ครบทุกรส สดทุกเรื่อง



"คสช." เรียก "พล.อ.บุญเลิศ-วีระ สมความคิด" รายงานตัว หลังจัดกิจกรรมเข้าข่ายโยงการเมือง
Font Size  

วันที่ 06 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 เวลา 19:59 น.
 เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 6 ก.ค. พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบกในฐานะทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่ทาง คสช. ได้พยายามขอความร่วมมือให้บุคคลทั่วไป หลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรม ที่เข้าข่ายที่อาจทำให้สังคมมองได้ว่าเป็นการจัดกิจกรรมทางการเมืองในช่วงนี้นั้น ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจพบว่ามีบางบุคคลได้รวมกลุ่มกันจัดกิจกรรมในลักษณะที่อาจเข้าข่ายดังกล่าวได้ณบริเวณ สนามม้านางเลิ้ง โดยที่ไม่ได้มีการแจ้งบอกกล่าวหรือ ขออนุญาติจาก คสช.  ซึ่งจากกรณีดังกล่าวนี้อาจเป็นไปได้ที่ทางเจ้าหน้าที่จำเป็นจะต้องขอเรียกตัว เพื่อเชิญผู้เกี่ยวข้องในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้มาพบต่อไป เพราะถือว่าไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่ คสช.ได้ขอความร่วมมือเอาไว้

 ก่อนหน้านี้ เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมปฏิพัทธ์ภูบาล ราชตฤณมัยสมาคม พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ อดีตประธานองค์การพิทักษ์สยาม เป็นประธานจัดงาน"อิสรีย์แห่งวีระ"ต้อนรับนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) และแกนนำภาคีเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ ที่ได้รับการปล่อยตัว โดยมีบุคคลในครอบครัวนายวีระ บุคคลใกล้ชิด รวมทั้งแนวร่วมในการเคลื่อนไหวกลุ่มต่างๆ อาทิ พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ แกนนำกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตส.ว.สรรหา นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ นางรสนา โตสิตระกูล อดีตส.ว.สรรหา ร่วมงานโดยบรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น

โดยนายวีระ ให้สัมภาษณ์ก่อนเริ่มงานว่า รู้สึกดีใจที่มีคนรักและห่วงใย โดยเฉพาะพล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ จัดงานต้อนรับ ซึ่งวันนี้ตนจะพูดถึงชีวิตที่ถูกคุมขังแต่จะไม่ขอพูดเรื่องการเมือง เนื่องจากมีผู้ใหญ่ขอไว้ เพราะหากพูดอาจกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และแผนความปรองดองรวมถึงการปฏิรูปที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ดำเนินการอยู่ และหลังจากนี้จะทำงานที่ค้างอยู่ให้แล้วเสร็จ ในฐานะเลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.) และแกนนำภาคีเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ โดยในสัปดาห์จะเข้าไปสะสางงานที่ค้างอยู่ สำหรับการทำงานปกป้องอธิปไตยไทยเบื้องต้นทหารยังคงทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งอยู่แล้ว หากยังเป็นอย่างนี้ต่อไปก็คงไม่ขอเข้าไปยุ่ง แต่ถ้าทหารปล่อยปละละเลย ให้มีปัญหาขึ้นมาอีกก็ต้องเข้าไปช่วย

เมื่อถามว่าจะเดินทางเข้าพบเพื่อขอบคุณพล.อ.ประยุทธจันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และหันหน้าคสช.ที่ได้ประสานความช่วยเหลือออกจากเรือนจำอีกหรือไม่ นายวีระ กล่าวว่า หากมีเวลาจะเข้าไปขอบคุณด้วยตัวเอง แต่ช่วงนี้คงต้องรอก่อน เพราะหัวหน้าคสช.ยังติดภารกิจ ต่อข้อถามถึงสาเหตุที่ได้รับการปล่อยตัว นายวีระ กล่าวว่า อาจเป็นเพราะสถานการณ์การเมืองที่เปลี่ยนไป และทางกัมพูชาคงอยากฟื้นความสัมพันธ์กับคสช. ซึ่งตนเชื่อว่าน่าจะมีอีกหลายสาเหตุมากกว่านั้น คงไม่ใช่เรื่องนี้เพียงเรื่องเดียว ส่วนจะเป็นสาเหตุใดนั้นไม่ทราบ

เมื่อถามว่าที่ผ่านมารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ประสานความช่วยเหลืออย่างเต็มที่หรือไม่ นายวีระ กล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องไปถามกับสองรัฐบาลเอง แต่เท่าที่เห็นคิดว่าทั้งสองรัฐบาลไม่ค่อยจริงใจในการช่วยเหลือ หากจริงใจช่วยเหลือ น่าจะดำเนินการได้ดีกว่านี้ และรู้สึกว่ารัฐบาลในขณะที่ตนถูกควบคุมตัวไม่ทำหน้าที่อย่างจริงจังตั้งแต่ต้นและปล่อยให้ตนถูกจับตัวไปดำเนินคดี

"ยืนยันว่ารายละเอียดทั้งหมดจะเปิดเผยแน่นอนแต่ขอให้ถึงเวลาที่เหมาะสม และจะเล่าตั้งแต่วินาทีแรกที่ไปตรง และใครเป็นคนริเริ่มความคิดดังกล่าว แต่ที่ยังไม่พูดตอนนี้เพราะไม่อยากให้กระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมถึงนโยบายปรองดอง และการปฏิรูปที่คสช.กำลังดำเนินการอยู่เมื่อมีคนขอร้องผมไม่ให้พูดตอนนี้ เพราะท่านอุตสาช่วยผม ขอแค่นี้ทำไมจะทำให้ท่านไม่ได้"นายวีระ กล่าว

นายวีระ กล่าวต่อว่า นับตั้งแต่ถูกคุมขังมาไม่เคยพบเจ้าหน้าที่ของกัมพูชาเลย ยกเว้นเมื่อครั้งนายเขียว กันหฤทธิ์ รมว.กระทรวงข่าวสารและโฆษกพรรคซีพีพี ที่เดินทางไปต้อนรับนายกษิต ภิรมย์ อดีตรมว.ต่างประเทศ ที่เดินทางเข้าเยี่ยมตนที่จำเปรย์ซอว์ เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2554 โดยนั่งฟังตนพูดกับนายกษิต แต่ไม่ได้พูดอะไรสักคำ ทั้งนี้ยอมที่เท่าอยู่ในเรือนจำได้รับอำนวยความสะดวกอย่างเสียมิได้

ล่าสุด คสช. มีคำสั่งเรียกพล.อ.บุญเลิศ และนายวีระ เข้ารายงานตัวแล้วในวันที่ 6 ก.ค. เวลา 10.00 - 12.00 น. ที่หอประชุม ทบ.เทเวศร์