ครบทุกรส สดทุกเรื่อง



"บิ๊กเสือ"โผล่ที่พัทยา โต้ป่วย! ยันยังฟิต - พิเชฏฐ์ ลั่นไม่เคยคิดหวังทรัพย์สมบัติ
Font Size  

วันที่ 08 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 เวลา 10:21 น.
"บิ๊กเสือ"โผล่รีสอร์ตที่พัทยา แถลงโชว์ตัวสื่อ ยืนยันยังแข็งแรง เพราะเดินออกกำลังทุกเช้า วันละ 3-4 กิโลเมตรทั้งยังทำหน้าที่องคมนตรีตามปกติ เข้ากรุงเทพฯ มาประชุมทุกวันอังคาร ด้าน "พิเชฏฐ์"ลูกชาย โต้ข่าว "บิ๊กเสือ" ตัดสัมพันธ์พ่อ-ลูก เผยที่ผ่านมาตอนอยู่สหรัฐ มีการส่งการ์ดและโทร.ติดต่อพูดคุยให้กำลังใจกันตลอด ยันกลับมาอยู่เมืองไทย เพราะต้องการมาดูแลพ่อที่ล้มป่วย ไม่เคยคิดหวังเรื่องทรัพย์สมบัติ สงสัยทำไมญาติฝ่ายพ่อถึงกีดกันไม่ให้พบ



จากเหตุการณ์วุ่นๆ ภายในครอบครัว "กุลละวณิชย์" กรณีนายพิเชฏฐ์ กุลละวณิชย์ อายุ 55 ปี ลูกชายของพล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ หรือ "บิ๊กเสือ" อายุ 82 ปี องคมนตรีและอดีตรองผบ.สส. ที่เกิดกับนางอรุณี อดีตภริยา นำเอกสารหลักฐานเข้าร้องเรียนกับหนังสือพิมพ์ "ข่าวสด" ว่าตนเองถูกญาติฝ่ายพ่อและนายทหารติดตามกีดกันไม่ให้พบพล.อ.พิจิตร ซึ่งปัจจุบันมีอาการป่วยโรคสมองฝ่อ และถูกพาหายตัวไปจากบ้านพักย่านรามอินทรา ตั้งแต่ปลายปี 2557 โดยไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ใด นอกจากนี้ยังพบว่าเงิน ในบัญชีธนาคาร 9 บัญชีของพล.อ.พิจิตร ถูกเบิกถอนออกไปรวมเกือบ 12 ล้านบาท ซึ่งต่อมาพล.อ.จรัล กุลละวณิชย์ อดีตเลขาธิการสมช. น้องชายของบิ๊กเสือ ระบุว่า พี่ชายได้ตัดขาดความเป็นพ่อลูกกับนายพิเชฏฐ์นานแล้ว และไม่ได้ติดต่อกันนานกว่า 40 ปี ตั้งแต่นายพิเชฏฐ์ไปอยู่ต่างประเทศ ทั้งยังยืนยันว่าขณะนี้พล.อ.พิจิตรยังสบายดี แต่ไม่ขอเปิดเผยว่าพักอยู่ที่ไหน ตามที่"ข่าวสด" เสนอข่าวไปนั้น



ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 7 ก.พ. นายพิเชฏฐ์ กุลละวณิชย์ เปิดเผยกับ "ข่าวสด" อีกครั้งว่า ตนเองถูกกล่าวหาจากญาติหลายคนว่ากลับมาจากสหรัฐแล้วมาทำให้ครอบครัววุ่นวายบ้าง ทำให้เสียชื่อเสียงบ้าง หรือหวังสมบัติของพ่อบ้าง จึงอยากชี้แจงว่าเป็นเรื่องเหลวไหลมาก ตนเคยได้ยินญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งพูดว่าเรื่องของครอบครัว ต้องอยู่เหนือความจริง หรือบางคนพูดว่าพ่อถูกโกงบ้างก็ไม่เป็นไร เพราะพวกเขาดูแลพ่อมา แสดงว่าแม้มีเรื่องราวไม่ถูกต้องก็พร้อมโกหกหรือปกปิดไว้ใช่หรือไม่ ซึ่งตนเห็นว่าไม่ถูกต้อง ทำไมสิทธิความเป็นลูกชายแท้ๆ ต้องถูกกีดกันเมื่อพูดความจริง 



นายพิเชฏฐ์กล่าวต่อว่า ที่บอกว่าตนกับพ่อตัดขาดความสัมพันธ์กันไปนานแล้ว ยิ่งเป็นเรื่องโกหก เพราะถึงตนจะไปอยู่สหรัฐ กว่า 40 ปี ตั้งแต่อายุ 14 แต่ก็ยังมีการติดต่อกันในฐานะพ่อลูกเสมอ บางครั้งพ่อก็ส่งการ์ดอวยพรมาให้ บางครั้งตนก็โทร.ไปคุยด้วย เมื่อปี 2551 ตอนอยู่นิวยอร์ก พ่อบินมาหา และยังได้พบกับลูกชายของตน ซึ่งเป็นหลานแท้ๆ เกิดที่สหรัฐ ตนยังขับรถพาพ่อไปร่วมงานครบรอบ 50 ปีของเวสต์ พอยท์ อคาเดมี หรือโรงเรียนทหารประจำสหรัฐ ที่พ่อเป็นศิษย์เก่าด้วย



"ช่วงที่เศรษฐกิจของสหรัฐตกต่ำ ผมประสบปัญหาทางการเงิน พ่อก็ยังโทร.มาให้กำลังใจ แต่ผมไม่เคยขอเงินพ่อสักบาทเดียว ล่าสุดเมื่อต้นปี 2557 พอทราบว่าพ่อป่วยหนัก ผมก็ตัดสินใจเลิกอยู่สหรัฐ กลับมาดูแลพ่อ ปัจจุบันผมทำงานมีเงินเดือนเลี้ยงดูตัวเองได้ ไม่มีเหตุผลที่จะเอาเงินของพ่อ แต่เมื่อผมตรวจสอบว่าเงินของพ่อหายไป ญาติๆ กลับกล่าวร้ายผม แต่ไม่มีใครคิดจะหาความจริง" ลูกชายบิ๊กเสือ ระบุ



นายพิเชฏฐ์ยังกล่าวว่า คนที่ออกมาบอกว่าพ่อยังสบายดี แต่ไม่บอกว่าอยู่ที่ไหน สังคมคงสงสัยในคำพูดที่คลุมเครือ พ่ออายุ 82 ปีแล้ว ต้องได้รับการรักษาต่อเนื่อง แต่นี่มาปกปิดความจริง เป็นเรื่องน่าเศร้าใจ ตนไม่มีเจตนาอย่างอื่นนอกจากอยากดูแลพ่อ แต่ทำไมถึงมีหลายคนพยายามขัดขวาง ยิ่งกีดกันตนและปิดบังความจริงเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้เรื่องเสื่อมเสียมากเท่านั้น



ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น. วันเดียวกัน ที่โรงแรมกาสะลอง รีสอร์ท แอนด์ สปา พัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นายบรรลือ กุลละวณิชย์ สมาชิกสภาเมืองพัทยา ซึ่งมีศักดิ์เป็นญาติลูกพี่ลูกน้องกับพล.อ.พิจิตร ได้พาพล.อ.พิจิตรพร้อมด้วยพ.อ.หญิง คุณหญิงวิมล กุลละวณิชย์ ภริยาของพล.อ.พิจิตร มาเปิดตัวแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน



พล.อ.พิจิตรเดินออกมาจากห้องพักในชุดเสื้อสีเหลืองตราสัญลักษณ์ ด้วยใบหน้าสดชื่นแจ่มใส และได้พูดทักทายสื่อมวลชนอย่างเป็นกันเอง พร้อมกับกล่าวว่า "ขอบคุณทุกคนที่มาเยี่ยมให้กำลังใจ เหมือนมาช่วยต่ออายุไปอีก 1-2 ปี ผมอายุมากแล้ว อยู่ได้ทุกวันนี้เพราะมีคนมาช่วยยืดเวลา การที่มีอายุยืนยาวได้นั้นเพราะมิตรสหายพยายามช่วยต่ออายุให้เรา ผมเริ่มคิดเรื่องนี้มา 20 ปีแล้ว ตอนอายุ 60 คิดว่าเราจะอยู่ได้อีกกี่ปี เพราะการมีอายุยืนยาวได้ต้องอาศัยบุญ ตอนแรกคิดว่าจะอยู่ได้ไม่นานเท่าไร แต่ปัจจุบันก็อยู่มาได้ถึง 80 ปีแล้ว"



พล.อ.พิจิตรกล่าวด้วยว่า ปกติช่วง เช้าตรู่ตนจะออกกำลังกายด้วยการเดินประมาณ 3-4 กิโลเมตรเป็นประจำทุกวัน ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง นอกจากนี้พล.อ.พิจิตรยังกล่าวฝากไปถึงน้องๆ ทหารทุกคนว่ายังคิดถึงเหมือนเดิม เพราะตนเองเคยฝึกแรงเยอร์มาก่อน ทำให้รู้จักทหารรุ่นน้องมากมาย ขอให้ทุกคนมีจิตใจมั่นคงและประกอบคุณงามความดีที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองและแผ่นดิน 



จากนั้นพล.อ.พิจิตรยังได้ชู 2 นิ้ว และทำท่าตั้งการ์ดเหมือนนักมวย เพื่อแสดงให้เห็นว่ายังแข็งแรงดีอยู่ ทั้งยังได้ร้องเพลง "พรานทะเล" ให้สื่อมวลชนฟังด้วย



ด้านนายบรรลือ กุลละวณิชย์ กล่าวว่า พล.อ.พิจิตรมาพักผ่อนตากอากาศในเมืองพัทยาได้ประมาณ 2 เดือนแล้ว แต่จะกลับไปปฏิบัติภารกิจที่กรุงเทพฯ ทุกวันอังคาร เพราะมีการประชุมองคมนตรี และยังไปตรวจร่างกายตามแพทย์นัดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าอยู่สม่ำเสมอ ล่าสุดแพทย์วินิจฉัยว่าไม่มีโรคแทรกซ้อน หรืออาการป่วยใดๆ สุขภาพร่างกายก็เป็นไปตามความชราภาพ แต่ที่ลูกสะบ้าหัวเข่าซ้ายมีปัญหา เนื่องจากได้รับการผ่าตัด และยังเดินนานไม่ได้ เพราะจะมีอาการปวดเมื่อย ในวันจันทร์ที่ 9 ก.พ.นี้ พล.อ.พิจิตรจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ เพื่อเตรียมร่วมประชุมองคมนตรีวันอังคาร ส่วนเรื่องลูกชายนั้น ไม่อยากให้ท่านทราบเรื่อง เพราะเกรงจะเกิดความไม่สบายใจ แต่โดยรวมท่านยังแข็งแรงดี ยังรับประทานอาหารได้ตามปกติ โดยเฉพาะเมนูน้ำพริก ท่านจะชอบรับประทานเป็นอย่างมาก และต้องมีเมนูนี้ทุกมื้อ