ครบทุกรส สดทุกเรื่อง



เตือนอีก กินแซนดวิชก็ผิด กกต.เฮ-คสช.ให้ทำงานต่อ บุกจับ"สิงห์ทอง-ทอมดันดี"
Font Size  

วันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2557 เวลา 08:39 น.
เตือนกลุ่มต้าน กิน"แซนด์วิช"ก็ผิด "ปิดปาก"ก็ไม่ได้ "สิงห์ทอง"งง ไม่ได้ถูกเรียกพบแต่ทหารบุกคุมจากบ้าน ด้าน"ทอม ดันดี"โดนรวบที่เพชรบุรี หลังไม่ไปรายงานตัว "วินธัย" แถลง ข่าวลือในโซเชี่ยลมีเดีย ไม่มีเรื่องจริง คสช.ประกาศใช้ พ.ร.บ.ประกอบรธน.อีก 3 ฉบับ ให้กกต.ดำเนินคดีต่อผู้สมัครทุจริต จัดเลือกตั้งท้องถิ่น สมชัยขอบคุณคสช.ให้ทำงานต่อ แซมดินขึ้นศาลคดียึดสนามบิน ชวดประกัน



คสช.ห่วงสร้างผลกระทบ


เมื่อ วันที่ 9 มิ.ย. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าประชุมและติดตามความคืบหน้างานของแต่ละหน่วยงาน และแต่ละด้าน

พ.อ.วิ นธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะทีมโฆษกคสช. กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ชี้แจงถึงการทำงานว่าขอให้เข้าใจว่าทุกเรื่องที่ คสช.คิดและพิจารณา เกิดจากการรับฟังมาจากหลายกลุ่มหลายฝ่าย ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ประกอบด้วย ประชาชน ข้าราชการ กลุ่มที่ปรึกษา รวมทั้งสื่อมวลชนและจากข้อร้องเรียนของประชาชน ทั้งหมดถูกรวบรวมมาแล้วนำไปแก้ไข อะไรแก้ไขได้โดยไม่มีผลกระทบหรือเป็นปัญหาก็จะทำทันที บางอย่างเริ่มต้นด้วยการชะลอก็พยายามดำเนินการอยู่ แต่บางอย่างมีเรื่องกฎหมายและระเบียบควบคุมอยู่ หรือเป็นโครงสร้างทั้งระบบ จะรีบดำเนินการโดยไม่ศึกษาผลกระทบก่อนไม่ได้ เพราะแก้หนึ่งเรื่องแต่อาจมีผลกระทบหลายเรื่อง บางเรื่องกระทบถึงโครงสร้างระบบการเงินการคลังของประเทศ รายได้รัฐ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ผู้ลงทุน ผู้ถือหุ้นและอื่นๆ อีกมาก



โวยขรก.ไม่แก้ไขทำให้วันนี้ยุ่ง

พ.อ.วิ นธัยกล่าวว่า ส่วนการแก้โครงสร้างระบบเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง ไม่ว่าด้านพลังงาน เงินชดเชยต่างๆ เรื่องภาษี และรายได้เกษตรกร ในระยะแรกพยายามผ่อนคลายความเดือดร้อนของประชาชน ระยะต่อไปเมื่อมีรัฐบาล มีคณะรัฐมนตรี จะดำเนินการให้ถูกต้องจนทุกฝ่ายพอใจ จึงขอให้มั่นใจ คสช.บริหารแผนโครงการและงบประมาณภายใต้ความถูกต้อง โปร่งใส เป็นธรรม มีประสิทธิภาพ ตรวจสอบได้ จะไม่มีเรื่องทุจริตหรือผลประโยชน์ทับซ้อน ระบบการจัดซื้อจัดจ้างในทุกโครงการสามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม ไม่มีระบบผูกขาดใดๆ เรื่องการศึกษาหรือบางอย่างอาจทำได้เลย บางอย่างต้องรอให้ระบบกลไกเดิมได้ทำงานเพราะที่ผ่านมาระบบอาจทำงานไม่ สมบูรณ์ เนื่องจากเรื่องการเมือง ระบบบริหารราชการ ตัวข้าราชการ และกฎหมายอาจมีปัญหา วันนี้ปัญหาหรือความเดือดร้อนและข้อข้องใจได้รับทราบครบถ้วน เพียงแต่ต้องหาวิธีที่เหมาะสมในการแก้ปัญหา การเร่งรัดมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อประเทศชาติในอนาคต

พ.อ.วินธัย กล่าวว่า คสช.ต้องการแก้ปัญหาให้ทุกคนได้รับความเป็นธรรม ขจัดเรื่องผลประโยชน์ ธุรกิจทับซ้อนให้หมดทันที แต่ปัญหาสะสมมานาน มีหลายอย่างที่ข้อมูลไม่ตรงกับความจริง ทำให้ประชาชนสับสนและไม่เข้าใจ ข้าราชการก็ไม่ดีไม่แก้ไข ทำให้ยุ่งยากมาถึงปัจจุบัน ขอให้มั่นใจ คสช.มีความตั้งใจจริง มิได้มุ่งหวังให้เกิดประโยชน์กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างที่หลายกลุ่มอ้าง ยืนยันว่าจะไม่เริ่มแก้ไขสิ่งที่ผิด สิ่งที่ไม่ถูกต้อง ด้วยการเริ่มทำความผิดขึ้นใหม่หรือปล่อยให้ทำผิดเสียเอง ความคาดหวังจากที่ คสช.ดำเนินการมาหรือที่พยายามดำเนินการอยู่ อยากใช้คำว่า "วิน-วิน" ทุกคนได้รับผลประโยชน์ตามสิทธิที่พึงมีพึงได้ โดยงบประมาณของประเทศไม่รั่วไหล



เตือนกลุ่มการเมืองพาดพิงคสช.

รอง โฆษกกองทัพพบก กล่าวว่า คนไทยหลายคนใจร้อนและรักความยุติธรรม หัวหน้า คสช.เข้าใจก็จะดำเนินการให้อยู่อย่างดีที่สุด เราไม่สามารถแก้ปัญหาที่สะสมมาเป็นสิบๆ ปีได้ด้วยเวลาเพียงไม่กี่วัน เว้นแต่เรื่องที่ติดขัดนั้นไม่ขัดกฎหมาย เดิมถูกละเว้น ถูกบิดเบือน เราต้องทำให้กฎกติกาเหล่านั้นทำงานและทำให้ทันสมัยขึ้น

"กลุ่มการ เมือง พรรคการเมือง แกนนำ คู่ขัดแย้งที่กล่าวถึงในเรื่องเหล่านี้ ขอให้ระมัดระวังการกล่าวถึงคสช.ในลักษณะที่ไม่ไว้วางใจ ไม่เชื่อมั่น เรากำลังทำงานที่ทุกคนทำมาหลายสิบปีไม่สำเร็จ ให้เป็นรูปธรรมให้ได้โดยเร็ว ใครที่มีส่วนร่วมบริหารราชการในอดีต ถือว่าต้องรับผิดชอบทั้งสิ้น" พ.อ.วินธัยกล่าว



ลั่นลือหึ่งใน"เน็ต"ไม่มีเรื่องจริง

พ.อ.วิ นธัยกล่าวถึงข่าวลือระบุคสช.พร้อมแต่งตั้งรัฐบาลชุดใหม่ และในเรื่องต่างๆ อาทิ 1.สภาประชาชน พร้อมปฏิรูปเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศไทยแล้ว 2.ยกเลิกอบจ. 3.คงไว้เทศบาล/อบต. 4.เลือกผู้ว่าฯโดยตรง 5.ให้กำนันผู้ใหญ่ขึ้นตรงกับผู้ว่าฯที่มาจากการเลือกตั้ง 6.ลดบทบาทนักการเมือง 7.เลือกตั้งส.ส. 30 % (จังหวัด 1 คน) คัดสรร 70 % (แต่งตั้ง) 8.ให้ตำรวจขึ้นตรงกับผู้ว่าฯที่มาจากเลือกตั้ง 9.แต่ละจังหวัดแบ่งโซน มีสมาชิกสภาพลวัฒน์ว่า คสช.ยืนยันข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง ขอให้ประชาชนระมัดระวังการรับฟังข่าวสารทางโซเชี่ยลมีเดีย หากมีข้อสงสัย สอบถามได้จากคสช.โดยตรง

เมื่อถามว่าดูเหมือนว่าช่วงนี้คสช.จะออกมา แก้ข่าวลือเยอะ พ.อ.วินธัยกล่าวว่า เราไม่ใช่ฝ่ายการเมือง เราทำทุกอย่างต้องเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้ว รวมถึงการออกมาแก้ข่าวต้องระวัง เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน



ไม่สบายใจถูก"กปปส."อ้างชื่อ

ผู้ สื่อข่าวถามถึงกรณีกลุ่มกปปส.แสดงความเห็นทางโซเชี่ยลมีเดีย มีเนื้อหากล่าวอ้างถึงคสช.พยายามทำลายระบอบทักษิณอยู่ พ.อ.วินธัยกล่าวว่า คสช.ไม่สบายใจ เพราะอาจสร้างความเข้าใจผิด จึงต้องดูแลผู้ที่เสนอความคิดเห็นทางไอทีอย่างใกล้ชิด และได้ตรวจสอบไอพี แอดเดรส ของผู้สนับสนุน กปปส.ที่ยังแสดงความเห็นทางการเมือง โจมตีฝ่ายตรงข้ามอยู่ ส่วนการแสดงความเห็นใต้ข่าวออนไลน์หรือทีวีนั้น ขึ้นอยู่กับประเด็นที่เสนอว่าสร้างสรรค์หรือไม่ และเชื่อว่าประชาชนใช้วิจารณญาณของตัวเองได้

น.ส.ปถมาภรณ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต คณะทำงานโฆษกคสช. แถลงว่า ขณะนี้มีสื่อของคสช.ปลอมเกิดขึ้นในโซเชี่ยลมีเดีย จึงอยากขอความร่วมมือจากประชาชนแจ้งข้อมูลข่าวสารและข้อเท็จจริงต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของคสช.ในเชิงสร้างสรรค์ ให้แจ้งผ่านช่องทางหลักของคสช.คือคอลเซ็นเตอร์ 7 คู่สาย หมายเลข 09-4128-6273-9 รวมถีงอีเมล์ เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ของคสช. นอกจากนี้ประชาชนยังทำหนังสือร้องเรียนมายังหัวหน้าคสช.ได้โดยตรง ส่งมาที่บก.ทบ.



ลุยตั้งเวทีถกปฏิรูปกับ"ขรก."

ที่ ทำเนียบรัฐบาล นายจิรชัย มูลทองโร่ย ผู้ตรวจราชการสำนักปลัดสำนักนายกฯ (สปน.) เผยว่า ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รอง ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่ปลัดสปน. มอบนโยบายให้เร่งดำเนินการตามนโยบายปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป ลงพื้นที่ชี้แจงทำความเข้าใจแนวทาง พร้อมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นการปฏิรูประบบราชการ โดยจัดเวทีทั้งระดับจังหวัดที่มีเฉพาะส่วนราชการ คือ ผู้ว่าฯและหัวหน้าส่วนราชการ และเวทีระดับท้องถิ่นโดยมีประชาชน อบต. อบจ.และเทศบาลร่วมเวทีแลกเปลี่ยนความเห็น มีเป้าหมายเก็บข้อมูลสะท้อนปัญหาและความต้องการของท้องถิ่นนำเสนอส่วนกลาง คือ คสช. เพื่อนำไปจัดตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) และสภาปฏิรูปด้วย

นาย จิรชัยกล่าวว่า เวทีดังกล่าวจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 มิ.ย.-2 ก.ค.นี้ โดยคณะ ผู้บริหาร สปน.จะลงพื้นที่ 5 จังหวัดประกอบด้วย สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ช่วงแรกประชุมร่วมกับส่วนราชการเพื่อมอบนโยบายธรรมาภิบาล การแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น พร้อมตรวจสอบและเร่งรัดการใช้งบประมาณจังหวัดที่ได้รับปีละ 100 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นการเบิกจ่ายภาครัฐให้ทันปีงบประมาณ 2557 กำชับการเบิกจ่ายต้องโปร่งใสและตรวจสอบได้ตามนโยบาย คสช.



เผย"ศปป."ยังไม่พบ"ขัดแย้ง"

ที่ สำนักงาน ก.พ.นนทบุรี นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการประสานงานระหว่างกระทรวงมหาดไทยกับคสช. ในส่วนของศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) ว่า ภายในสัปดาห์นี้นัดหารือกับพล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ในฐานะ ผอ.ศปป.เพื่อรับทราบแผนปฏิบัติการที่ ศปป.จะสร้างปรองดอง ซึ่งภารกิจที่ดำเนินการไปแล้วคือสร้างบรรยากาศความสงบสุขด้วยการบังคับใช้ กฎหมาย ปราบปรามอบายมุข ยาเสพติดและการพนัน และการสร้างบรรยากาศให้ทุกจังหวัดเข้าใจ คสช.ที่เข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบรายงานความขัดแย้ง

นายวิบูลย์กล่าวว่า ช่วงปลายเดือนมิ.ย. ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมรัฐมนตรีด้านการลดภัยพิบัติ จะมีรัฐมนตรีและผู้บริหารองค์กรเอกชนทั่วโลกจาก 63 ประเทศเข้าร่วม ซึ่งเป็นผลดีต่อการสร้างบรรยากาศความร่วมมือ และเป็นโอกาสในการทำความเข้าใจกับทั่วโลกกรณีการบริหารจัดการภาครัฐในไทย ด้วย



ปลัดกต.เดินสายแจงโลก

ที่นครย่างกุ้ง ประเทศพม่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการไปร่วมประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอชซีอาร์ ที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ในสัปดาห์หน้าว่า จะได้เจอสมาชิกยูเอ็นเอชซีอาร์ทั้งหมด จะใช้โอกาสนี้ชี้แจงสิ่งที่เป็นข้อห่วงกังวลในประเด็นที่ยูเอ็นเอชซีอาร์ไม่ รู้ทั้งหมด และพบกับผู้ที่อยู่ในวงการสิทธิมนุษยชนต่างๆ ซึ่งแสดงความเป็นห่วงในเรื่องการควบคุมตัว การเรียกไปรายงานตัว และการจำกัดเสรีภาพการแสดงความคิดเห็น ตนจะชี้แจงว่าสถานการณ์ไม่ใช่อย่างที่เข้าใจ และปล่อยผู้ถูกเรียกตัวไปแล้ว ส่วนการจำกัดเสรีภาพเป็นเพียงช่วงต้นเพื่อให้เกิดความสงบ ไม่ให้เกิดความรุนแรง มาตรการเหล่านี้ได้รับการผ่อนคลายแล้ว

นายสี หศักดิ์กล่าวว่า ตนได้ขอพบกับนางนาวี พิเลย์ ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ซึ่งมีความสำคัญรองจากเลขาธิการสหประชาชาติ ในประเด็นสิทธิมนุษยชน หลังจากข้าหลวงใหญ่ฯเคยออกแถลงการณ์แสดงท่าทีกังวลต่อเหตุรัฐประหารในไทย และในการรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนล่าสุดก็พูดถึงสถานการณ์ในไทย จึงขอพบเพื่อชี้แจง ขณะที่องค์กรพัฒนาเอกชนต่างๆ อาทิ ฮิวแมนไรต์วอตช์ หรือองค์การนิรโทษกรรมสากล ได้ให้คณะทูตถาวรไทยในนิวยอร์กและสถานเอกอัครราชทูตในอังกฤษชี้แจงแล้ว

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ต้นเดือนก.ค.นี้ นายสีหศักดิ์จะเดินทางเยือนกัมพูชา เพื่อหารือกับนายฮอร์ นัมฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา และวันที่ 11 ก.ค.นี้ จะเดินทางเยือนจีน หลังนายหวัง ยี่ รัฐมนตรีต่างประเทศจีนให้เข้าพบ



ลั่นตปท.เข้าใจสถานการณ์ไทย

ที่ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นพ.ยงยุทธ มัยลาภ คณะทำงานโฆษก คสช. เปิดเผยว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้ใช้เวทีประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ที่นครย่างกุ้ง ประเทศพม่า ชี้แจงทำความเข้าใจสถานการณ์ของไทยกับประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศคู่เจรจา ทั้งสหรัฐ จีน เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ โดยย้ำถึงความจำเป็นที่มิตรประเทศควรอยู่กับไทย ให้กำลังใจ สนับสนุนและมีปฏิสัมพันธ์กับไทย ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างมิตร ได้รับการตอบรับที่ดีจากที่ประชุม โดยเฉพาะประเทศสมาชิกอาเซียน รวมทั้งให้กำลังใจในการฟื้นฟูเสถียรภาพ ผลักดันการปฏิรูปเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยตามโรดแม็ปของ คสช.

นพ.ยงยุทธกล่าวว่า ทุกประเทศยืนยันการคงไว้ซึ่งปฏิสัมพันธ์กับไทย แม้ประเทศ ตะวันตกบางประเทศจะแจ้งถึงความจำเป็นต้องปรับนโยบายบางส่วนบ้าง ทั้งนี้นาย สีหศักดิ์ได้หารืออย่างไม่เป็นทางการกับหัวหน้าคณะผู้แทนอินเดีย ซึ่งแสดงท่าทีเข้าใจไทยและเห็นว่าเป็นเรื่องที่คนไทยต้องหาทางออกด้วยตนเอง ความสัมพันธ์ไทย-อินเดีย ยังดำเนินต่อไปตามปกติและจะเชิญผบ.สส.ของไทยไปเยือนอินเดีย



ชง"บิ๊กตู่"ดินเนอร์ทอล์กสื่อนอก

นพ.ยง ยุทธกล่าวว่า วันนี้ปลัดกระทรวงการต่างประเทศจะใช้เวทีประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือ ด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เออาร์เอฟ) ซึ่งมี 26 ประเทศรวมทั้งสหภาพยุโรป เข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงภูมิหลังและพัฒนาการของไทยเพิ่มเติม โดยเน้นความสัมพันธ์ของมิตรประเทศที่จะอยู่กับไทยและการให้กำลังใจ

พ.อ.วีรชน สุคนธปฏิภาค คณะทำงานโฆษก คสช. เปิดเผยว่า กรณีสื่อต่างประเทศยังมีทีท่าไม่เข้าใจการทำหน้าที่ของคสช. และต้องสื่อสารทำความเข้าใจให้ตรงประเด็นมากยิ่งขึ้น จึงเสนอให้พล.อ.ประยุทธ์จัดดินเนอร์ทอล์ก พบปะพูดคุยกับสื่อต่างประเทศ เพื่อทำความเข้าใจให้มากขึ้นแต่ยังไม่ระบุเวลาและสถานที่พูดคุย



ทหารบุกคุมตัว"สิงห์ทอง"

เมื่อ เวลา 16.30 น. นายสิงห์ทอง บัวชุม สมาชิกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยขณะถูกเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวว่า เมื่อเวลา 15.00 น. มี เจ้าหน้าที่ทหารนับสิบนายพร้อมอาวุธครบมือบุกเข้าค้นบ้านพักส่วนตัวที่หมู่ บ้านธารารมณ์ ย่านหัวหมาก โดยไม่แจ้งล่วงหน้า จากนั้นรื้อค้นบ้านโดยละเอียดทั้งภายในและนอกบริเวณบ้าน ซึ่งตนรู้สึกงุนงงและตกใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก เนื่องจากไม่เคยมีรายชื่ออยู่ในประกาศของ คสช.ที่ถูกเรียกรายงานตัว หรือกระทำการฝ่าฝืนกฎอัยการศึก

นายสิงห์ทองกล่าวอีกว่า จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตนไปยังกองพันทหารช่างที่ 1 รักษาพระองค์ เพื่อรอการสอบสวนจาก เจ้าหน้าที่ ก่อนที่จะถูกควบคุมตัวขึ้นรถตู้เพื่อย้ายสถานที่คุมตัว นำขบวนโดยรถตำรวจ สน.วังทองหลาง ตามด้วยรถเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารจำนวนหนึ่ง โดยไม่ได้แจ้งปลายทางให้รับทราบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการสนทนานั้น นายสิงห์ทองลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่การถูกจู่โจมที่บ้านพักการถูกนำตัวไปกัก ไว้ ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแสดงอาการหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่สัญญาณจะตัดไป เมื่อนาย สิงห์ทองเล่าถึงตอนถูกควบคุมตัวขึ้นรถตู้เพื่อย้ายสถานที่ควบคุมตัว



นำ"บก.ลายจุด"สอบปากคำ

ผู้ สื่อข่าวรายงานจากหอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ ว่า เวลา 15.50 น. เจ้าหน้าที่ทหารจากกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) นำตัวนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบ.ก.ลายจุด แกนนอนกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง มายังหอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ เพื่อรายงานตัวต่อคสช. และพูดคุยปรับความเข้าใจ พร้อมเเจ้งให้พนักงานสอบสวนเข้าสอบปากคำและทำสำนวนฟ้อง อย่างไรก็ตามหลังสอบปากคำและทำความเข้าใจเสร็จ ทหารนำตัวนายนายสมบัติไปควบคุมต่อที่ค่ายทหารในพื้นที่กทม.จนครบ 7 วันตามพ.ร.บ.กฎอัยการศึก จากนั้นถึงจะส่งตัวไปให้พนักงานสอบสวนนำตัวไปฝากขังที่ศาลทหารกรุงเทพต่อไป



เรียกรายงานตัวอีก 34 คน

สำหรับ บรรยากาศรายงานตัวที่ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ ตามคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 49/2557 , 52/2557 และ 53/2557 ที่ให้บุคคลรวม 34 คน ประกอบด้วยฉบับที่ 49 นายใจ อึ๊งภากรณ์ นายจักรภพ เพ็ญแข นายพิษณุ พรหมสร นายเนติ วิเชียรแสน นายองอาจ ธนกมลนันท์ นายอำนวย แก้วชมภู นายชูพงศ์ ถี่ถ้วน นางจรรยา ยิ้มประเสริฐ นายเอกภพ เหลือรา (ตั้ง อาชีวะ) นายมนูญ (เอนก) ชัยชนะ นายเสน่ห์ ถิ่นแสน นายภิเษก สนิทธางกูล นายชูชีพ ชีวะสุทธิ์ นายสันติ วงษ์ไพบูลย์ นางมนัญชยา เกตุแก้ว นางฉัตรวดี อมรพัฒน์ นายจุติเทพ (เลอพงษ์) วิไชยคำมาตย์ และนางณหทัย ตัญญะ

ฉบับที่ 52 นายพรศักดิ์ ศรีละมุน นายมนัส ไทยล้วน ผู้นำแรงงานที่มีบทบาทในการเลือกสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่ง ชาติ (สป.) และนายจิระประวัติ วศินทรงสุรเดช



"กี้ร์-สุนัย-สุดา"โดนเรียกซ้ำ

ฉบับ ที่ 53 ได้แก่ นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำ นปช. นายธนกฤต ชะเอมน้อย หรือวันชนะ เกิดดี แนวร่วม นปช. นายสุนัย จุลพงศธร อดีตส.ส.เพื่อไทย นายอารี ไกรนรา อดีตหัวหน้าการ์ด นปช. นายณัฐ สัตยาภรณ์พิสุทธิ์ นายธีร์ บริรักษ์ นายธันย์วุฒิ ทวีวโรดมกุล นายธานัท ธนวัชรนนท์ หรือทอม ดันดี น.ส.สุดา รังกุพันธุ์ อดีตอาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายชัยอนันต์ ไผ่สีทอง หรือ"อุ๊ ไฟเย็น" สมาชิกวงไฟเย็น นายพงศ์พิเชษฐ์ สุขจินดาทอง คนสนิทของพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง นายพฤทธ์นรินทร์ ธนบริบูรณ์สุข

ทั้งนี้ ในคำสั่งฉบับที่ 53 มีรายชื่อบุคคลที่เคยถูกเรียกให้เข้ารายงานตัวแล้วและให้มารายงานตัวอีก อาทิ นายอริสมันต์ นายสุนัย นางสุดา นายพิพัฒน์ชัย นายธนกฤต และนายอารี



ห้ามผู้รายงานตัวชู 3 นิ้ว

เวลา 10.00 น. บุคคลตามคำสั่งคสช.ทยอยเข้ารายงานตัว อาทิ นางณหทัย นายมนูญ นายพรศักดิ์ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีบุคคลตามคำสั่งฉบับที่ 50/2557 ซึ่งต้องเข้ารายงานตัวตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถมาได้ เข้ารายงานตัวในวันนี้ 2 คน ได้แก่ นายจำเริญ ชีวินเฉลิมโชติ และนายวสุพล จตุรคเซนทร์เดชา ส่วนนางจรรยา ยิ้มประเสริฐ โพสต์เฟซบุ๊กยืนยันว่าขณะนี้ยังอยู่ที่ประเทศฟินแลนด์ ไม่ได้เข้ารายงานตัวแต่อย่างใด

ต่อมาเวลา 11.00 น. นายจิระประวัติ วศินทรงสุรเดช มารายงานตัว โดยก่อนเข้าไปในพื้นที่สโมสรทหารบก ได้หยิบบัตรประชาชนขึ้นมาแสดงต่อสื่อมวลชน พร้อมชู 3 นิ้วและพูดว่า "ผมเป็นศิษย์คณะราษฎร์ ขอสละชีพเพื่อชาติ" จากนั้นจึงเดินข้ามถนนไปรายงานตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารกล่าวกับนายจิระประวัติว่าห้ามชู 3 นิ้ว



ชี้"สั่งดึก-สุขภาพ"ปมไม่มาพบ

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นแนวร่วมนปช.ต่างทยอยเข้ารายงานตัว ประกอบด้วย นายพิพัฒน์ชัย นายธนกฤต นายอารี และตัวแทนของนายพงศ์พิเชษฐ์ ที่นำหนังสือยืนยันว่านายพงศ์พิเชษฐ์มีปัญหาด้านสุขภาพมาแสดง ส่วนนายอริสมันต์เข้ารายงานตัวโดยเข้าประตูฝั่ง ถ.ศรีอยุธยา

เวลา 12.50 น. นายสุชัยวุฒิ ชาวสวนกล้วย ผอ.กลุ่มนักกฎหมายอาสาเพื่อสิทธิมนุษยชน(กนส.) มายื่นหนังสือถึงหัวหน้าคสช.ว่า พร้อมเข้าร่วมเป็นตัวแทนเสนอแนวทางสร้างความยุติธรรมและปรองดองของคนในชาติ ทั้งนี้ ได้รับการแจ้งจากนายอริสมันต์ว่าพร้อมใช้ความเป็นศิลปิน นักร้องช่วยสร้างความปรองดองและสามัคคีให้เกิดขึ้นตามแนว ทางของศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป(ศปป.) ทั้งนี้ได้รับทราบสาเหตุบุคคลที่ไม่สามารถมารายงานตัวได้เนื่องจากมีคำสั่ง ในช่วงกลางคืนและบางส่วนมีปัญหาด้านสุขภาพ ดังนั้นทาง กลุ่มกสน.ประสานบุคคลที่เหลือมารายงานตัวต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ เข้ารายงานตัวในช่วงเช้า ต่อมา เวลา 14.15 น. ก็ได้รับการปล่อยตัว



บุกรวบตัว"ทอม ดันดี"

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า เย็นวันเดียวกัน ร.ต.ต.ประกอบ รอดรือนาม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครอง ควบคุมตัว นายธานัท ธนวัชรนนท์ หรือนายพันทิวา ภูมิประเทศ หรือ ทอม ดันดี ศิลปินเพลงเพื่อชีวิต ที่ไม่ไปรายงานตัวตามคำสั่งคสช.ในวันนี้ โดยควบคุมตัวได้ในพื้นที่ต.วังจันทร์ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี จากนั้นนำตัวไปที่มณฑลทหารบกที่ 15 เพชรบุรี เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย



เรียกรายงานอีก 18 คน

เวลา 17.55 น. คสช. มีคำสั่งที่ 57/2557 ให้บุคคลเข้ารายงานตัวเพิ่มเติม 18 คน ประกอบด้วย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายจรัล ดิษฐาอภิชัย นายชินวัฒน์ หาบุญพาด นายวิสา คัญทัพ นางไพจิตร อักษรณรงค์ นางดารุณี กฤตบุญญาลัย พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แกนนำคณะนิติราษฎร์

นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ นายสงวน พงษ์มณี อดีตส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น นายนิธิวัต วรรณศิริ นายศรันย์ ฉุยฉาย หรืออั้ม เนโกะ นายไตรรงค์ สินสืบผล นายชฤต โยนกนาคพันธุ์ นักแต่งเพลง นายวัฒน์ วรรลยางกูร และนาวาอากาศตรีชนินทร์ คล้ายคลึง เจ้าของนามแฝง ผู้พันสู้ ตัวจริง ในเฟซบุ๊ก

ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่า หลายคนเคยถูกเรียกมารายงานตัวแล้วหลังวันที่ 22 พ.ค.2557 แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้เข้ารายงานตัว อาทิ นาย จารุพงศ์ นายวรเจตน์ นายปวิน นายศรันย์ นายวุฒิพงศ์ หรือโกตี๋



รอบค่ำสั่ง 17 รายเข้าพบ

เวลา 21.40 น. วันที่ 9 มิ.ย. คสช.มีคำสั่งฉบับที่ 58/2557 ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม ประกอบด้วย นายชัยวัฒน์ อินทร์ชำนาญ นางศรีศศิร์อร ทรัพย์เงินทอง นายพงศ์ศักดิ์ ศรีบุญเพ็ญ นายเสน่ห์ จงจิตต์ นายจรัล อัมพรกลิ่นแก้ว นายสรานุภล กองทอง น.ส.กชพร แสงชัชวาลย์ นายวสันต์ งาหัตถี นางกรรณิการ์ เทียนเงิน นายชัยพฤกษ์ สมานรักษ์ น.ส.กรกนก ห่อมกระโทก นายไพฑูรย์ สิงหา นางอภิศรา สเวหาด นายณัฐวุฒิ ด้วงนิล นางพัชร์อริญ ตั้งรัตนาพิบูล นายสุริยัน จันทไหว และน.ส.ดวงใจ พวงแก้ว



"อำนวย"จ่อฟันลายจุดคดีคอมพ์

ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.ศ.ช่วยราชการ บช.น. ดูแลงานความมั่นคง กล่าวถึงการดำเนินคดีนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ว่า ทางกองบังคับปราบปรามการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ไปร่วมจับกุมและตรวจสอบ อยู่ ซึ่งความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เป็นอาชญากรรมเฉพาะทาง ในส่วนของ บก.ปอท. จึงน่าจะดำเนินการในส่วนนี้ ซึ่งรวมถึงความผิดที่ไม่มารายงาน และ ม.116 กระทำความผิดเกี่ยวกับกฎหมายแผ่นดินยุยงให้คนมาชุมนุม รวมถึงการให้ที่พักพิงก็สามารถสอบสวนได้หมด ส่วนทหารจะส่งให้ทางตนหรือ ปอท.ก็แล้วแต่ทหาร แต่คาดว่าน่าจะส่ง ปอท. เพราะวันที่จับนายสมบัติก็ไปร่วมด้วย ส่วนคดีอาญาอื่นๆ ก็สามารถรวมได้ด้วย

พล.ต.ต. อำนวยกล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่ทหารไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ไม่มารายงานตัวนั้น บางครั้งก็ไปแจ้งตาม สน. หรือบางครั้งไปแจ้งความที่กองปราบปราม ในส่วนของตนนั้นได้ตั้งทีมมาตรวจสอบคดีนี้ โดยไม่ว่าจะมีการไปแจ้งความ สน.ใดก็ตาม สน.นั้นๆ ต้องส่งเรื่องมาที่ สน.สามเสน เพื่อรวบรวม เพราะที่เกิดเหตุอยู่พื้นที่ สน.สามเสน ซึ่งในส่วนนี้ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. ก็สามารถดำเนินการได้เช่นกัน เพราะมีอำนาจทั่วประเทศเช่นเดียวกัน สำหรับผู้ขัดคำสั่งไม่มารายงานตัวนั้นก็ต้องดูว่าเพราะเหตุใดจึงมาไม่ได้ อยู่ต่างประเทศ อยู่โรงพยาบาล หรืออื่นๆ ที่สมเหตุผล



ชี้"ปิดปาก-กินแซนด์วิช"ก็ผิด

เมื่อ ถามว่า กรณีภาพถ่ายผู้ชุมนุมคัดค้านเพื่อออกหมายจับ พล.ต.ต.อำนวยกล่าวว่า เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. จับกุมได้ทั้งหมดเลย รวม 7 คน ตอนเช้าได้ 2 คนที่สยามพารากอน ตอนบ่ายอีก 5 คน โดยตำรวจกับทหารตามจับกุม

พล.ต.ต. อำนวยกล่าวด้วยว่า ส่วนการกินแซนด์วิชที่ ม.ธรรมศาสตร์ ซึ่งต้องแยกในส่วนนี้ว่า กฎหมายห้ามชุมนุมทางการเมือง หากไปกินกาแฟคงไม่ใช่ แต่มีเจตนาร่วมกันในการแสดงออกถึงการต่อต้าน เช่น อาจไม่ยกมือ แต่ปิดปากเฉยๆ ทำเหมือนกันหมดเลย สื่อว่าปิดปากก็เป็นการต่อต้านถือเป็นการชุมนุมทางการเมือง ส่วนแซนด์วิชนั้นยังก้ำกึ่งอยู่ แต่ทราบว่ามีการอ่านแถลงการณ์ประกอบด้วย แสดงว่ามีเจตนาร่วมกัน โดยกำลังให้ดูแถลงการณ์ว่าเข้าข่ายต่อต้านหรือไม่ หากอ่านแล้วเป็นการต่อต้านก็จะออกหมายจับ แต่หากไม่เข้าก็จะให้รายชื่อเจ้าหน้าที่ทหารดำเนินการ การกินแซนด์วิชตอนนี้เริ่มจะเข้าข่ายมีความผิดเหมือนการชู 3 นิ้วแล้ว หากเนื้อหาแถลงการณ์คัดค้าน ขัดขวางก็ถือว่าเข้าแล้ว



ลั่นเป็นปฏิปักษ์คสช.-ทำไม่ได้

"การ แสดงความคิดเห็นที่เป็นปฏิปักษ์กับ คสช. หรือผู้มีอำนาจปกครอง ที่เรียกว่ารัฏฐาธิปัตย์ ก็ทำไม่ได้ทั้งหมด เพราะตอนนี้ใช้กฎหมายพิเศษอยู่ จะอ้างรัฐธรรมนูญไม่ได้ว่าว่าสงบ ปราศจากอาวุธ เพราะตอนนี้พักใช้อยู่ แต่หากมีรัฐธรรมนูญชั่วคราวว่า จะให้สิทธิการชุมนุมหรือไม่ หากให้สิทธิชุมนุมโดยสงบก็สามารถทำได้" พล.ต.ต.อำนวยกล่าว

พล.ต.ต. อำนวยกล่าวอีกว่า ผู้ชุมนุมก็มี 2 แบบ คือ อินในระบอบประชาธิปไตยและแบบจ้าง ซึ่งจ้างก็มีอยู่อย่างที่แมคโดนัลด์ราชประสงค์ เมื่อวานนี้มีป้าแก่ๆ ใส่รองเท้าเก่าๆ จูงหลานมานั่งกินแมค ซึ่งดูแล้วไม่สมเหตุสมผล

เมื่อ ถามว่ากรณีผู้พันสู้โพสต์แล้วยุติไปถือว่าผิดหรือไม่ พล.ต.ต.อำนวยกล่าวต่อว่า การโพสต์ข้อความนั้นถือว่าผิดแล้ว เป็นการชวนคนให้มาชุมนุมซึ่งผิดกฎหมาย เพราะความผิดเกิดแล้ว โดยในส่วนนี้ ปอท.มีหน้าที่ตรวจสอบเฟซบุ๊กทุกคนที่มีการโพสต์ต่อต้านชวนคนมาชุมนุมหรือหาก กดไลก์ก็ถือว่ามีความผิดเช่นกัน เพราะกระจายข่าวโดยคอมพิวเตอร์ แม้จะไม่ได้เป็นผู้เขียนขึ้นเองก็ตาม



สมยศประชุมจัดคืนความสุข

เวลา 13.30 น. ที่บช.น. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผบ.ตร. ดูแลงานด้านความมั่นคง พร้อมด้วย พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ต.อำนวย พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมหารือเพื่อจัดงานสร้างความสุขคืนสู่ ประชาชนตั้งแต่เวลา 15.00 - 20.00 น. ในวันที่ 15 มิ.ย. ที่สวนลุมพินี ตามนโยบายคสช. โดยใน งานจะมีการแสดงดนตรีของศิลปินนักร้อง นักแสดงรับเชิญจำนวนมาก นอกจากนี้ยัง กิจกรรมอื่นๆ ที่ทาง กทม.และตำรวจได้จัดเตรียมไว้ อย่างการดูแลรักษาสุขภาพจากแพทย์ร.พ.ตร. และมีอาหารเครื่องดื่มให้รับประทานฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้จะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 12 มิ.ย. เวลา 11.00 น. ที่บช.น.ต่อไป

เมื่อถามว่ากังวลถึงผู้ชุมนุมไปแสดงสัญลักษณ์คัดค้าน หรือไม่ พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า เชื่อว่าจะไม่มี เพราะชื่องานก็บอกแล้วคืนความสุขให้ประชาชน



ยันดูแลผู้ชุมนุมแบบละมุนละม่อม

พล.ต.อ. สมยศยังกล่าวถึงการดูแลผู้ชุมนุมคัดค้านว่า มาตรการต่างๆ ที่ใช้ดูแลกลุ่ม ผู้ชุมนุมหรือผู้มีความเห็นต่าง สามารถดำเนินการไปได้ด้วยความเรียบร้อย แม้จะมีผู้ชุมนุมมาแสดงสัญลักษณ์ที่บริเวณห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนและหน้า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

"เราปฏิบัติกับผู้ชุมนุมด้วยวิธีการละมุน ละม่อม ถึงแม้จะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ก็จะปฏิบัติหน้าที่การบังคับใช้กฎหมายจากเบาไปหาหนัก และทำความเข้าใจพูดคุย ซึ่งถือว่าได้ประโยชน์มาก เพราะสิ่งที่ผู้ชุมนุมได้รับฟังมาเข้าใจแตกต่างกัน จึงได้ให้ข้อมูลเพื่อที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงทัศนคติได้ต่อไป" รองผบ.ตร. กล่าว



คสช.ประกาศใช้กม.ลูกรธน.

เมื่อเวลา 15.15 น. คสช.ออกประกาศฉบับที่ 57/2557 เรื่องการกำหนดเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้บางฉบับมีผลบังคับใช้ คือ 1.พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. ให้มีผลใช้ต่อไปจนกว่าจะมีกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิก แต่ให้ยกเลิกการเลือกตั้ง ส.ส. และส.ว.ชั่วคราวก่อน ทั้งนี้ ให้กกต.มีอำนาจกำหนดหรือขยายเวลายื่นบัญชีรายรับรายจ่ายของของผู้สมัครส.ว. ได้ตามที่เห็นสมควร 2.ให้พ.ร.บ. พรรคการเมือง พ.ศ.2550 มีผลบังคับใช้ต่อไปจนกว่าจะมีกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิก ทั้งนี้ ห้ามไม่ให้พรรคการเมืองจัดประชุมหรือดำเนินกิจการใดๆ ทางการเมือง ระงับการจัดตั้งหรือจดทะเบียนพรรค รวมทั้งระงับการจัดสรรเงินสนับสนุนแก่พรรคของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการ เมืองไว้ชั่วคราวด้วย

3.ให้พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2552 มีผลบังคับใช้ต่อเนื่องจนกว่าจะมีกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิก 4.คำร้อง สำนวนหรืออรรถคดีที่อยู่ระหว่างดำเนินการของกกต. นายทะเบียนพรรคการเมืองหรือศาลก่อนวันที่ 22 พ.ค. 2557 ให้ยังวินิจฉัยต่อไป 5.ให้ศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยคดีการเลือกตั้งและการเพิกถอนสิทธิเลือก ตั้ง ส.ส.หรือ ส.ว. โดยให้เป็นไปตามระเบียบที่ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกากำหนด โดยใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยเร็ว ส่วนที่กกต.ประกาศผลเลือกตั้งแล้ว ถ้ากกต.เห็นควรให้เพิกถอนสิทธิผู้สมัครส.ว.ให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อ วินิจฉัย



ให้กกต.จัดเลือกตั้งท้องถิ่นต่อ

คสช.ออก ประกาศฉบับที่ 58/2557 เรื่องการพิจารณาและวินิจฉัยคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งและการเพิกถอนการเลือก ตั้ง ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นว่า กรณีประกาศผลเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น และศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาครับคำร้องของกกต. ที่ขอให้วินิจฉัยให้เลือกตั้งใหม่ หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นผู้ใด ให้ศาลอุทธรณ์ยังคงมีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยต่อไป และเมื่อศาลรับคำร้องแล้ว สมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นผู้นั้นจะปฏิบัติหน้าที่ต่อไปไม่ได้ จนกว่าศาลจะมีคำสั่งยกคำร้อง แต่หากมีคำสั่งให้เ