ครบทุกรส สดทุกเรื่อง



ฮือฮา! หนุ่มนศ.วัย 19 ทุ่ม 25 ล้าน ประมูลทะเบียนสวย 1 กก 1111 ติดเก๋งราคา 4.8 แสน
Font Size  

วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2557 เวลา 14:29 น.
 กรมการขนส่งทางบก มอบป้ายทะเบียนประวัติศาสตร์ 1 กก 1111 มูลค่า 25 ล้านบาท ให้ เจมส์-ธนภัทร ทายาทนักธุรกิจดังเมืองชลฯ แต่ทำเก๋ นำป้ายติดรถนิสสัน คันละ 5 แสนบาท ด้านขนส่ง เตรียมขนทะเบียนเลขสวย หมวด 2 กก 222 ประมูลต่อ ต้นปีหน้า คาดกระแสตอบรับคึกคัก
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 30 ก.ย. ที่กรมการขนส่งทางบก(ขบ.) นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เป็นประธานมอบป้ายทะเบียนรถสวย กรุงเทพมหานคร หมวด 1 กก 1111 ให้แก่ นายธนภัทร ตันติเสเวกุล หรือ เจมส์ นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี4 มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) วัย 19 ปี ทายาทนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังจากจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูลเลขสวยที่ทำสถิติประมูลซื้อมาด้วยราคาสูงที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ในรอบ 11 ปี นับตั้งแต่ ขบ. เริ่มมีการเปิดประมูลเลขทะเบียนรถมาตั้งแต่ปี 2546 ที่ 25 ล้านบาท ทำลายสถิติราคาประมูลเดิม ในหมวด ญญ 9999 ที่ราคา 11 ล้านบาทด้วย

 ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบก ยังให้สิทธินายธนภัทรออกแบบแผ่นป้ายกราฟฟิกได้เอง โดยได้เลือกแบบป้ายกราฟฟิกเป็น ม้าจำนวน 8 ตัว วิ่งบนสายน้ำ แห่งอัญมณีทั้งเก้า ซึ่งมีความหมายแสดงถึงความเป็นมงคลและการมีโชคดี มีโชคลาภ มั่งคั่งและมั่นคง โดยในการเดินทางมารับมอบทะเบียนสวยครั้งนี้ นายธนภัทรได้นำรถเก๋ง ยี่ห้อนิสสัน รุ่นอัลเมร่า สีขาวมาติดทะเบียนดังกล่าว โดยป้ายทะเบียนดังกล่าวนั้น ได้มีการประมูลมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ที่ผ่านมา และมีการนำเงินมาชำระและรับมอบเมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา

 นายอัฌษไธค์ กล่าวว่า รายได้จากการประมูลเลขสวยทั้งหมด ขบ. จะนำเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) เพื่อนำมาใช้รณรงค์อุบัติเหตุทางถนน และจัดกิจกรรมปลูกจิตสำนึกด้านการขับขี่ปลอดภัย และที่เงินอีกส่วนหนึ่งยังนำไปช่วยเหลือผู้พิการที่ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนนแล้วกว่า 321 ล้านบาท สำหรับไฮไลต์การประมูลปีหน้ากรมการขนส่งทางบก ยังจะมีการนำป้ายทะเบียนเลขสวยออกมาให้ประมูลเหมือนเดิม ทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค โดยมีไฮไลต์เป็นหมวด 2 กก 2222 ที่จะประมูลช่วงเดือนก.พ.นี้ ซึ่งคาดว่าจะได้รับกระแสตอบรับดีเช่นกัน ส่วนไฮไลต์ใหญ่ หมวด 9 กก 9999 จะประมูลอีกที 7 ปี ข้างหน้า  

 นายธนภัทร กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ชนะการประมูลเลขทะเบียนหมวดนี้ และถือว่าได้มาราคาไม่แพง เพราะที่จริงเตรียมเงินประมูลไว้สูงถึง 50 ล้านบาท เหตุผลที่ยอมนำเงินจำนวนมากมาซื้อป้ายทะเบียนดังกล่าวเนื่องจากพยัญชนะหมวด ก ถือเป็นพยัญชนะไทยตัวแรก ส่วนเลข 1 ซึ่งป้ายนี้เหมือนมีเลข 1 เจ็ดตัว มีความหมายดีมากหมายถึงเป็นที่หนึ่ง โดยเมื่อประมูลได้มาแล้วก็ตั้งใจจะมาใช้เอง เพราะที่ผ่านมาครอบครัวชื่นชอบทะเบียนเลขสวยอยู่แล้ว ไม่ได้มาประมูลเพื่อนำไปเก็งกำไรและขายต่อ แม้ตอนนี้จะมีคนมาขอซื้อต่อ 33 ล้านบาทแล้วก็ตาม

 ส่วนการที่เลือกรถเก๋งนิสสัน อัลเมร่า ซึ่งเป็นรถที่มีราคาถูกกว่าป้ายทะเบียนที่ประมูลมาก มาติดป้ายทะเบียนประวัติศาสตร์นี้ เพราะอยากให้เห็นว่าไม่ว่ารถยี่ห้ออะไร จะถูกหรือแพงก็สามารถติดป้ายทะเบียนเลขดีเลขสวยได้ และอีกอย่างตนก็ชอบรถรุ่นนี้ เพราะมีรูปทรงที่สวยอยู่แล้ว และตั้งใจนำมาใช้เองนับจากนี้ด้วย

 “ที่ผ่านมา ที่บ้านได้มีความสนใจที่จะเข้ามาร่วมประมูลป้ายทะเบียนเลขมงคล กับกรมการขนส่งทางบกมาอยู่แล้ว โดยเคยได้ร่วมประมูลทั้งป้ายทะเบียนมงคล กรุงเทพมหานคร และ ป้ายทะเบียนมงคล ของจังหวัดชลบุรี จนขณะนี้มีป้ายทะเบียนมงคลมากกว่า 10 แผ่นป้ายทะเบียน มีทะเบียนที่ประมูลมาต่ำสุดคือ 1 กก 5115 กรุงเทพมหนานคร ที่ 130,000 บาท และสูงสุด คือ  1 กก 1111 ที่ราคา 25 ล้านบาท โดยการประมูลครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์ที่ตนและครอบครัวจะได้ร่วมทำบุญให้กับสังคม เนื่องจากเงินที่ประมูลจะเข้า กปภ. เพื่อนำมาใช้รณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนนและจัดกิจกรรมปลูกจิตสำนึกด้านการขับขี่ที่ปลอดภัย”

 นายธนภัทรกล่าวว่าทะเบียนนี้ได้นำมาติดรถยนต์นิสสัน อัลเมร่า รุ่น อี-ซีวีที ราคาประมาณ 4.8 แสนบาท ซึ่งสามารถนำมาซื้อรถยนต์นิสสัน อัลเมร่า ได้มากถึง 50 คัน และที่ผ่านมา มีคนมาขอเสนอซื้อมาแล้ว 33 ล้านบาท แต่ไม่ขาย แต่หากได้ถึง 50 ล้านบาท ก็ไม่แน่ โดยที่ตนและครอบครัวได้เข้าร่วมประมูลป้ายทะเบียนบ่อยครั้ง อาทิ หมวด ศฐ 1111 ศฐ 5555

 ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า เป็นญาติกับป้าเช็ง หรือ นางศิริวรรณ ศิริสุนทรินทร์ อายุ 72 ปี เจ้าของน้ำหมักมหาบำบัด และเคเบิลทีวีเมืองปทุมธานี ช่องซูเปอร์เช็งว่า ไม่ทราบว่าข่าวนั้นมาจากไหน เมื่อถามว่าที่บ้านทำธุรกิจอสังหาฯ บริษัทอะไร ก็ได้แจงว่า ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด แต่ยืนยันว่าหลังจากนี้มีแผนเข้ามาร่วมประมูลป้ายทะเบียนอื่นต่อ โดยมีเลขในใจแล้ว แต่ไม่อยากบอกล่วงหน้า เพราะกลัวราคาจะพุ่งขึ้น