ปฏิทินพระพุทธเมตตาประทานพร ปี 2562

ปฏิทินพระพุทธเมตตาประทานพร ปี 2562

ปฏิทินพระพุทธเมตตาประทานพร ปี 2562

ปฏิทินพระพุทธเมตตาประทานพร ปี 2562 – หนึ่งเดียวในโลก! ครั้งแรกในประวัติศาสตร์! จารึกพระคาถา ธัมมจักกัปปวัตนสูตร ปฏิทินพระพุทธเมตตาประทานพร ปีพุทธศักราช ๒๕๖๒ รังสรรค์ขึ้นโดย พระเดชพระคุณ พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม ได้อัญเชิญองค์พระพุทธเมตตาประทานพรศักดิ์สิทธิ์ พระประธานวิหารหลวงพ่อพูล ประดิษฐานไว้ ณ ใจกลางปฏิทิน

ทั้งนี้ เนื่องเพราะ พระพุทธเมตตาประทานพร มีประวัติความเป็นมา กล่าวคือ เมื่อปีพ.ศ.๒๕๕๐ หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ได้ออกเดินทางไปจาริกแสวงบุญ ณ ดินแดนพุทธภูมิ ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงตรัสรู้ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ มหาเจดีย์พุทธคยา อำเภอคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย

สืบเนื่องทุกปีหลวงพี่น้ำฝน เดินทางไปที่ต้นพระศรีมหาโพธิ์ เพื่อสวดเจริญพระพุทธมนต์ จวบจน พ.ศ.๒๕๕๗ หลวงพี่น้ำฝน ได้นำรูปเหมือนหลวงพ่อพูล นั่งแท่นหนุมาน เข้าร่วมพิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์ วันดังกล่าว เกิดนิมิตจากหลวงพ่อพูล ดลบันดาลมาบอกให้หลวงพี่น้ำฝนสร้างพระพุทธเมตตาศักดิ์สิทธิ์ องค์ที่ประดิษฐานในพระมหาเจดีย์พุทธคยาแห่งนี้นำไปหล่อสร้างขึ้น เพื่อสถิตเป็นพระประธานในวิหารหลวงพ่อพูลสืบต่อไป

จากนั้นหลวงพี่น้ำฝน ตั้งจิตอธิษฐาน น้อมนำนิมิตของหลวงพ่อพูล มาเนรมิตสร้างขึ้นเป็นพระพุทธเมตตา โดยขึ้นแบบเป็นพระพุทธเมตตาประทานพร เพื่อให้ผู้ที่มากราบไหว้สักการะบูชา ได้สำเร็จสมปรารถนา ตามที่มาขอพรทุกประการ

ปัจจุบันพระพุทธเมตตา ซึ่งเป็นพระประธานในพระมหาเจดีย์พุทธคยา ที่อยู่คู่กับต้นพระศรีมหาโพธิ์ เสมือนหนึ่งเป็นตัวเเทนแห่งการระลึกถึงพระเมตตาคุณของพระพุทธองค์ ที่เมื่อทรงตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว ได้เมตตาโปรดสั่งสอนไวนัยสัตว์ทั้งเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ให้ได้รู้ตามคำสั่งสอนของพระองค์ ซึ่งได้ผ่านกาลเวลามายาวนาน จนเป็นหนึ่งในจุดหมายของการเดินทางจาริกธรรมแสวงบุญของพุทธศาสนิกชนทุกสารทิศ จากทุกนิกาย หลากหลายวิถีปฏิบัติ ต่างเชื้อชาติ ต่างภาษา ทั่วโลก ซึ่งต่างมุ่งเดินทางสู่พุทธคยา เพื่อจักได้เจริญจิตภาวนา สวดมนต์ปฏิบัติบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อันเป็นการบูชาสูงสุดในทางพระพุทธศาสนาสืบต่อมาจวบจนทุกวันนี้

จากนั้น เมื่อหลวงพี่น้ำฝนเดินทางกลับถึงประเทศไทย ได้ดำเนินการรังสรรค์พระพุทธเมตตาประทานพร ตามแบบพุทธศิลป์ปาละ อินเดีย พระพักตร์เหลี่ยม พระนลาฎ หน้าผากกว้าง มีพระอุณาโลม ระหว่างคิ้ว พระขนง คิ้วโก่งแบบปีกนก พระนาสิก จมูกโด่งเป็นสัน พระโอษฐ์ ปากกว้าง พระกรรณ หูใบหูใหญ่ยาว พระหนุ คางโค้งมน เม็ดพระศก ผมและพระเมาลี ขมวดก้นหอยยอดพระรัศมีเป็นทรงดอกบัวตูม พระศอ คอ มีเส้นเป็นปล้อง ๓ เส้น

จีวรเป็นริ้ว พาดด้วยสังฆาฏิ ปลายสังฆาฏิเป็นรูปเขี้ยวตะขาบ ห้อยต่ำเลยพระอุระเล็กน้อย พระหัตถ์ มือด้านขวายกเสมอพระอุระ ตั้งฝ่าพระหัตถ์ไปเบื้องหน้า นิ้วพระหัตถ์ทั้ง ๕ เรียงชิดติดกัน พระหัตถ์ มือ ด้านซ้าย วางบนพระเพลา หน้าตัก ประทับนั่งบนแท่นบัลลังก์ ปัทมอาสน์ บัวมีลวดลายดอกประจำยาม มีฐานเรียงรองรับอยู่ด้านล่าง

หลังพระเศียร มีประภามณฑล พระรัศมี แบบศิรประภา คือ รัศมีที่เปล่งออกรอบพระเศียร เป็นรูปทรงกลม มีเส้นพระรัศมีรอบทรงกลม ดูงดงามเปี่ยมพลังพุทธคุณยิ่งนัก

พระเนตร ดวงตาเหลือบมองเบื้องล่าง พระพักตร์โดยรวมอิ่มเอิบ เปี่ยมเมตตา พระหัตถ์ขวายกเสมอพระอุระ เพื่อประทานพร ขนาดหน้าตักกว้าง ๕ เมตร สูง ๗ เมตร

พระพุทธเมตตาประทานพร เหลืองอร่ามปิดทองแท้ทั้งองค์ เมื่อมองเต็มองค์ปรากฏพลังแห่งรัศมีในทุกมิติ ทุกมุมมอง สะท้อนเปล่งประกาย เจิดจรัสดูงามตา ยิ่งพิศยิ่งงาม เปี่ยมความเมตตา ประทานพรสู่ผู้ที่กราบไหว้บูชา มีความเป็นมหาบุญ ที่อบอุ่นใจ มีความเป็นสิริมงคลอย่างยิ่งยวด

พระพุทธเมตตาประทานพร ในส่วนของฐาน ประกอบด้วยลาย ๑๒ นักษัตร ฐานชั้นที่ ๑ ดอกไม้ทิพยมงคล ช่อมาลาเรียงร้อยด้วย ดอกมณฑารพ ซึ่งถือเป็นดอกไม้ทิพย์ แห่งสรวงสวรรค์ที่ไม่มีในโลกมนุษย์

สำหรับดอกไม้ทิพย์นี้จะปรากฏเฉพาะตอนที่มีสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นกับพระพุทธเจ้า เช่น วันประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน วันจาตุรงคสันนิบาต วันที่ทรงแสดงพระธัมมจักกัปปวัตนสูตร เป็นต้น ซึ่งเทพเทวดาจะบันดาลให้ดอกมณฑารพตกลงมาจากเทวโลก

ฐานชั้นที่ ๒ ลายลูกฟัก ประกอบด้วย ๑๒ นักษัตร สื่อความหมายถึงพุทธบารมีแห่งองค์พระพุทธเมตตาประทานพร ที่ทรงปกปักรักษาหนุนดวงคุ้มภัย เสริมบารมีให้ก่อเกิดสิริมงคลอันจะนำมาซึ่งความสุข ความสงบแห่งชีวิตอย่างถ่องแท้

ฐานชั้นที่ ๓ ลายดอกพุดตาน ตามความเชื่อว่าเป็นไม้มงคล เพราะมีดอกเปลี่ยนสีได้ถึง ๓ สี ดังกล่าว ซึ่งเปรียบเสมือนกับชีวิตคนที่เกิดมาเป็นเด็กแล้วโตขึ้นเป็นหนุ่ม และแก่เฒ่าตามวัฏจักรของชีวิตเหมือนสีของดอก “พุดตาน” ที่เมื่อแรกบานจะเป็นสีขาวบริสุทธิ์เปรียบได้กับเด็กไร้เดียงสา แล้วเปลี่ยนเป็นสีชมพูสดใสดุจคนหนุ่มสาววัยร่าเริง และสุดท้ายจะเป็นสีแดงเข้มก่อนร่วงโรยจากต้นเหมือนคนแก่วัยชรา ยังให้ระลึกถึงสัจธรรมแห่งชีวิต ว่าควรประกอบด้วยกรรมอันดีให้ชีวิตนั้นมีความงดงาม

เมื่อพระพุทธเมตตาประทานพร ปิดทองแท้ทั้งองค์แล้วไซร์ พร้อมฐานที่มีความหมาย ในลวดลายดอกไม้มงคล และลาย ๑๒ นักษัตร เพื่อให้บังเกิดความศักดิ์สิทธิ์สง่างาม สมนามพระพุทธเมตตาประทานพร ที่สถิตประดิษฐานคู่วิหารสังขารหลวงพ่อพูล อมตะเถราจารย์ เปี่ยมเมตตา เคียงคู่ล้ำค่า เหนือสุดแห่งบารมีศักดิ์สิทธิ์ พุทธศาสนิกชนขอพรสำเร็จสมปรารถนา อมตะคู่บ้านคู่เมืองเป็นนิตย์นิรันดร์กาล

คุณวิเศษปฏิทินพระพุทธเมตตาประทานพร ปีพุทธศักราช ๒๕๖๒ นอกจากองค์พระพุทธเมตตาประทานพรศักดิ์สิทธิ์ ล้อมรอบองค์พระทั้ง ๔ ด้าน จารึกภาษาบาลี บทสวดมนต์ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เต็มบท ครั้งแรก หนึ่งเดียวในโลก พิเศษสุดซึ่งไม่เคยมีใครทำมาก่อนอย่างแน่นอน

บทสวดธัมมจักกัปปวัตนสูตรนี้ ถ้าท่านใดได้สวดจะทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง ไม่ว่าจะเป็นกิจการงานแขนงไหนที่ทำอยู่จะมีความเจริญก้าวหน้า เพราะว่าบทสวดธัมมจักกัปปวัตนสูตรเป็นพระธรรมเทศนากัณฑ์แรกที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงโปรดปัญจวคีย์ และยังเป็นวงล้อที่หมุนเป็นครั้งแรกของพระพุทธศาสนา นอกจากนี้ยังจะเป็นการเปลื้องทุกข์ภัยต่างๆ นานา สิ่งร้ายจะกลายเป็นดีและทำให้มีอายุยืน มีความสุขกาย สุขใจ ปราศจากทุกข์โศกโรคภัย

เนื้อความที่จารึกอยู่บนปฏิทินพระพุทธเมตตาประทานพรนี้ มีความสมบูรณ์ เป็นพระคาถาครบถ้วนทุกท่อนในแบบฉบับธัมมจักกัปปวัตนสูตรเต็มองค์ จารึกอยู่โดยรอบ “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” คาถาบทนี้มีเนื้อหาโดยย่อกล่าวว่า เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จถึงป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงกรุงพาราณสีแล้ว ครั้งแรกภิกษุปัญจวัคคีย์ แสดงอาการกระด้างกระเดื่อง แต่เมื่อทรงเตือนให้นึกถึงว่า เมื่อก่อนพระองค์ไม่เคยตรัสบอกเลยว่าตรัสรู้

บัดนี้ตรัสบอกแล้ว จึงควรตั้งใจฟัง ก็พากันตั้งใจฟัง พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงแสดงธัมมจักกัปปวัตตนสูตร โดยมีความตอนที่เกี่ยวข้องกับคำจารึกแปลได้ว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ดวงตา ญาณ ปัญญา วิชชา แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่เราในธรรมทั้งหลายที่เราไม่เคยฟังมาก่อนว่า นี้ทุกขอริยสัจ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ดวงตา ญาณ ปัญญา วิชชา แสงสว่าง ได้เกิดขึ้นแล้วแก่เราในธรรมทั้งหลายที่เราไม่เคยฟังมาก่อนว่า ทุกอริยสัจนี้นั้นแลความกำหนดรู้ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ดวงตา ญาณ ปัญญา วิชชา แสงสว่าง ได้เกิดขึ้นแล้วแก่เราในธรรมทั้งหลายที่เราไม่เคยฟังมาก่อนว่า ทุกขอริยสัจนี้นั้นแล เราก็ได้กำหนดรู้แล้ว ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ดวงตา ญาณ ปัญญา วิชชา แสงสว่าง ได้เกิดขึ้นแล้วแก่เราในธรรมทั้งหลายที่เราไม่เคยฟังมาก่อนว่า ทุกขสมุทยอริยสัจ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ดวงตา ญาณ ปัญญา วิชชา แสงสว่าง ได้เกิดขึ้นแล้วแก่เราในธรรมทั้งหลายที่เราไม่เคยฟังมาก่อนว่า

ทุกขสมุทยอริยสัจนี้นั้นแล ควรละเสีย ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ดวงตา ญาณ ปัญญา วิชชา แสงสว่าง ได้เกิดขึ้นแล้วแก่เราในธรรมทั้งหลายที่เราไม่เคยฟังมาก่อนว่า ทุกขสมุทยอริยสัจนี้นั้นแล เราได้ละแล้ว ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ดวงตา ญาณ ปัญญา วิชชา แสงสว่าง ได้เกิดขึ้นแล้วแก่เราในธรรมทั้งหลายที่เราไม่เคยฟังมาก่อนว่า ทุกขนิโรธอริยสัจนี้นั้นแล ควรทำให้แจ้ง ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ดวงตา ญาณ ปัญญา วิชชา แสงสว่าง ได้เกิดขึ้นแล้วแก่เราในธรรมทั้งหลายที่เราไม่เคยฟังมาก่อนว่า

ทุกขนิโรธอริยสัจนี้นั้นแล เราทำให้แจ้งแล้ว ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ดวงตา ญาณ ปัญญา วิชชา แสงสว่าง ได้เกิดขึ้นแล้วแก่เราในธรรมทั้งหลายที่เราไม่เคยฟังมาก่อนว่า นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ดวงตา ญาณ ปัญญา วิชชา แสงสว่าง ได้เกิดขึ้นแล้วแก่เราในธรรมทั้งหลายที่เราไม่เคยฟังมาก่อนว่า ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจนี้นั้นแล ควรให้เจริญ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ดวงตา ญาณ ปัญญา วิชชา แสงสว่าง ได้เกิดขึ้นแล้วแก่เราในธรรมทั้งหลายที่เราไม่เคยฟังมาก่อนว่า ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจนี้นั้นแล เราให้เจริญแล้ว”

นัยยะสำคัญเหตุที่นำบทสวดมนต์ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร มาสถิตไว้ล้อมพระพุทธเมตตาประทานพร สืบเนื่องมาจากสาเหตุที่ พระเดชพระคุณ หลวงพ่อพูล อัตตะรักโข ท่านละสังขารในวันวิสาขบูชา เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๔๘

วันวิสาขบูชาเกี่ยวเนื่องกับมนต์คาถาธัมมจักกัปปวัตตนสูตร พรรณาถึงพระอริยสัจ ๔ คาถาบทธัมมจักกัปปวัตตนสูตรนี้เป็นของพระพุทธเจ้า ประกอบด้วย อริยสัจ ๔ เมื่อหมุนธรรมจักร ๓ รอบ จะเกิดอาการ ๑๒ ประการของ สัจจญาณ กิจจญาณ และกตญาณ อย่างถ่องแท้ ดังตัวอย่าง บทสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เริ่มต้นที่ว่า…..

เอวัมเม สุตัง ฯ เอกัง สะมะยัง ภะคะวา พาราณะสิยัง วิหะระติ อิสิปะตะเน มิคะทาเย ฯ ตัตระ โข ภะคะวา ปัญจะวัคคิเย ภิกขู อามันเตสิ ฯ

เทวเม ภิกขะเว อันตา ปัพพะชิเตนะ นะ เสวิตัพพา โย จายัง กาเมสุ กามะสุขัลลิกานุโยโค หีโน คัมโม โปถุชชะนิโก อะนะริโย อะนัตถะสัญหิโต โย จายัง อัตตะกิละมะถานุโยโค ทุกโข อะนะริโย อะนัตถะสัญหิโต ฯ

เอเต เต ภิกขะเว อุโภ อันเต อะนุปะคัมมะ มัชฌิมา ปะฏิปะทา ตะถาคะเตนะ อะภิสัมพุทธา จักขุกะระณี ญาณะกะระณี อุปะสะมายะ อะภิญญายะ สัมโพธายะ นิพพานายะ สังวัตตะติ ฯ

กะตะมา จะ สา ภิกขะเว มัชฌิมา ปะฏิปะทา ตะถา คะเตนะ อะภิสัมพุทธา จักขุกะระณี ญาณะกะระณี อุปะสะมายะ อะภิญญายะ สัมโพธายะ นิพพานายะ สังวัตตะติ ฯ เป็นต้น

บทสวดธัมมจักกัปปวัตนสูตร มีคำแปล ยกตัวอย่างเฉกเช่น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้…… สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้พระนครพาราณสีณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุปัญจวัคคีย์มาแล้วตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ส่วนสุด๒ อย่างนี้ อันบรรพชิตไม่ควรเสพ (ส่วนสุด ๒ อย่างนั้นเป็นไฉน?)

คือ การประกอบตนให้พัวพันด้วยกามสุขในกามทั้งหลาย เป็นของเลว เป็นของชาวบ้าน เป็นของปุถุชน ไม่ประเสริฐไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ๑

การประกอบความลำบากแก่ตน เป็นทุกข์ ไม่ประเสริฐ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ๑

ข้อปฏิบัติอันเป็นสายกลาง ไม่เข้าไปใกล้ส่วนสุด ๒ อย่างเหล่านี้ อันตถาคตได้ตรัสรู้แล้ว กระทำจักษุ กระทำญาณ ย่อมเป็นไปเพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน

ก็ข้อปฏิบัติอันเป็นสายกลางนั้น … เป็นไฉน? คือ อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ นี้แหละ ซึ่งได้แก่ ความเห็นชอบ ความดำริชอบ วาจาชอบ การงานชอบ เลี้ยงชีพชอบ เพียรชอบ ระลึกชอบ ตั้งใจชอบ

ข้อปฏิบัติอันเป็นสายกลางนี้แล อันตถาคตได้ตรัสรู้แล้ว กระทำจักษุ กระทำญาณ ย่อมเป็นไปเพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพานดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ทุกขอริยสัจนี้แล คือ ความเกิดก็เป็นทุกข์ ความแก่ก็เป็นทุกข์ ความเจ็บก็เป็นทุกข์ ความตายก็เป็นทุกข์ ความเศร้าโศก ความร่ำไรรำพัน ความเสียใจ และความคับแค้นใจก็เป็นทุกข์ ความประจวบด้วยสิ่งอันไม่เป็นที่รักก็เป็นทุกข์ ความพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักก็เป็นทุกข์ ปรารถนาสิ่งใดไม่ได้ แม้ข้อนั้นก็เป็นทุกข์โดยย่ออุปาทานขันธ์ ๕ เป็นทุกข์

ก็ทุกขสมุทยอริยสัจนี้แล คือ ตัณหาอันทำให้มีภพใหม่ประกอบด้วยความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจ ความเพลิดเพลินยิ่งนักในอารมณ์นั้นๆ ได้แก่กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหาก็ทุกขนิโรธอริยสัจนี้แล คือ ความดับด้วยการสำรอกโดยไม่เหลือแห่งตัณหานั้นแหละ ความสละ ความวาง ความปล่อย ความไม่อาลัย ก็ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจนี้แล คือ อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ ซึ่งได้แก่สัมมาทิฏฐิ ฯลฯ สัมมาสมาธิ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย จักษุ ญาณ ปัญญา วิชชา แสงสว่าง ได้เกิดขึ้นแก่เรา ในธรรมที่เราไม่เคยได้ฟังมาก่อนว่า นี้ทุกขอริยสัจ ฯลฯ ทุกขอริยสัจนั้นควรกำหนดรู้ ฯลฯทุกขอริยสัจนั้นเรากำหนดรู้แล้ว เป็นต้น

ปฎิทินพระพุทธเมตตาประทานพร ปีพุทธศักราช ๒๕๖๒ นอกจากจารึกบทสวดมนต์ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ในแต่ละมุมขององค์พระ จารึกอักษรภาษาจีน ด้านบนขวาขององค์พระ จารึกคำว่า “อำนาจ” ด้านบนสุดตรงกลางจารึกคำว่า “วาสนา” ด้านบนซ้ายขององค์พระ จารึกคำว่า “บารมี” ด้านล่างขวา จารึกคำว่า “โชคดี” ด้านล่างซ้าย จารึกคำว่า “มีสุข” รวมความแล้ว เป็นคำมงคลทั้งภาษาจีนและภาษาไทย คือ “ อำนาจ วาสนา บารมี โชคดี มีสุข”

พร้อมบรรจุภาพด้านขวาองค์มหาบูรพาจารย์ หลวงพ่อพูล อัตตะรักโข ด้านซ้าย หลวงพี่น้ำฝน ทายาทพุทธาคม

ส่วนด้านล่างสุดขององค์พระพุทธเมตตาประทานพร จากรึกอักษรไทยคำว่า พระพุทธเมตตาประทานพร วัดไผ่ล้อม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ปฎิทินพระพุทธเมตตาประทานพร พร้อมสรรพด้วยความเป็นมงคลแห่งปีกุน ทั้ง ๑๒ เดือน บอกรายละเอียดทุกวัน เดือน ปี กี่ค่ำ ข้างขึ้น ข้างแรม และวันสำคัญต่างๆในแต่ละเดือน ของไทยและจีนอีกด้วย

นับเป็นปฏิทินสวัสดีปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๒ ของวัดไผ่ล้อม ที่สร้างความสุขเกษมเปรมปรีด์ ดีเลิศ ที่สุดหนึ่งเดียวในโลก และนับเป็นวัดแรก ที่เป็นต้นแบบ ในการบอกเล่าบทสวดสวดธัมมจักกัปปวัตนสูตร สมบูรณ์แบบ มีความเป็นสิริมงคลสูงยิ่งนัก

ปฎิทินพระพุทธเมตตาประทานพร วัดไผ่ล้อมเริ่มแจกฟรี แด่ทุกท่าน ตั้งแต่วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๖๑ เป็นต้นไป แจ้งความประสงค์ขอรับโดยตรงได้ที่วัดไผ่ล้อม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม โทร.085-4156464, 061-7826462, 061-7826264 www.watpailom.org

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

วัดไผ่ล้อม จัดพิธีปลุกเสกปฏิทินพระพุทธเมตตา 

บทความก่อนหน้านี้จยย.นิสัยเสีย! ตัดหน้า พอจะโดนชนดัน ทุบรถ ถ้าออกตัวแรง…ไม่เจ็บก็ตาย
บทความถัดไปพท.เรียกประชุมใหญ่ ถกหาตัวแทนประจำ 77 จว. ภูมิธรรม เตือน‘บิ๊กตู่’มีสติ