Khaosod
Online

วันศุกร์ ที่ 3 ก.ค. 2563

รำลึก 132 ปี-ชาตกาลพระธรรมเจดีย์

23 เม.ย. 2563 - 09:47 น.

รำลึก 132 ปี-ชาตกาลพระธรรมเจดีย์

คอลัมน์ อริยะโลกที่ 6

รำลึก 132 ปี-ชาตกาลพระธรรมเจดีย์ - วันศุกร์ที่ 24 เม.ย.2563 น้อมรำลึก ครบรอบ 132 ปี ชาตกาล “พระธรรมเจดีย์” หรือ “หลวงปู่จูม พันธุโล” อดีตเจ้าคณะมณฑลอุดรธานี อดีตเจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี และอดีตเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ จ.อุดรธานี พระมหาเถระชั้นผู้ใหญ่เป็นที่เลื่อมใสของชาวเมืองอุดรธานี

ศิษย์เอกหลวงปู่จันทร์ เขมิโย พระปฏิบัติชื่อดังอีกรูปของเมืองไทย

เป็นพระอุปัชฌาย์ พระวิปัสสนาจารย์หลายรูป อาทิพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร, หลวงปู่ขาว อนาลโย, หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ รวมถึงหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ด้วย

มีนามเดิมว่า จูม จันทรวงศ์ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 เม.ย.2431 ชาติภูมิอยู่บ้านท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม

เมื่ออายุ 12 ปี บิดามารดาประสงค์จะให้ลูกชายได้บวชเรียน จึงให้บรรพชา เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.2442 โดยมีพระครูขันธ์ ขันติโก วัดโพนแก้ว จ.นครพนม เป็นพระอุปัชฌาย์

เมื่อบวชเป็นสามเณรแล้ว อยู่ที่วัดโพนแก้ว ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม อักษรขอม อักษรธรรม และภาษาไทย

มีความสนใจในการศึกษา สามารถเขียนอ่านได้อย่างคล่องแคล่ว นอกจากนี้ ท่านยังได้ฝึกหัดเทศน์มหาชาติ เป็นทำนองภาคอีสานเป็นที่นิยมชมชอบแก่บรรดาญาติโยมยิ่งนัก

ต่อมาในปี พ.ศ.2445 ย้ายไปอยู่วัดอินทร์แปลง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครพนม เพื่อศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย

พ.ศ.2446 พระอาจารย์จันทร์ เขมิโย ซึ่งต่อมาได้รับสมณศักดิ์ที่ “พระเทพสิทธา จารย์” เป็นพระอาจารย์ สนใจการปฏิบัติกัมมัฏฐานพระอาจารย์จันทร์ได้ปรารภจะเดินทางไปกราบขออุบายธรรมจากพระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายกัมมัฏฐาน คือ พระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล และพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต

ดังนั้น สามเณรจูมและหมู่คณะ จึงติดตามพระอาจารย์จันทร์ มุ่งสู่จังหวัดอุบลราชธานี

คณะพระอาจารย์จันทร์เข้ากราบนมัสการพระอาจารย์เสาร์ และพระอาจารย์มั่น ที่สำนักวัดเลียบ จ.อุบลราชธานี และได้ฝากถวายตัวเป็นศิษย์ เพื่อศึกษาข้อวัตรปฏิบัติ

พ.ศ.2449 พระอาจารย์จันทร์ได้กราบลาพระอาจารย์ใหญ่ทั้งสอง พาคณะพระภิกษุและสามเณร กลับจังหวัดนครพนม

อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 9 มี.ค.2450 ที่พัทธสีมาวัดมหาชัย จ.อุดรธานี มีพระครูแสง ธัมมธโร วัดมหาชัยเป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูสีมา สีลสัมปันโน วัดจันทราราม อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์จันทร์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์

ศึกษาพระปริยัติธรรม ทั้งแผนกนักธรรมและบาลี ที่สำนักวัดเทพศิรินทราวาสหลายพรรษา สอบไล่ได้นักธรรมชั้นตรี-โท ต่อมา สอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค

อยู่จำพรรษาที่วัดเทพศิรินทราวาส เป็นเวลานานถึง 15 ปี เมื่อได้รับพระบัญชาจากคณะสงฆ์ จึงอำลาวัดเทพศิรินทราวาส เดินทางสู่จังหวัดอุดรธานี ไปเป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2466 เป็นต้นมา

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2473 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ พระราชเวที พ.ศ.2478 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่ พระเทพกวี

พ.ศ.2488 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่พระธรรมเจดีย์ พระธรรมเจดีย์เริ่มอาพาธ มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2504 จนถึงเดือน มี.ค.2505

วันที่ 11 ก.ค.2505 พระธรรมเจดีย์ มรณภาพด้วยอาการสงบ ที่โรงพยาบาลศิริราช สิริอายุ 74 ปี พรรษา 55

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line

ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ รำลึก 132 ปี-ชาตกาลพระธรรมเจดีย์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง