สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์(เจริญ) วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร

อริยะโลกที่ 6

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์(เจริญ)

วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร

คอลัมน์ อริยะโลกที่ 6

“สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์” (เจริญ ญาณวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพฯ ปูชนียาจารย์ผู้มีบทบาทและคุณูปการมากมายแก่วงการสงฆ์อีกรูป ดำรงตำแหน่งสำคัญในการปกครองคณะสงฆ์ไทย เช่น สังฆนายก เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เป็นต้น

มีนามเดิมว่า เจริญ สุขบท เกิดเมื่อวันอังคารที่ 9 ก.ค.2415 ตรงกับวันขึ้น 4 ค่ำ เดือน 8 หลัง ปีวอก อยู่ที่ ต.ตลาดกลาง อ.บางปลาสร้อย จ.ชลบุรี บิดา-มารดา ชื่อ นายทองสุขและนางย่าง สุขบท

อายุ 8 ขวบ เข้าศึกษาในสำนักของพระชลโธปมคุณมุนี (พุฒ ปุณฺณโก) วัดเขาบางทราย อ.เมือง จ.ชลบุรี

อายุ 12 ปี เข้าพิธีบรรพชา ที่ศาลาในสวนของย่า ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีพระชลโธปมคุณมุนี (พุฒ ปุณฺณโก) เป็นพระอุปัชฌาย์

ครั้นสามเณรกลับมาเล่าเรียนที่วัดเขาบางทรายสืบต่ออีก กระทั่งอายุ 14 ปี เข้าศึกษาพระปริยัติธรรม อยู่ในสำนักพระครูวินัยธร (ฉาย) ฐานานุกรมของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพระอรุณนิภาคุณากร วัดราชบพิธฯ ในพระนคร

อายุครบ 20 ปี กลับไปอุปสมบทที่วัดเขาบางทราย โดยพระชล โธปมคุณมุนี (พุฒ ปุณฺณโก) เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า ญาณวโร

กลับมาจังหวัดพระนคร อยู่ที่วัดกันมาตุยาราม เพื่อความสะดวกในการศึกษา ด้วยใกล้ที่อยู่ของพระยาธรรมปรีชา (บุญ) ผู้เป็นอาจารย์สอนพระปริยัติธรรม เรียนอยู่ 4 ปีเศษ ต่อมาไปเรียนในสำนักพระศาสนโศภณ (อหึสโก อ่อน) แต่ครั้งยังดำรงสมณศักดิ์ที่พระเทพกวี อยู่วัดพิชยญาติการาม เรียนอยู่ 3 เดือนเศษ ถึงปีมะแม พ.ศ.2438 เข้าสอบพระปริยัติธรรมในมหามกุฏราชวิทยาลัย โดยลำดับจนถึงชั้นเปรียญตรี เทียบ 4 ประโยค

ปีวอก พ.ศ.2439 จึงมาอยู่วัดเทพศิรินทราวาส เพื่อเล่าเรียนพระปริยัติธรรมในสำนักสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณ วโรรส เมื่อยังดำรงพระอิสสริยยศเป็นกรมหมื่น เป็นพระอาจารย์ ในปีนั้นเข้าสอบพระปริยัติธรรมในมหามกุฏราชวิทยาลัยได้โดยลำดับ จนถึงชั้นเปรียญเอก เทียบ 7 ประโยค ได้รับรางวัลที่ 1 ทุกประโยคตั้งแต่ชั้นต้นจนถึงชั้นที่สุด และได้รับตำแหน่งเป็นครูเอกโรงเรียนภาษาบาลีวัดเทพศิรินทราวาสสืบมา

ถึงปีจอ พ.ศ.2441 มีพรรษา 7 อายุเข้า 27 ปี ทรงตั้งเป็นพระราชาคณะที่ พระอมราภิรักขิต โปรดให้เป็นผู้อำนวยการศึกษา ในมณฑลปราจีนบุรี และในปีเดียวกัน วันที่ 22 มกราคม สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ทรงตั้งให้เป็นผู้กำกับวัดสัมพันธวงศ์อีกตำแหน่งหนึ่ง

ถึงวันพุธที่ 25 ม.ค.2441 หลังจากพระศรีสุคตคัตยานุวัตร เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาสในขณะนั้น ทูลลาออกจากหน้าที่เจ้าอาวาส เพื่อจะลาผนวชในปลายปี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส

ครั้นเมื่อเริ่มรับหน้าที่เจ้าอาวาสนั้น มีภิกษุที่อยู่ประจำวัด 46 รูป สามเณร 30 รูป ในการรับอุปสมบทกุลบุตรนั้น โดยที่ท่านมีพรรษา 7 เหตุนี้ในการอุปสมบทกรรม จึงเป็นแต่พระอุปสัมปทาจารย์ เพราะมีพรรษายุกาลยังไม่ถึง องค์กำหนดที่ควรจะเป็นพระอุปัชฌายะได้ ในระยะนี้ จึงได้กราบทูลเชิญสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เสด็จมาเป็นพระอุปัชฌายะประจำ

ลำดับสมณศักดิ์ วันที่ 13 พ.ย.2441 เป็นพระราชาคณะที่ พระอมราภิรักขิต, วันที่ 25 พ.ค.2445 เป็นพระราชาคณะผู้ใหญ่ที่ พระราชมุนี, วันที่ 6 พ.ค.2449 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพกวี, วันที่ 25 ม.ค.2453 เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมไตรโลกาจารย์

วันที่ 24 ก.ย.2464 เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองคณะธรรมยุติกนิกาย ที่ พระ สาสนโสภณ

วันที่ 6 พ.ย.2471 เป็นสมเด็จพระราชาคณะเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ ที่ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์

ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2441 ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส แทนหม่อมเจ้าพระศรีสุคตคัตยานุวัตรที่ทรงลาออก พ.ศ.2445 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะมณฑลปราจีนบุรี

พ.ศ.2467 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะมณฑลปราจีนและมณฑลจันทบุรี พ.ศ.2469 ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการในราชบัณฑิตยสภา พ.ศ.2476 ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการมหาเถรสมาคม พ.ศ.2486 ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานสังฆสภา

พ.ศ.2489 ได้รับแต่งตั้งเป็นสังฆนายก พ.ศ.2493 ได้รับแต่งตั้งเป็นสังฆนายก สมัยที่ 2

อาพาธด้วยโรคเนื้องอกที่ตับ ถึงแก่มรณภาพ เมื่อวันศุกร์ที่ 8 มิ.ย.2494 เวลา 10.00 น. ได้รับพระราชทานเพลิง วันที่ 2 มี.ค. 2495 ณ สุสานหลวงวัดเทพศิรินทราวาส

บทความก่อนหน้านี้บทเรียน การเมือง จาตุรนต์ ไทยรักษาชาติ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
บทความถัดไปพระพุทธิวงศมุนี วัดพระพุทธชินราช