ครบทุกรส สดทุกเรื่อง



ไหม้บ่อขยะบาน สั่งเป็นเขตพิบัติ ควันพิษฟุ้งไปทั่ว
Font Size  

วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2557 เวลา 09:13 น.
หลายหน่วยงานเร่งช่วยเหลือชาวบ้านแพรกษา สมุทร ปราการ เหยื่อควันพิษจากไฟไหม้บ่อขยะผู้ว่าฯ ปากน้ำประกาศให้เป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว พบสารก่อมะเร็งสูงเกินมาตรฐาน กระทรวงทรัพย์ส่งเฮลิคอปเตอร์จากห้วยขาแข้งช่วยโปรยน้ำดับเพลิงทางอากาศ หลังยังมีกลุ่มควันคุออกมาตลอดเวลา ส่วนสาธารณสุขสั่ง อสม.ดูแลชาวบ้านใกล้ชิด เผยมีอาการหนัก 2 ราย แต่รักษาจนดีขึ้นกลับบ้านได้แล้ว ดีเอสไอเผยอยู่ระหว่างสอบสวนคดีลอบนำขยะอุตสาหกรรมมาทิ้ง แต่ดันเกิดเรื่องขึ้นเลยประกาศบอกชาวบ้านให้มาแจ้งดำเนินคดีกับเจ้าของบ่อ ขยะก่อน



จากกรณีไฟไหม้บ่อขยะขนาดใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 100 ไร่ ตั้งอยู่ภายในซอย 8 นิคมอุตสาหกรรมบางปู ม.4 ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ทำให้เกิดกลุ่มควันฟุ้งกระจายทั่วชุมชนหลายพันหลังคาเรือน จนได้รับความเดือดร้อน ตลอดทั้งคืนเจ้าหน้าที่ ต้องระดมฉีดน้ำหล่อเลี้ยงเพลิงไม่ให้ลุกลาม มากขึ้น และอพยพประชาชนไปที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ อบต.แพรกษา เมื่อวันที่ 16 มี.ค. ที่ผ่านมา ตามที่เคยเสนอข่าวไปแล้ว



ความคืบหน้า วันที่ 17 มี.ค. นายคณิต เอี่ยมระหงษ์ ผวจ.สมุทรปราการ พร้อมพล.ต.ต.ธัชชัย หงษ์ทอง ผบก.ภ.จว.สมุทร ปราการ นายมลิวรรณ ตั้งเด่นชัย รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมประกาศให้พื้นที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว



นาย คณิตกล่าวว่า ขณะนี้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบอพยพออกจากพื้นที่บางส่วน โดยไปพักอาศัยอยู่ที่ศูนย์อพยพ อบต.แพรกษา เบื้องต้นเชิญเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้ามาดูแลในเรื่องสุขภาพและจิตใจ ในส่วนเจ้าของบ่อขยะรับผิดชอบชาวบ้านที่อพยพไปในเรื่องอาหารและเครื่องใช้ ส่วนเรื่องใบอนุญาตเบื้องต้นทราบว่าบ่อขยะดังกล่าวเป็นบ่อขยะเก่าที่เคย ระงับการใช้งานไปแล้ว และยังลักลอบนำขยะเข้ามาทิ้ง ซึ่งให้ อบต.แพรกษาเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจก่อนหน้านี้แล้ว



วัน เดียวกัน มีเจ้าหน้าที่หน่วยตรวจสอบอุบัติภัยสารเคมี กรมควบคุมมลพิษ นำเครื่องมาตรวจวัดค่ามลพิษทางอากาศ โดยพบสารมลพิษที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือกลุ่มสารอินทรีย์ระเหยง่ายในบรรยากาศและสาร ไดออกซิน ฟิวแรน ซึ่งเป็นกลุ่มสารก่อมะเร็ง ขณะเดียวกันผลการวัดค่ามลพิษพบมีค่ามากกว่า 177 พีพีเอ็ม ซึ่งเกินกว่ามาตรฐานกำหนด



ล่าสุดได้รับการประสาน จากนายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในการส่งเฮลิคอปเตอร์จากอุทยานแห่งชาติห้วยขาแข้ง มาสนับสนุนในการตักน้ำไปดับไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่บริเวณกลางกองขยะ พร้อมใช้รถน้ำฉีดสกัดบริเวณโดยรอบอีกทาง จนตอนนี้สามารถควบคุมไม่ให้เพลิงลุกลามได้แล้ว แต่ยังคงมีกลุ่มควันไฟพวยพุ่งอย่างต่อเนื่อง



ต่อมา นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระ ทรวงสาธารณสุข (สธ.) เข้าเยี่ยมประชาชนได้รับผลกระทบ ที่ศูนย์อพยพ อบต.แพรกษา พร้อมเปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกไปดูแล ให้การรักษาพยาบาลเบื้องต้นแก่ประชาชนที่ได้รับผล กระทบจากควันไฟ และให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) แพรกษา และ อสม. ร่วมกับ อบต.แพรกษา แจกหน้ากากอนามัยป้องกันการสูดละอองควันไฟเข้าปอด และดำเนินการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงที่อาศัยอยู่ในรัศมีรอบบ่อขยะที่สำคัญ เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคหอบหืด โรคปอด ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีอาการกำเริบได้ง่าย



นพ.ณรงค์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังให้กรมควบคุมโรคส่งผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีวเวช ศาสตร์ ลงไปประเมินผลกระทบสุขภาพทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อวางแผนแก้ไขร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในเบื้องต้นได้รับรายงานว่า มีผู้ได้รับผลกระทบ 2 ราย รายแรกเป็นอาสาดับเพลิงชาย อายุ 17 ปี สำลักควันไฟหายใจไม่ออก ทีมแพทย์ฉุกเฉินนำตัวส่งร.พ.สมุทรปราการ ขณะนี้อาการดีขึ้นและกลับไปพักผ่อนที่บ้านแล้ว รายที่ 2 เป็นหญิงอายุ 35 ปี หายใจไม่ออกเช่นกัน ไปรักษาที่ร.พ.เปาโลเมโมเรียล สาขาสมุทรปราการ อาการดีขึ้นกลับบ้านแล้ว ขอแนะนำประชาชนให้หลีกเลี่ยงการสูดควันไฟ หากจำเป็นต้องออกจากบ้าน ขอให้ใส่หน้ากากอนามัยหรือใช้ผ้าชุบน้ำปิดปากจมูก หากเกิดอาการระคายเคือง เช่น แสบตา หรือใจสั่น แน่นหน้าอก ขอให้พบแพทย์ในสถานพยาบาล ที่อยู่ใกล้



นายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า การเกิด ไฟไหม้ใหญ่ขนาดนี้จะก่อให้เกิดก๊าซพิษเกิด เป็นอันตราย ซึ่งหลังจากส่งเจ้าหน้าที่สำนักจัดการกากของเสียและสารอันตราย และสำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง พบว่า มีก๊าซบางชนิด เช่น ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เกินค่ามาตรฐาน ซึ่งจะส่งผลต่อระบบทาง เดินหายใจ ระคายเคืองดวงตา เป็นอันตราย ต่อปอด



นายวิเชียรกล่าวว่า เบื้องต้นประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้ประชาชนที่อยู่ในรัศมี 500 เมตร หลีกเลี่ยงจากที่เกิดเหตุ เนื่องจากก๊าซพิษจะฟุ้งกระจายไปไกลขนาดไหนต้องขึ้นอยู่กับกระแสทิศทางลม ส่วนกรณีนี้น่าจะฟุ้งกระจายเป็นวงกว้าง จึงต้องหาทางหลีกเลี่ยงไว้ก่อน แต่หากจำเป็นต้องเข้าใกล้ต้องหาทางป้องกันด้วยการใส่หน้ากากอนามัย



ขณะ ที่นายสุรพล ซามาตย์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดไฟไหม้เกิดจากก๊าซมีเทนในบ่อฝังขยะที่หมักอยู่นาน ประกอบมีสภาพอากาศที่ร้อนจัด ในช่วงนี้ จึงอาจทำให้ก๊าซมีเทนติดไฟและลุกลาม เบื้องต้นเตรียมส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบว่าบ่อขยะขึ้นทะเบียนถูกต้องหรือไม่



ด้าน นายภูวิช ยมหา พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ ดีเอสไอ กล่าวว่า ได้เข้าไปสอบสวนเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยเรื่องบ่อขยะใน จ.สมุทรปราการ ทั้งหมด บ่อที่เกิดเหตุเป็นบ่อหนึ่งในเบื้องต้นที่เรียกผู้เกี่ยวข้องไปสอบปากคำ เบื้องต้นแล้ว และพบว่าบ่อขยะที่เกิดเหตุบ่อนี้ มีการลักลอบนำขยะจากนิคมอุตสาหกรรมบางปูมาทิ้ง เท่าที่ดูเห็นว่ามีขยะประเภท ขยะอุตสาหกรรม ซึ่งต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวง แต่เกิดปัญหาขึ้นมาก่อน จึงต้องดำเนินคดีกับเจ้าของบ่อขยะที่เกิด เหตุก่อน ขอให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบสามารถมาแจ้งความเพื่อดำเนินคดีต่อเจ้าของบ่อ ขยะได้ทันที