หลวงพ่ออึก อัคควัณโณ วัดป่าห้วยเสนง สุรินทร์ : อริยะโลกที่ 6

หลวงพ่ออึก อัคควัณโณ วัดป่าห้วยเสนง สุรินทร์

“พระครูพิพิธวรการ” หรือ “หลวงพ่ออึก อัคควัณโณ” พระภิกษุอีกรูปที่มีวัตรปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เป็นที่นับถือศรัทธาของสาธุชนในเขต อ.ปราสาท จ.สุรินทร์

ปัจจุบัน สิริอายุ 80 ปี พรรษา 60 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่าห้วยเสนง ต.หนองใหญ่ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ และที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอปราสาท

เกิดเมื่อวันที่ 25 เม.ย.2481 การศึกษาเรียนจบเทียบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จากศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน ที่วัดพรหมสุรินทร์

อายุ 18 ปี เข้าพิธีบรรพชา ที่วัดพระชี บัวแก้ว ต.หนองใหญ่

ครั้นเมื่ออายุ 21 ปี ท่านจึงเข้าพิธีอุปสมบท ที่วัดพระชีบัวแก้ว โดยมีพระปราสาทคณาภรณ์ (หลวงพ่อแปะ) เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า อัคควัณโณ

อยู่จำพรรษาที่วัดพรหมสุรินทร์ เพื่อศึกษาพระธรรมวินัย เป็นเวลา 2 พรรษา จึงได้ย้อนกลับไปจำพรรษาที่วัดพระชีบัวแก้ว ในปี พ.ศ.2503 เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ได้แต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดพระชีบัวแก้ว

ต่อมา นายชม บิดา เล่าประวัติของ พระอุปัชฌาย์มหานาด (หลวงพ่อจุก) เกจิ ผู้มีวิทยาคมแก่กล้า และประวัติของหลวงพ่อแปะ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ หนึ่งในศิษย์เอกหลวงพ่อจุก

ดังนั้น หลวงพ่ออึกมีความวิตกเกรงว่าหลวงพ่อแปะ จะไม่รับเป็นศิษย์ จึงไปอุปัฏฐากรับใช้หลวงพ่อแปะ ที่วัดปราสาทวารี บ้านพลวง อ.ปราสาท เป็นเวลา 1 พรรษา โดยได้รับความเมตตาถ่ายทอดวิทยาคมให้

พ.ศ.2510 ได้พัฒนาสร้างวัดขึ้นใหม่ ที่บริเวณลำห้วยเสนง มีเนื้อที่จำนวน 20 ไร่เศษ มีต้นไม้ร่มรื่นให้ความร่มเย็น ศิษยานุศิษย์ได้นำลิงไปปล่อยในวัดจำนวนมากและพัฒนาเจริญก้าวหน้า กลายเป็นวัดป่าห้วยเสนงตราบเท่าปัจจุบัน

พ.ศ.2512 วัดป่าห้วยเสนง จัดโครงการอุปสมบทหมู่ประจำปี หลวงพ่ออึกได้นำคณะพระภิกษุสงฆ์ไปฝึกวิปัสสนากรรมฐานกับหลวงพ่อริม รัตนมุนี เกจิชื่อดังวัดอุทุมพร ต.ทุ่งมน

หลังปรนนิบัติรับใช้นาน 4 เดือน หลวงพ่อริมเมตตาตัวท่านไว้เป็นศิษย์รุ่นสุดท้าย พร้อมถ่ายทอดวิทยาคม สะเดาะเคราะห์ เสกน้ำมนต์ พ่นน้ำหมาก เขียนแผ่นทองลงเหล็กจาร พร้อมนำตัวหลวงพ่ออึกไปร่วมในงานพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลหลายแห่ง ฝึกฝนจนสามารถอ่านออกและเขียนอักขระภาษาขอมได้

พ.ศ.2515 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะตำบลหนองใหญ่ มีวัดในปกครอง 5 วัด

พ.ศ.2524 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์

พ.ศ.2525 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดป่าห้วยเสนง

พ.ศ.2526 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรีและชั้นโท ตามลำดับ

พ.ศ.2530 ก่อสร้างอุโบสถวัดป่าห้วยเสนง ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 7 ปี เป็นเงินจำนวน 6,400,000 บาท

พ.ศ.2540 อนุญาตให้วัดดำเนินการจัดสร้างวัตถุมงคลเป็นเหรียญรูปเหมือนรุ่นแรก พร้อมผ้ายันต์และตะกรุดโทน ใบโพธิ์ 7 สี เพื่อหารายได้สมทบทุนสร้างศาลาการเปรียญและสร้างเมรุ วัตถุมงคลได้รับความนิยม ไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

หลวงพ่ออึกทุ่มเทแรงกายแรงใจพัฒนาวัดป่าห้วยเสนงแห่งนี้ จนเจริญรุ่งเรืองทั้งถาวรวัตถุ และสาธารณูปโภค ท่านยังปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายในวัด โดยร่วมกับญาติโยมปลูกไม้ยืนต้นภายในวัดตลอดปี ทำให้วัดแห่งนี้มีแต่ความสงบร่มรื่นเหมาะกับการปฏิบัติธรรมยิ่งนัก

ด้วยวัตรปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเสมอต้นเสมอปลาย ทำให้หลวงพ่อมีชื่อเสียงอยู่ในศรัทธาของญาติโยมชาวเมืองสุรินทร์อย่างรวดเร็ว ในวันธรรมดาและวันสำคัญทางศาสนาจะมีญาติโยมเดินทางมากราบนมัสการรับฟังธรรมจากท่านที่วัดอย่างล้นหลาม รวมทั้งขอให้ท่านประพรมน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งท่านก็ไม่ขัดข้อง ด้วยทราบว่าญาติโยมที่มาหาล้วนมีทุกข์ ท่านจึงต้องช่วยปัดเป่าทุกข์ให้ ถึงแม้บางครั้งท่านจะเหน็ดเหนื่อยจากการต้อนรับญาติโยม แต่ด้วยจิตใจที่กล้าแกร่ง ท่านจึงไม่เคยย่อท้อ

ส่วนหลักธรรมคำสอนที่พร่ำสอนญาติโยมมาโดยตลอด เพื่อใช้เป็นแนวทางการดำเนินชีวิต คือ ให้ยึดศีล 5 อย่าดำรงชีวิตด้วยความประมาท ให้เป็นผู้มีความกตัญญูกตเวทิตาต่อบุพการีและผู้มีพระคุณ ไม่เบียดเบียนสรรพสัตว์ร่วมโลก เพียงเท่านี้จะทำให้ชีวิตพานพบแต่ความสุขความเจริญ

เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 23/2561 วันที่ 10 ก.ย.2561 มีมติแต่งตั้งพระครูพิพิธวรการ เจ้าอาวาสวัดป่าห้วยเสนง ให้เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอปราสาท

เป็นเนื้อนาบุญของพระพุทธศาสนา เป็นเพชรเม็ดงามของชาวเมืองสุรินทร์

บทความก่อนหน้านี้ทรงผมรับลมหนาว รับศักราชใหม่ด้วยทรงสุดเฉี่ยว เพิ่มสีสันจัดจ้าน
บทความถัดไป‘ปฏิทินธรรมคำกลอนพุทธทาส’นำธรรมะน้อมสู่หัวใจ : เลาะแผงข่าวสด