ครบทุกรส สดทุกเรื่อง



บิ๊กตู่-จตุพร ตอบโต้กันนัว "ขวัญชัย" ระดม ร่วมฮือ"พัทยา"
Font Size  

วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2557 เวลา 09:08 น.
ซัดกันนัว "บิ๊กตู่" ผบ.ทบ. ไม่ให้ราคา "ตู่-จตุพร" ประธานนปช.คนใหม่ ด่าใช้วิธีการเลวๆ หยาบคายทำผิดกฎหมาย ด้านตู่สวนทันควัน ถามกลับมีเกียรติเป็นชายชาติทหารหรือไม่ ซ้ำยังถูก "เทือก" แอบนำรายชื่อทหารในเหตุการณ์เม.ย.-พ.ค.53 ส่งให้ "ธาริต" ทำคดีดัก ลั่นถ้าทำกับเสื้อแดงเหมือนปี 53 อีก จะเดินมือเปล่าไปให้ยิง ขณะที่ "ขวัญชัย" ประกาศร่วมมือกับตู่ไม่มีข้อแม้ สั่งเสื้อแดง 20 จังหวัดอีสานลั่นกลองรบ ยืนยันนำทัพไปร่วมชุมนุมที่พัทยา 22 มี.ค. ด้านญาติคนตาย 6 ศพวัดปทุมฯ ลุยฟ้อง "มาร์ค-เทือก" ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง



ศาลชี้อีก 2 ศพเหยื่อปืนพ.ค.53


เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลอ่านคำสั่งคดีชันสูตรพลิกศพนายเกียรติคุณ ฉัตร์วีระสกุล ผู้ตายที่ 1 และนายประจวบ ประจวบสุข ผู้ตายที่ 2 ตามที่พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนพลิกศพการตาย โดยทั้งคู่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2553 ในเหตุการณ์สลายม็อบแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)

ศาล พิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วรับฟังโดยสรุปได้ว่า วันที่ 16 พ.ค. 2553 กองพันทหารม้าที่ 5 รักษาพระองค์ จ.สระบุรี ปฏิบัติหน้าที่แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ผลักดันผู้ชุมนุมนปช. บริเวณสะพานลอยไทย-เบลเยียม ถนนพระราม 4 และเกิดการปะทะกัน ขณะนั้นผู้ตายที่ 1 และผู้ตายที่ 2 อยู่ในบริเวณดังกล่าวถูกกระสุนปืนยิงได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต แม้ผู้ร้องเบิกความว่าพบรอยกระสุนปืนมีวิถีกระสุนทั้งจากบริเวณแยกวิทยุมุ่ง หน้าไปทางถนนพระราม 4 และจากถนนพระราม 4 มุ่งหน้าไปทางแยกวิทยุ แต่กระสุนปืนจากแยกวิทยุไปทางถนนพระราม 4 มีมากกว่า และเป็นกระสุนขนาด .223 ลูกกระสุนปราย กระสุน ปืนลูกซอง เป็นเพียงข้อสันนิษฐานตามหลักวิชาการเท่านั้น ไม่ได้เป็นสาระสำคัญที่จะรับฟังเป็นยุติถึงตัวบุคคลผู้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย ที่ 1 และ 2



ถูกกระสุน.223-แต่ไม่รู้ใครยิง

ศาล ระบุต่อว่า แม้จะมีประจักษ์พยานที่อ้างว่าเห็นเจ้าหน้าที่ทหารเดินจากสะพานไทย-เบลเยียม ลัดเลาะมาตามบาทวิถีของถ.พระราม 4 ทั้ง 2 ฝั่ง และใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้ชุมนุม แต่ทางไต่สวนไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีผู้บังคับบัญชาทหารเคยมีคำสั่งให้ทหาร ออกไปปฏิบัติหน้าที่บริเวณดังกล่าวแต่อย่างใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดที่ประจักษ์พยานยืนอยู่ คือเกาะกลางใต้ทางด่วนพระราม 4 มีเสาโลหะทาง ด่วนปรากฏอยู่ลักษณะบดบังสายตา ไม่สามารถ มองเห็นวิสัยทัศน์ทางด้านหน้าซ้ายมือที่พยานยืนอยู่ได้ ข้ออ้างที่พยานเบิกความเห็นเจ้าหน้าที่ ทหารจึงไม่น่าเชื่อถือ

ส่วน พยานปากอื่นต่างเป็นเพียงการคาดคะเนว่าเจ้าหน้าที่ทหารเป็นผู้ใช้อาวุธยิง ใส่ ผู้ชุมนุม โดยสันนิษฐานจากเสียงอาวุธปืนที่ดังขึ้นเท่านั้น ย่อมไม่มีน้ำหนักเพียงพอ จึงมีคำสั่งว่าผู้ตายที่ 1 คือ นายเกียรติคุณ ฉัตร์วีระสกุล และผู้ตายที่ 2 คือ นายประจวบ ประจวบสุข ถึงแก่ความตายที่ ร.พ.เจริญกรุงประชารักษ์ เพราะเหตุถูกยิงด้วยปืนขนาด .223 (5.56 ม.ม.) โดยผู้ตายที่ 1 ถูกยิงเข้าที่ด้านหลัง ใต้สะบักซ้าย ส่วนผู้ตายที่ 2 ถูกยิงเข้าที่หน้าอกด้านซ้าย เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2553 บริเวณใต้ทางด่วนพระราม 4 ถนนพระราม 4 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กทม. โดยยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ยิง



ญาติ 6 ศพวัดปทุมฯลุยฟ้องเอง

ขณะ เดียวกัน ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ นายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความ เป็นผู้รับมอบ อำนาจากนายขาล ศรีรักษา บิดานายสุวัน ศรีรักษา นางสุนันทา สมอาษา และนางอัญชลี สาริกานนท์ มารดาและพี่สาวนายอัฐชัย ชุมจันทร์ โดยนายสุวันและนายอัฐชัย เป็น 2 ใน 6 ศพ ที่ถูกยิงเสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2553 เข้ายื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยที่ 1 และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ และอดีตผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เป็นจำเลยที่ 2 ในข้อหาร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนา ต่อมาศาลรับคำร้องไว้พิจารณา และนัดไต่ สวนในวันที่ 2 มิ.ย. เวลา 09.00 น.

นาย โชคชัย ทนายความโจทก์กล่าวว่า การฟ้องร้องครั้งนี้จะใช้สำนวนเดิมของคดี 6 ศพวัดปทุมฯ เป็นส่วนใหญ่ ส่วนพยานและหลักฐานอื่นๆ เพิ่มเติมจะต้องรอดูในรายละเอียด ตามขั้นตอนต่อไป โดยก่อนหน้านี้ศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำสั่งผลไต่สวนชันสูตรพลิกศพออกมาแล้วว่า เสียชีวิตจากกระสุนปืนฝั่ง เจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ตามคำสั่งของศอฉ.



ไต่สวนศพ"เกรียงไกร"เม.ย.53

ส่วน ที่ศาลอาญา ศาลไต่สวนคดีที่พนักงานอัยการ สำนักอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีอาญา 10 ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนชันสูตรพลิกศพนายเกรียงไกร คำน้อย อายุ 23 ปี ที่ถูกยิงเสียชีวิตเป็นศพแรก ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมนปช. บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ข้างกำแพงกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2553

พ.ต.ท.สราวุฒิ พงศ์วัชร พนักงานสอบ สวน สน.นางเลิ้ง เบิกความสรุปว่า ช่วงเกิดเหตุเป็นพนักงานสอบสวน สน.สามเสน เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2553 น.ส.ธัญกมล คำน้อย พี่สาวนายเกรียงไกร แจ้งความว่านายเกรียงไกรถึงแก่ความตายที่ร.พ.วชิรพยาบาล พยานชันสูตรพลิกศพร่วมกับแพทย์ พนักงานอัยการ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง โดยสรุปผลว่า เป็นการตายโดยผิดธรรมชาติ ถูกผู้อื่นทำให้ตาย จากการถูกยิงด้วยกระสุนปืนความ เร็วสูง ก่อนสอบปากคำบิดาและพี่สาวของผู้ตาย จากนั้นส่งสำนวนชันสูตรพลิกศพไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ต่อมาดีเอสไอส่งสำนวนกลับมา เพื่อให้นำสำนวนให้พนักงาน อัยการยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อให้ไต่สวนชันสูตร พลิกศพต่อไป



ผู้เชี่ยวชาญอาวุธปืนเบิกความ

ด้าน พ.ต.ท.ไพชยนต์ สุขเกษม รอง ผกก.ฝ่ายวิชาการ สำนักงานส่งกำลังบำรุง สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ เบิกความสรุปว่า เป็นผู้เชี่ยว ชาญด้านอาวุธปืน เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2556 พนักงานสอบสวนคดีนายเกรียงไกร นำคลิปวิดีโอบันทึกเหตุการณ์และภาพถ่ายขณะ เจ้าหน้าที่สลายการชุมนุมมาให้ดู เพื่อให้ตรวจสอบว่าอาวุธปืนที่ใช้เป็นชนิดใด พบว่าเป็นปืนทาโวร์ เป็นอาวุธปืนความเร็วสูง มีใช้ในกองทัพเท่านั้น ไม่มีใช้ในข้าราชการตำรวจและบุคคลทั่วไป ปืนทาโวร์ใช้กับกระสุนปืนขนาด .223 (5.56 ม.ม.) ใช้ได้ทั้งกระสุนจริงและกระสุนซ้อมรบ แต่ดูจากในคลิปไม่สามารถ บอกได้ว่าใช้กระสุนปืนแบบใด เนื่องจากกระสุน จริงและกระสุนซ้อมรบมีเสียงดังเท่ากัน

ขณะที่ พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ ยาคุ้มภัย กลุ่มงานตรวจพิสูจน์อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน กอง พิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เบิกความสรุปว่าเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2556 พนัก งานสอบสวนคดีนายเกรียงไกร นำคลิปวิดีโอบันทึกเหตุการณ์และภาพถ่ายขณะเจ้าหน้าที่ปะทะกับผู้ชุมนุมมาให้ พยานดู เพื่อให้ตรวจสอบว่าอาวุธปืนที่ใช้เป็นชนิดใด พบว่าเป็นปืนเล็กกล ทาโวร์ ขนาด .223 (5.56 ม.ม.) เป็นอาวุธ ปืนความเร็วสูง มีใช้ในราชการทหาร เท่านั้น

ภายหลังการไต่สวนเสร็จสิ้น ศาลนัดไต่ สวนครั้งต่อไปวันที่ 24 มี.ค. เวลา 09.00 น.



"บิ๊กตู่"ไม่ให้ราคา"ตู่"ปธ.นปช.

ที่ กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์และตอบข้อซักถามถึงการเปลี่ยนตัวประธานนปช. จากนางธิดา โตจิราการ เป็นนายจตุพร พรหมพันธุ์ ว่าไม่ให้ความสำคัญกับคนพวกนี้ จะมียุทธศาสตร์หรือไม่ ไม่สนใจ เป็นเรื่องของคนทำผิดกฎหมาย ทุกพวกทุกฝ่าย เดี๋ยวจะหาว่าลำเอียง ก็ผิดกฎหมายกันทั้งหมด จะฝ่ายซ้ายหรือขวาก็ผิดกฎหมาย วันหน้าต้องมาสู้กันด้วยกฎหมาย และเดินเข้าสู่การลงโทษดำเนินคดีคนละหลายร้อยคดี ถามว่าฝ่ายนปช.มีอยู่กี่คดีในศาล และอยู่ระหว่างประกันตัวอยู่ใช่หรือไม่ หากยกเลิกประกันตัวก็เดือดร้อนมาประท้วงอีก สรุปแล้วประเทศนี้จะอยู่ด้วยอะไร คนส่วนใหญ่หรือกฎหมาย อยากขอทุกกลุ่มอย่าทำผิดกฎหมายให้มากนัก

"จะมารบกับทหาร ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่รัฐก็เอา คนแบบนี้จะไปร่วมมือกับเขาได้อีกหรือ ถ้าต่อสู้ด้วยกระบวนการประชาธิปไตย หรือต่อสู้ด้วยความไม่ชอบธรรม ก็ว่ากันไปตามสิทธิรัฐธรรมนูญ แต่อย่าใช้ความรุนแรง ถ้าใช้หลักการว่าต้องสู้กับทหาร เจ้าหน้าที่ ใช้อาวุธสงคราม ใช้ความรุนแรง หรือประกาศให้บุกธนาคาร เพื่อเอาเงิน ให้ถามประธานนปช.ว่าพูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร มาถามเจ้าหน้าที่แล้วให้ มาตอบสู้กับโจร ไม่ใช่เรื่อง ถ้าแรงใส่ทหารมา ผมก็แรง ฉะนั้นจะมาสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้ ผมถามว่าประกาศชัดเจนจะมาสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐ ประกาศแบ่งโน่น แบ่งนี่ ก็ลองทำมาแล้วกัน ผมไม่ได้ท้าทาย แต่ไม่ยอมให้ใครมาแบ่งโน่นแบ่งนี่ เหมือนกัน" ผบ.ทบ.กล่าว



โวยทำผิดกฎหมาย-ด่ากองทัพ

ผู้ สื่อข่าวถามว่าเป็นการผลักนปช.ให้ไปอยู่อีกฝั่งหรือไม่ โดยเฉพาะกองทัพที่แจ้งความดำเนินคดีกับฝ่ายนปช. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ถามว่าเขาทำผิดกฎหมาย ด่ากองทัพอยู่หรือไม่ ถ้าไม่เกี่ยวกับกองทัพ จะไปยุ่งอะไรกับเขา ส่วนตัวไม่มีความขัดแย้งกัน ต่างคนต่างไม่รู้จักกัน และก็ไม่อยากรู้จักกับเขาแล้ว จะไปขัดแย้งกับเขาตรงไหน

ต่อข้อถามว่า จุดยืนของกองทัพอยู่ตรงไหน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า กองทัพมีจุดยืนเป็นของประชาชนและประเทศชาติ แล้วตนไปยืนขัดกับเขาอยู่ตรงไหน ไปแย่งที่ยืนหรือไม่ มีแต่ที่ไปเขียนให้ตนกับเขาเป็นศัตรู เพราะไม่เป็นศัตรูกับใคร แต่บางครั้งจำเป็นเพราะต้องปกป้องนำพากองทัพ ต้องดูว่ากองทัพทำหน้าที่อะไร หากกลุ่ม กปปส.พูดแบ่งแยกประเทศ หรือล้มสถาบัน ก็ยอมไม่ได้เหมือนกัน แต่นี่เขาพูดทำนองนี้หรือยัง ก็ยังไม่ได้พูด แล้ว นปช.พูดอย่างไร แล้วฝ่ายไหนต้องแก้ไขก่อน



ด่าเลว-พูดหยาบคายรับไม่ได้

ต่อ ข้อถามว่าต้องพูดคุยกับประธานนปช.หรือไม่ ผบ.ทบ.กล่าวว่า เขาไม่มีเกียรติพอ และตนก็ไม่ให้เกียรติเขา ในเมื่อคนไม่รู้จักให้เกียรติคนอื่น แล้วจะให้เกียรติทำไม เพียงแต่เสียดายพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ให้คนเหล่านี้เดินนำหน้า มันไม่มีเกียรติ ถ้าอะไรไม่ชอบธรรมและไม่เหมาะสม ก็ฟ้องร้องเรียกมาตามกระบวน การ ไม่ใช่ด่า หรือไปยุ่งเกี่ยวสถาบัน ด่าทหาร ศาล องค์กรอิสระ โดนไปหมด ขอถามว่าคนพวกนี้หรือจะให้เป็นผู้นำเรา คนที่เป็นผู้นำได้ต้องมีเกียรติ และไม่ใช่มีด้วยตัวเอง แต่คนอื่นมีให้เอง แต่ถ้ายังใช้วิธีการเลวๆ พูดหยาบคาย ฟังไม่ได้ คนแบบนี้หรือที่ท่านจะให้เขาเป็นใหญ่ เหมือนเราไปยกย่องคนไม่ดีมาเป็นผู้นำ

ผบ.ทบ.กล่าว ว่า ฉะนั้นวันนี้คนไทยต้องตาสว่าง และสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ไม่มีใครแพ้ชนะ มีแต่แย่ด้วยกันทั้งหมด พอทหารเข้ามาช่วยก็ด่าอีก มากล่าวหาว่าทหารแบ่งพวกแบ่งฝ่าย มันไม่ใช่ ถามว่าถ้าอยู่เฉยๆ ได้หรือไม่ ไม่ออกมาช่วยประชาชนก็ไม่ได้ ทหารที่ออกมาดูแล 60-70 เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นลูกเป็นหลานทั้ง 2 ฝ่าย แต่มีคนตรงกลางมายุแหย่ มวลชนที่อาจจะเป็นเครือญาติกับทหารที่ออกมาปฏิบัติหน้าที่ ต้องมาต่อสู้ มารบกันเอง ขอถามว่าคนแบบนี้เป็นผู้นำประเภทไหน มองว่าเราต้องจะดำเนินคดีกับคนพวกนี้อย่างไร ทั้งในส่วนที่พูดให้เกิดความเกลียดชัง พูดให้เกิดความรุนแรง ตอบโต้การทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ บุกรุกสถานที่ บุกเข้าธนาคารเอาเงินมาใช้ พูดอย่างนี้ได้อย่างไร



"โกตี๋"รับ-คลิปเสียงต่อสู้ใต้ดิน

ส่วน กรณีมีผู้เผยแพร่คลิปเสียงอ้างว่าเป็นนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ "โกตี๋" แกนนำเสื้อแดง จ.ปทุมธานี โดยระบุทำนองว่าจะจัดตั้งกองกำลังสะสมอาวุธไว้ต่อสู้กับกองทัพ โดยนายวุฒิพงศ์กล่าวถึงคลิปดังกล่าวว่า ยอมรับ ว่าเป็นเสียงตนเองจริง โดยนำเอาความคิดของนายสุรชัย แซ่ด่าน มาใช้ เพราะปัจจุบันองค์กรอิสระต่างๆ ออกมารุมน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ จนแทบไม่มีแผ่นดินจะอยู่ ถ้าหากนายกฯ ถูกปลดออกจากตำแหน่งเมื่อไหร่ จะรวมตัวกันเป็นขบวนการใต้ดินจัดชุดจลาจลปฏิบัติงาน

"ใครใกล้อะไรก็ ให้ไปยืมมาใช้ก่อน เช่น ใกล้ธนาคารก็จะยืมเงินเพื่อทำทุนก่อน ใกล้ร้านสะดวกซื้อก็ให้ยืมสินค้ามาใช้ก่อนเป็นต้น ถ้าสู้บนดินไม่ได้ก็ลงไปสู้ใต้ดิน พวกผมมี ไม่เยอะ มีเพียงแค่หลักร้อย แต่จะต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ส่วนกองทัพก็ขอให้ทำหน้าที่รักษาประชาธิปไตย ไปต่อสู้กับผู้ก่อการร้าย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่ามารบกับพวกผมเลย เพราะพวกผมเป็นผู้รักประชาธิปไตย ไม่ต้องการให้กลุ่มคนใดมาใช้อำนาจเหนือระบอบประชาธิปไตย วันไหนถ้านายกฯ ถูกปลดออกจากตำแหน่ง ผมและกลุ่มจะปฏิบัติงานทันที เสียงปืนจะแตกทั่วกรุงเทพฯ อย่างแน่นอน ขอให้องค์กรต่างๆ คิดให้ดีก่อนจะวุ่นวายมากไปกว่านี้" โกตี๋กล่าว



"ธิดา"มั่นใจวิถีนปช.ถูกทาง

ที่ ห้างอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว กลุ่มนปช.นำโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช.คนใหม่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช. นางธิดา โตจิราการ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. และนายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ์ โฆษกนปช. ร่วมแถลงประจำวันในสถานการณ์พิเศษ

นางธิดากล่าวว่า ถือเป็นการเปิดศักราช ใหม่ เพราะอยู่ในฐานะประธานนปช.มากว่า 3 ปี หากประเมินความเติบใหญ่ทั้งปริมาณผู้คน คุณภาพ ต้องถือว่าองค์กรนปช.สอบผ่าน ที่ผ่านมาเคยพูดไว้ว่า นปช.เริ่มต้นจากการจับมือกันหลวมๆ แต่สิ่งหนึ่งที่เราวิเคราะห์ได้ และถือเป็นปฐมบทของความสำเร็จ คือการวิเคราะห์โครงสร้างอำนาจ ชนชั้น การเมือง เศรษฐกิจในสังคมไทย โดยคำนึงถึงประวัติ ศาสตร์มาจนถึงปัจจุบัน เรารู้ว่านี่คือยุคสมัยที่การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยต้องยืดเยื้อยาวนาน เป็นการเปลี่ยนแปลงมาสู่ระบอบประชาธิปไตย ที่อำนาจเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ขอให้สบายใจว่าหากการเปลี่ยนแปลงทำให้เขาด่าเรามากขนาดนี้ แสดงว่าเราทำถูกแล้ว



"ตู่"สวนแรง-ตอบโต้"บิ๊กตู่"

จาก นั้นนายจตุพรเปิดคลิปวิดีโอที่พล.อ. ประยุทธ์ ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์แสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่เป็นประธานนปช. ก่อนจะกล่าวว่าตลอดระยะเวลารัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่าพล.อ.ประยุทธ์ทำอะไร พี่น้องไม่แปลก ใจหรือว่าทำไมเขาไม่ตั้งตนเป็นรัฐมนตรี ก็เป็นเพราะเขานั่นแหละ แต่ไม่ถือสา พยายามประคับประคองสถานะของรัฐบาล ทั้งที่สามารถ วิจารณ์พล.อ.ประยุทธ์ได้หลายกรณี พล.อ. ประยุทธ์เป็นนายทหารที่สบายที่สุด ได้รับการแต่งตั้งเป็นผบ.ทบ. ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ และร่วมกับศอฉ.ปราบปรามเสื้อแดงในปี 2553 พล.อ.ประยุทธ์อาจเข้าใจว่าคนเสื้อแดงกลัว แต่คนเสื้อแดงไม่กลัวพล.อ.ประยุทธ์

ประธานนปช.กล่าวว่า ส่วนกรณีที่พล.อ. ประยุทธ์พยายามอธิบายว่าตนเป็นพวกผิดกฎหมาย และถูกดำเนินคดีมากมาย อยากบอกพล.อ.ประยุทธ์ว่าหากเราไม่เว้นกัน นายสุเทพ และนายอภิสิทธิ์ ถูกดำเนินคดีฆ่าคนตายในปี 2553 อย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ก็จะต้องถูกดำเนิน คดีเช่นนั้น ที่บอกว่าเป็นคนไร้เกียรติ ไม่มีเกียรติพอให้เจรจาด้วย ไม่ทราบว่าพล.อ.ประยุทธ์ มีเกียรติหรือไม่ เพราะหากมีเกียรติยศจริง หรือเป็นลูกผู้ชายจริง เหตุใดนายสุเทพ อดีตผอ.ศอฉ.จึงนำรายชื่อนายทหารที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เดือนเม.ย.-พ.ค. 2553 ใน 21 จุด และมีผู้เสียชีวิต 89 ศพในขณะนั้น ส่งให้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เพื่อทำคดีดักทหารเอาไว้ หากพล.อ.ประยุทธ์เป็นชายชาติทหารจริง นายสุเทพจะทำเช่นนั้นหรือ



ลั่นจะเดินมือเปล่าไปให้ยิง

นาย จตุพรกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ละอายหรือที่ให้กองกำลังทหารไปเป็นการ์ดของกปปส. พล.อ.ประยุทธ์มีเกียรติพอหรือที่จะเอากองทัพไปหนุนกลุ่มก่อการกบฏ ส่วนกรณีที่อธิบายถึงกลุ่มคนที่พยายามแบ่งแยกประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ทราบหรือไม่ว่า คนใน กองทัพเป็นคนเริ่มทำป้ายแบ่งแยกประเทศ เพื่อใส่ร้ายคนเสื้อแดง การจะเป็นคนมีเกียรติยศ ต้องไม่เป็นอีแอบ หรือกรณีที่บอกว่าไปวิพากษ์ วิจารณ์ศาลนั้น ศาลที่พูดถึงคือศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ต้องทราบว่าเป็นศาลการเมือง สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ ส่วนเรื่องสถาบันนั้น ก็เป็นเรื่องที่ศอฉ.คบคิดกันสร้างเรื่องผังล้มเจ้าขึ้นมา และสถาบันก็ไม่ได้เป็นของพล.อ.ประยุทธ์ คนเดียว หากแต่เป็นของคนทั้งหมด อย่าอ้างว่าจงรักภักดีคนเดียว

"เราต่างคนต่างอยู่เถอะ พล.อ.ประยุทธ์ นี่เป็นเรื่องของกระบวนการประชาชน และนปช.แดงทั้งแผ่นดิน จะยืนหยัดต่อสู้เพื่อปกป้องระบอบประชาธิปไตยด้วยมือเปล่า และสันติวิธี หากพล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจเหมือนปี 2553 พวกผมจะเดินเข้าไปให้ยิงด้วยมือเปล่า เพราะถ้าทั่วโลกเห็นว่าปืนเป็นใหญ่ ไม่ใช่เสียงของประชาชน ปัจจุบันนี้ทั่วโลกคงปกครองด้วยกระบอกปืนไปแล้ว แต่ที่ทั่วโลกยังปกครองด้วยระบอบประชา ธิปไตย เพราะเขาเห็นว่าสิทธิประชาชนต่างหากที่เป็นใหญ่" ประธานนปช.กล่าว



"ขวัญชัย"ผนึกตู่ลั่นกลองรบ

วัน เดียวกัน พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ปฏิบัติหน้าที่รองนายกฯ เดินทางเข้าเยี่ยมนายขวัญชัย สาราคำ หรือไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร แกนนำเสื้อแดง ที่บ้านพักใน ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยนายขวัญชัยอยู่ในช่วงพักฟื้นจากการถูกยิงบาดเจ็บสาหัส และให้สัมภาษณ์ว่ามีโอกาสพูดคุยกับพล.ต.อ.ประชาแล้วสบายใจขึ้นมาก ได้คุยกันถึงเรื่องการสืบสวนสอบสวนของตำรวจภาค 4 ที่รับผิดชอบคดี ตั้งแต่เกิดเรื่องจนออกหมายจับได้แล้ว 7 คน จับได้ 6 คน ยังเหลือผู้บงการที่ยศใหญ่กว่านี้อีกหลายคน โดยทีมสืบสวนระบุว่าหลักฐานสาวถึงตัวแน่นอน

"ผมอยากจะบอกผ่านไปยัง ผู้บงการหรือพวกสั่งฆ่าผม ให้หยุดได้แล้ว คนเสื้อแดงจำนวนมากรักผม และทุกอย่างที่ทำและพูดไปเพื่อประเทศชาติทั้งนั้น ผมจะเดินหน้าต่อสู้ต่อไปไม่ย่อท้อ ถึงจะบาดเจ็บแต่ไม่ล้มและไม่ถอย ยิ่งฮึกเหิมและ มีพลังกำลังใจมากขึ้น ตอนนี้ ผมสั่งการให้ แกนนำคนรักภาคอีสาน 20 จังหวัด ให้ความร่วมมือกับนายจตุพร ประธานนปช.คนใหม่ อย่างไม่มีข้อแม้ เราจะลั่นกลองรบไปด้วยกัน วันที่ 22 มี.ค.ที่พัทยา จะนำทัพคนเสื้อแดงไปร่วมชุมนุมอย่างแน่นอน" นายขวัญชัยกล่าว



ปาบึ้มบ้านเสื้อแดงนครศรีฯ

เวลา 10.30 น. พ.ต.อ.เชิดชาย โมสิกะ ผกก.สภ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุพบลูกระเบิดที่สนามภายในบริเวณบ้านพักของนายมานะ การดี ที่บ้านปากแพรก หมู่ 8 ต.บางขัน อ.บางขัน จึงนำกำลังรุดไปที่เกิดเหตุพบเป็นระเบิดเอ็ม 67 มีสภาพเก่า แต่ยังใช้การได้อยู่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ประสานไปยัง กก.ตชด.ที่ 42 ค่ายศรีนครินทรา อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช มาเก็บกู้ และนำไปทำลาย

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายมานะ การดี ผู้เสียหายเป็นคนสนิทของนายอารีย์ ไกรนรา ผู้สมัครส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคเพื่อไทย และเป็นผู้ดูแลการ์ดของกลุ่มคนเสื้อแดง ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา นายมานะก็ถูกคนร้ายทุบรถยนต์ได้รับความเสียหาย และนายมานะก็เคยไปร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดง