต่างประเทศที่เราจะนำเทคโนโลยี ซึ่งได้รับการยืนยันแล้วว่ามีศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง โดยเป็นระบบที่ปลดปล่อยคาร์บอนต่ำและที่สำคัญ มีส่วนช่วยในการจัดการปัญหาขยะแบบยั่งยืน

"บริษัทเรามองเห็นโอกาส และเชื่อมั่นในการขยายธุรกิจสู่ตลาดพลังงานของประเทศไทย ล่าสุดบรรลุข้อตกลงการดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้รับลิขสิทธิ์แต่เพียงรายเดียวเท่านั้นในการนำเทคโนโลยีพลาสมาก๊าซซิฟิเคชั่น จากเวสติ้งเฮาส์พลาสมาก๊าซซิฟิเคชั่น ของ บริษัทอัลเตอร์ เอ็นอาร์จี คอร์เปอเรชัน ซึ่งมีมูลค่ากว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (32.57 ล้านบาท) และเทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงของบริษัท เอเอฟซี เอเนอจี จำกัด (มหาชน) มูลค่า 1.2 ล้านปอนด์ (64.96 ล้านบาท) ในการพัฒนาโครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะในประเทศไทย" ฮอลล์กล่าวทิ้งท้าย