เรียกคืนเต้าซิลิโคน เหตุเสี่ยงมะเร็ง! ไขข้อเท็จจริง หน้าอกเทียม กับโอกาสเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

เรียกคืนเต้าซิลิโคน เหตุเสี่ยงมะเร็ง! หมอบางมดเปิดข้อเท็จจริง หน้าอกเทียมชนิดผิวหยาบ กับโอกาสเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

เรียกคืนเต้าซิลิโคน เป็นข่าวผวาสั่นสะเทือนหน้าอกหน้าใจสาวๆ ที่ไปเสริมอึ๋มพลาสติกทั่วประเทศ เมื่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เรียกคืนผลิตภัณฑ์เต้านมเทียมซิลิโคนชนิดผิวขรุขระ (BIOCELL®) ชื่อทางการค้านาเทรล (NATRELLE) โดยสมัครใจในทุกรุ่นการผลิตที่ยังไม่ได้ฝังในร่างกาย เนื่องจากพบความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่สัมพันธ์กับการเสริมเต้านมเทียม

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการอย. เผยว่าได้รับข้อมูลจาก บริษัท แอลเลอร์แกน (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท นีโอฟาร์ม จำกัด แจ้งขอเรียกคืนผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์เต้านมเทียมซิลิโคนชนิดผิวขรุขระ (BIOCELL®) ชื่อทางการค้า นาเทรล (NATRELLE) โดยสมัครใจในทุกรุ่นการผลิตที่ยังไม่ได้ฝังในร่างกาย เนื่องจากพบความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่สัมพันธ์กับการเสริมเต้านมเทียม ที่อาจจะนำไปสู่การเสียชีวิต

อย่าเพิ่งรีบตื่นตระหนกตกใจ

มาฟัง นพ.ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง และผู้อำนวยการศูนย์ศัลยกรรมความงาม โรงพยาบาลบางมด อธิบายข้อเท็จจริง ประเด็นเรื่องการเสริมหน้าอกด้วยถุงซิลิโคน กับ การเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ชนิด Breast Implant Associated – Anaplastic Large Cell Lymphoma (BIA-ALCL) กันค่ะ

โดยสรุปคือ โรค Breast Implant Associated – Anaplastic Large Cell Lymphoma (BIA-ALCL) หรือ โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดหนึ่ง ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการเสริมหน้าอกด้วยเต้านมเทียม มักจะเกิดบริเวณรอบๆ ถุงซิลิโคน บริเวณต่อมน้ำเหลืองใกล้ๆ เต้านม ไม่ได้เกิดบริเวณเต้านมโดยตรง มักจะไม่แพร่กระจายไปในบริเวณอื่น หากตรวจพบเร็ว โอกาสรักษาหายจะมีสูง วิธีการรักษา คือ นำถุงเต้านมเทียมออก และเลาะตัวแคปซูล หรือเยื่อหุ้มออกทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องตัดเนื้อเต้านมออก

โรค BIA-ALCL เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่มีอุบัติการณ์ต่ำมาก ประมาณ 1:200,000 ราย (0.0003%) ซึ่งพบในผู้ที่เสริมเต้านมด้วยถุงซิลิโคน

พบครั้งแรกประมาณ 20 ปีก่อน หากนับปริมาณการเสริมเต้านมทั่วโลกช่วง 20 ปีนี้ มีประมาณมากกว่า 10 ล้านคู่ จนถึงปัจจุบันมีคนเป็นโรคนี้ทั่วโลก 573 คน ในประเทศไทยมีเพียง 1 คน ซึ่งรักษาหายแล้ว

ใน 573 คน ที่เป็นโรค BIA-ALCL ทั่วโลก พบว่ามีถึง 481 คน ที่เสริมเต้านมด้วยถุงซิลิโคน ผิวขรุขระมาก (Macrotexture, Biocell) ของ Allergan / Natrelle ซึ่งคิดเป็น 83.9% จึงเป็นสาเหตุให้ FDA ระงับการใช้ผลิตภัณฑ์ในรุ่นนี้ และบริษัทรับคืนผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพื่อความปลอดภัย

ลักษณะผิวของซิลิโคน จะมีอยู่ 4 ผิว ได้แก่ ผิวเรียบ (Smooth) ไม่มีโอกาสเกิดโรค BIA-ALCL , ผิวทรายแบบละเอียด (Microtexture) มีโอกาสเกิดโรค BIA-ALCL เท่ากับ 1 : 85,000, ผิวทรายแบบหยาบ (Macrotexture) มีโอกาสเกิดโรค BIA-ALCL เท่ากับ 1 : 3,200 และ Polyurethane มีโอกาสเกิดโรค BIA-ALCL เท่ากับ 1 : 2,800

ควรสังเกตอาการ หากเกิดอาการบวม หรือเจ็บที่เต้านม หรือมีก้อนที่เต้านม หรือรักแร้ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียด

ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นของโรค BIA-ALCL ยังไม่ทราบสาเหตุอย่างแน่ชัด แต่สันนิษฐานได้ว่า มีความสัมพันธ์กับปัจจัยดังนี้ ได้แก่ การเสริมด้วยซิลิโคนผิวทรายหยาบ (High Texture), มีการติดเชื้อ หรืออักเสบในบริเวณเต้านมเป็นระยะเวลานานๆ, ภูมิภาคอเมริกา และยุโรป มีโอกาสเกิดมากกว่าทวีปเอเชีย จึงสันนิษฐานว่าเชื้อชาติ พันธุกรรม มีส่วนสำคัญทำให้เกิดโรคนี้ และระยะเวลา โดยเฉลี่ย 8 ปีขึ้นไป

สำหรับท่านที่เสริมซิลิโคนแล้ว ไม่ต้องกังวล หรือตื่นตระหนกจนเกินไป เนื่องจากมีอุบัติการณ์น้อยมาก หากเป็นแล้ว สามารถรักษาหายได้ ถ้าตรวจพบแต่เนิ่นๆ และถ้าไม่เกิดอาการผิดปกติใดๆ ไม่แนะนำให้นำซิลิโคนออก

องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (Food and Drug Administration: FDA) แนะนำให้ผู้ที่เสริมเต้านมด้วยถุงซิลิโคน ควรตรวจ MRI หลังจากเสริมหน้าอกไปแล้ว 3 ปี หลังจากนั้นควรตรวจติดตามด้วย MRI ทุกๆ 2 ปี

ปกติเวลาตรวจมะเร็งเต้านมมักจะใช้การอัลตร้าซาวนด์และเมมโมแกรมเป็นหลัก แต่หากต้องการตรวจโรค BIA-ALCL ควรตรวจด้วย MRI จะดีกว่า จะดูแคปซูลและต่อมน้ำเหลืองได้ดีกว่า

สิ่งที่ควรถามสถานพยาบาลหรือคลินิกที่ท่านเสริมหน้าอก คือ ถามสถานพยาบาลที่ท่านเสริมหน้าอกมาว่า “เสริมด้วยซิลิโคนผิวแบบไหน” ถ้าเป็นผิวเรียบ สบายใจได้ ไม่เกิดโรค BIA-ALCL ถ้าเป็นผิวทรายแบบละเอียด ไม่ต้องกังวล เนื่องจากอุบัติการณ์ยังน้อยมาก แต่ถ้าเป็นผิวทรายแบบหยาบ หรือเป็นรุ่นที่ทาง FDA เรียกคืน ถ้าไม่มีอาการแสดงอะไร ก็ไม่จำเป็นต้องนำถุงซิลิโคนออก แต่แนะนำให้เฝ้าระวังต่อเนื่อง เช่น การตรวจร่างกายด้วยตนเอง และพบแพทย์ประจำปี, การตรวจด้วย MRI ทุกๆ 2 ปี, การทำแมมโมแกรม และอัลตร้าซาวนด์

ผู้ที่เสริมหน้าอกด้วยถุงซิลิโคน ข้อมูล ณ ปัจจุบัน มีโอกาสเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (BIA-ALCL) น้อยมากๆ. จึงแนะนำให้สังเกตอาการ ตรวจคัดกรองตามปกติ. หากไม่มีอาการผิดปกติใดๆ. ทางการแพทย์ไม่แนะนำให้นำถุงซิลิโคนออก อาการที่ควรสังเกตคือ ก้อนที่เต้านม /รักแร้, เต้านมบวม หรือ ปวด หากตรวจพบควรมาปรึกษาแพทย์

*ย้ำอย่าตื่นตระหนกเพราะเป็นมะเร็งที่มีอุบัติการณ์การเกิดต่ำ สามารถรักษาให้หายขาดได้หากตรวจพบระยะเริ่มต้น แนะผู้รับการศัลยกรรมติดตามการเปลี่ยนแปลงบริเวณรอบเต้านมเทียม หากพบความผิดปกติ ให้ปรึกษาแพทย์ทันที

สามารถสอบถามปรึกษาที่รพ.บางมด เบอร์โทรศัพท์ : 0-2867-0606 ต่อ 1200 , 084-456-7777 , 063-770-0968 , 062-257-5499, LINE ID : @bangmod, หรือ http://bangmodaesthetic.com/home

บทความก่อนหน้านี้‘สน’ท้าฝีมือรับบททาส คู่‘เดียร์น่า’ใน‘สัตยาธิษฐาน’
บทความถัดไป‘สาวดอยคอยปี้’ กระแต วอนอย่าคิดลึก